ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อผลตรวจเลือดชี้ว่าลูกเสี่ยงเผชิญธาลัสซีเมีย: เส้นทางสู่การวินิจฉัยที่ปลอดภัยเพื่อลูกรัก

หมอเข้าใจดีว่า วินาทีที่ได้รับแจ้งจากแพทย์ผู้ดูแลครรภ์ว่า ผลตรวจเลือดคัดกรองของคุณพ่อและคุณแม่มีความเสี่ยงสูงที่จะส่งต่อโรคเลือดจางธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงไปสู่ลูกน้อยในครรภ์ หัวใจของคนเป็นพ่อแม่คงเต็มไปด้วยความกังวล คำถามมากมายพรั่งพรูเข้ามา ทั้งความกลัวว่าลูกจะเป็นโรค ความกังวลเรื่องการตรวจที่อาจเป็นอันตราย และความไม่แน่ใจว่าจะก้าวเดินต่อไปในเส้นทางนี้อย่างไร

ในฐานะแพทย์ หมออยากให้คุณพ่อคุณแม่สูดหายใจเข้าลึกๆ และทำความเข้าใจร่วมกันก่อนว่า การตรวจพบความเสี่ยงนี้ไม่ใช่คำตัดสินว่าลูกในท้องจะต้องเป็นโรคเสมอไป แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะร่วมมือกันเพื่อหาแนวทางการดูแลที่ดีที่สุด ผ่านกระบวนการทางการแพทย์ที่เรียกว่า การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด ซึ่งมีเทคโนโลยีและความปลอดภัยสูงในปัจจุบัน

ทำความรู้จักกับการตรวจยีนทารกในครรภ์: เจาะน้ำคร่ำ และ ตัดชิ้นเนื้อรก

เมื่อประเมินแล้วว่าคู่สมรสมีความเสี่ยงสูงที่จะมีบุตรเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง (เช่น Hb Bart's hydrops fetalis, Beta-thalassemia major หรือ Beta-thalassemia/Hb E) ขั้นตอนต่อไปคือการตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรม (DNA) ของทารกโดยตรงเพื่อ วินิจฉัยโรคธาลัสซีเมีย อย่างแม่นยำ ซึ่งวิธีหลักๆ ที่ใช้ในปัจจุบันมี 2 วิธี ขึ้นอยู่กับอายุครรภ์เป็นสำคัญ

  • การตรวจชิ้นเนื้อรก (Chorionic Villus Sampling: CVS): วิธีนี้สามารถทำได้ตั้งแต่อายุครรภ์ยังน้อย ประมาณ 10 ถึง 14 สัปดาห์ โดยแพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กสอดผ่านทางหน้าท้องหรือทางช่องคลอด เพื่อเก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อรกขนาดเล็กมากออกไปตรวจ ข้อดีของการตรวจวิธีนี้คือ ทำให้ทราบผลได้ค่อนข้างเร็วตั้งแต่ไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
  • การเจาะตรวจน้ำคร่ำ (Amniocentesis): เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด มักทำในช่วงอายุครรภ์ 15 ถึง 20 สัปดาห์ แพทย์จะใช้เข็มเรียวเล็กเจาะผ่านผนังหน้าท้องเข้าไปในถุงน้ำคร่ำ โดยมีเครื่องอัลตราซาวนด์คอยนำทางตลอดเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงการโดนตัวทารก จากนั้นจะดูดน้ำคร่ำปริมาณเล็กน้อยซึ่งมีเซลล์ของทารกหลุดลอยอยู่ นำไปวิเคราะห์ดีเอ็นเอในห้องปฏิบัติการต่อไป

ชั่งน้ำหนักระหว่างความเสี่ยงและประโยชน์ของการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด

ปฏิเสธไม่ได้ว่า คุณพ่อคุณแม่ทุกคนย่อมมีความกังวลเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับลูกในครรภ์จากการใช้เข็มเจาะตรวจ หมออยากให้ข้อมูลเชิงสถิติเพื่อความสบายใจดังนี้

ความเสี่ยงที่ต้องรับรู้: ทั้งการเจาะน้ำคร่ำและการตัดชิ้นเนื้อรก มีความเสี่ยงต่อการแท้งบุตรเพิ่มขึ้นจากอัตราปกติเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 0.5 หรือประมาณ 1 ใน 200 รายของการตรวจ นอกจากนี้อาจมีอาการหน่วงท้องน้อย หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดกะปริดกะปรอยได้เล็กน้อยหลังทำ ซึ่งส่วนใหญ่จะหายได้เองหากได้รับการพักผ่อนที่เพียงพอภายใต้การดูแลของแพทย์

ประโยชน์ที่ได้รับกลับคืนมา: การตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดช่วยให้แพทย์และครอบครัวได้รับคำตอบที่ชัดเจนเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าทารกในครรภ์มีสุขภาพปกติ เป็นพาหะ (ซึ่งไม่แสดงอาการและเติบโตได้ตามปกติ) หรือเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง การทราบผลล่วงหน้าช่วยปลดล็อกความเครียดสะสมตลอดการตั้งครรภ์ และช่วยให้ทีมแพทย์สามารถวางแผนดูแลการตั้งครรภ์ได้อย่างเหมาะสม หากทารกเป็นชนิดรุนแรงที่เป็นอันตรายต่อชีวิตมารดาและทารก ครอบครัวก็จะมีโอกาสเลือกตัดสินใจทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดได้ทันเวลา

ทางเลือกและการเตรียมตัวสำหรับครอบครัวเมื่อทราบผลการตรวจ

การเตรียมตัวเข้ารับการตรวจนั้นไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คุณแม่กังวล ควรพักผ่อนให้เพียงพอ งดการทำงานบ้านหนักๆ และไม่จำเป็นต้องงดน้ำงดอาหาร เว้นแต่จะได้รับคำสั่งเฉพาะจากแพทย์ หลังตรวจเสร็จสิ้น ควรนอนพักผ่อนอย่างเต็มที่อย่างน้อย 24 ถึง 48 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการยกของหนัก การขึ้นลงบันไดบ่อยๆ และงดการมีเพศสัมพันธ์ชั่วคราว

เมื่อผลการวิเคราะห์ดีเอ็นเอออก ซึ่งมักใช้เวลาประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ ครอบครัวจะได้รับคำปรึกษาทางพันธุศาสตร์อย่างละเอียด โดยแนวทางดูแลจะแบ่งออกตามผลการตรวจดังนี้

"ไม่ว่าผลการตรวจจะออกมาเป็นเช่นไร สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่ครอบครัวได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และได้รับการสนับสนุนทางด้านจิตใจอย่างเต็มที่จากแพทย์และคนรอบข้าง"
  • หากทารกปกติหรือเป็นเพียงพาหะ: ครอบครัวสามารถดำเนินครรภ์ต่อไปได้ด้วยความสบายใจ ทารกจะเติบโตและมีพัฒนาการได้ตามปกติเหมือนเด็กทั่วไปโดยไม่ต้องรับการรักษาใดๆ เพิ่มเติม
  • หากทารกเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงปานกลางถึงมาก (เช่น Beta-thalassemia major): ครอบครัวและแพทย์จะร่วมกันวางแผนการดูแลรักษาตั้งแต่แรกเกิด ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมเรื่องการให้เลือด การใช้ยาขับเหล็ก หรือการเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกในอนาคต เพื่อให้เด็กมีคุณภาพชีวิตที่ดีที่สุด
  • หากทารกเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงที่สุด (Hb Bart's hydrops fetalis): ซึ่งอาจทำให้ทารกเสียชีวิตในครรภ์หรือหลังคลอดทันที ทั้งยังก่อให้เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษอันตรายต่อตัวคุณแม่ แพทย์จะให้คำแนะนำในการยุติการตั้งครรภ์อย่างปลอดภัยเพื่อปกป้องสุขภาพของคุณแม่ไว้

การตัดสินใจในภาวะเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายและไม่มีคำตอบใดที่ผิดหรือถูกอย่างสมบูรณ์แบบ แพทย์และทีมบุคลากรทางการแพทย์พร้อมที่จะเคียงข้าง ให้ข้อมูลประคับประคอง และเคารพทุกการตัดสินใจของครอบครัว เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่ก้าวผ่านช่วงเวลาอันท้าทายนี้ไปได้อย่างมั่นคงและปลอดภัยที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down