ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความกังวลใจเบื้องหลังผลตรวจเลือดฝากครรภ์ครั้งแรก

เมื่อผลตรวจเลือดครั้งแรกของการฝากครรภ์ปรากฏคำว่า ภาวะซีด หรือ ผลคัดกรองธาลัสซีเมียเป็นบวก คุณแม่และคุณพ่อหลายท่านมักจะเกิดความวิตกกังวลใจเป็นอย่างมาก ความกลัวที่ว่าลูกน้อยในครรภ์จะเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์หรือไม่ หรือจะมีความเสี่ยงต่อโรคทางพันธุกรรมที่รุนแรงหรือไม่ เป็นสิ่งที่แพทย์ผู้ดูแลเข้าใจดีที่สุด การตรวจวิเคราะห์เลือดอย่างละเอียดและการประเมินความเสี่ยงอย่างเป็นระบบจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยคลี่คลายความกังวลและวางแผนการดูแลครรภ์ได้อย่างปลอดภัย

1. การตรวจวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC): สัญญาณเตือนภาวะโลหิตจางที่ส่งผลต่อลูกน้อย

การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด หรือ Complete Blood Count (CBC) เป็นด่านแรกของการประเมินสุขภาพของคุณแม่ เม็ดเลือดแดงทำหน้าที่สำคัญในการลำเลียงออกซิเจนจากปอดของคุณแม่ผ่านรกไปสู่ทารก หากคุณแม่มีภาวะโลหิตจางอย่างรุนแรง การส่งผ่านออกซิเจนและสารอาหารไปยังทารกจะลดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แพทย์จะพิจารณาค่าสำคัญในผลตรวจ CBC ดังนี้:

  • Hemoglobin (Hb) และ Hematocrit (Hct): ค่าความเข้มข้นของเลือด โดยทั่วไปในสตรีตั้งครรภ์ หากมีค่า Hb ต่ำกว่า 11 กรัมต่อเดซิลิตร หรือ Hct ต่ำกว่าร้อยละ 33 จะถือว่าเข้าสู่ภาวะโลหิตจาง
  • Mean Corpuscular Volume (MCV) และ Mean Corpuscular Hemoglobin (MCH): ขนาดและปริมาณฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงเฉลี่ย หากมีค่าต่ำกว่าเกณฑ์ (เช่น MCV น้อยกว่า 80 femtoliter) จะบ่งชี้ว่าเม็ดเลือดแดงมีขนาดเล็ก ซึ่งมีสาเหตุหลักสองประการคือ ภาวะขาดธาตุเหล็ก หรือการเป็นพาหะโรคธาลัสซีเมีย
ผลกระทบของภาวะโลหิตจางที่รุนแรงและไม่ได้รับการรักษาต่อทารกในครรภ์ อาจส่งผลให้เกิดภาวะทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ (Intrauterine Growth Restriction: IUGR) เพิ่มความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด และทารกแรกเกิดมีน้ำหนักตัวต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน

2. การคัดกรองและวินิจฉัยโรคโลหิตจางธาลัสซีเมีย: ปกป้องลูกน้อยจากโรคทางพันธุกรรมรุนแรง

ประเทศไทยเป็นแหล่งที่มีความชุกของพาหะธาลัสซีเมียสูงมาก การคัดกรองและการ ตรวจเลือดธาลัสซีเมียขณะตั้งครรภ์ จึงเป็นมาตรการสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพื่อค้นหาคู่สามีภรรยาที่มีความเสี่ยงต่อการให้กำเนิดบุตรที่เป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง

ขั้นตอนการประเมินความเสี่ยงของคู่สามีภรรยา

กระบวนการประเมินความเสี่ยงจะเริ่มต้นจากคุณแม่และขยายผลไปยังคุณพ่อตามลำดับขั้นตอนทางการแพทย์ดังนี้:

  • การตรวจคัดกรองเบื้องต้น (Screening Test): แพทย์จะใช้ค่า MCV จากการตรวจ CBC ร่วมกับการทดสอบพิเศษ เช่น DCIP test (สำหรับคัดกรองฮีโมโกลบินอี) หากผลตรวจคัดกรองของคุณแม่เป็นบวก หรือมีความสงสัยว่าเป็นพาหะ แพทย์จะนัดคุณพ่อมาเจาะเลือดตรวจคัดกรองในลักษณะเดียวกันทันที
  • การตรวจยืนยันด้วยวิธี Hemoglobin Typing และ DNA Analysis: หากทั้งสามีและภรรยามีผลคัดกรองเป็นบวก ทั้งคู่จำเป็นต้องได้รับการตรวจวิเคราะห์ชนิดของฮีโมโกลบิน (Hb typing) และในบางรายอาจต้องตรวจวิเคราะห์สายดีเอ็นเอ (DNA analysis) เพื่อหาการกลายพันธุ์ของยีนอัลฟาธาลัสซีเมีย-1 (Alpha-thalassemia 1) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินความเสี่ยงของทารกในครรภ์

ความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์และแนวทางการดูแล

เป้าหมายหลักของการตรวจเพื่อป้องกันคือการหลีกเลี่ยงการเกิดโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง 3 ชนิด ได้แก่:

  1. Hb Bart's Hydrops Fetalis (เกิดจากขาดรหัสยีนอัลฟาทั้งหมด): ทารกจะมีอาการบวมน้ำอย่างรุนแรง หัวใจล้มเหลว และมักเสียชีวิตตั้งแต่ในครรภ์หรือทันทีหลังคลอด อีกทั้งยังเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษและตกเลือดหลังคลอดของคุณแม่
  2. Beta-thalassemia Major: ทารกจะเริ่มมีอาการซีดอย่างรุนแรงในช่วงขวบปีแรก ตับโต ม้ามโต และต้องได้รับเลือดประทังชีวิตไปตลอด
  3. Beta-thalassemia/Hb E: มีอาการซีดปานกลางถึงรุนแรง ร่างกายเจริญเติบโตไม่เต็มที่

หากประเมินแล้วว่าคู่สามีภรรยามีความเสี่ยงสูงที่ลูกจะได้รับยีนรุนแรงดังกล่าว แพทย์จะแนะนำให้ทำการวินิจฉัยก่อนคลอด (Prenatal Diagnosis) เช่น การเจาะตัดชิ้นเนื้อรก (CVS) การเจาะคร่ำ (Amniocentesis) หรือการเจาะเลือดสายสะดือทารก (Cordocentesis) เพื่อตรวจดีเอ็นเอของทารกในครรภ์และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมร่วมกันต่อไป

3. การตรวจหมู่เลือดและระบบ Rh: เกราะป้องกันภาวะเม็ดเลือดแดงแตกในทารกแรกเกิด

นอกเหนือจากความเข้มข้นของเลือดและธาลัสซีเมียแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่ต้องตรวจควบคู่กันเสมอคือ หมู่เลือดระบบ ABO และระบบ Rh (Rhesus) โดยเฉพาะหมู่เลือดระบบ Rh ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในแง่ของปฏิกิริยาทางระบบภูมิคุ้มกัน

ความเข้ากันไม่ได้ของระบบ Rh (Rh Incompatibility)

คนไทยส่วนใหญ่มีหมู่เลือด Rh บวก (Rh Positive) แต่มีประชากรส่วนน้อยประมาณร้อยละ 0.3 ที่มีหมู่เลือด Rh ลบ (Rh Negative) หรือที่มักเรียกกันว่าหมู่เลือดพิเศษ

  • กลไกการเกิดปัญหา: หากคุณแม่มีหมู่เลือด Rh ลบ แต่คุณพ่อมีหมู่เลือด Rh บวก ทารกในครรภ์มีโอกาสสูงที่จะมีหมู่เลือด Rh บวกตามคุณพ่อ หากเม็ดเลือดแดงของทารกเล็ดลอดผ่านรกเข้าไปในกระแสเลือดของคุณแม่ (ซึ่งมักเกิดขึ้นในกระบวนการคลอด การแท้ง หรือการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอด) ร่างกายของคุณแม่จะสร้างสารภูมิต้านทาน (Antibody) ขึ้นมาต่อต้านเม็ดเลือดแดงของทารก
  • ผลกระทบต่อครรภ์ถัดไป: สารภูมิต้านทานที่สร้างขึ้นนี้สามารถซึมผ่านรกกลับไปทำลายเม็ดเลือดแดงของทารกในครรภ์ถัดไป ทำให้ทารกในครรภ์เกิดภาวะซีดอย่างรุนแรง ตัวเหลือง ตับม้ามโต บวมน้ำ และอาจเสียชีวิตในครรภ์ได้ (Erythroblastosis Fetalis)

แนวทางการป้องกันและรักษา

ในปัจจุบัน การแพทย์มีความก้าวหน้าไปมาก คุณแม่ที่มีหมู่เลือด Rh ลบสามารถตั้งครรภ์ได้อย่างปลอดภัยผ่านขั้นตอนการป้องกันดังนี้:

  • การตรวจคัดกรองสารภูมิต้านทาน (Indirect Coombs' Test): เพื่อดูว่าคุณแม่เคยได้รับสิ่งกระตุ้นและสร้างสารภูมิต้านทานต่อเม็ดเลือดแดง Rh บวกขึ้นมาแล้วหรือยัง
  • การฉีดสารภูมิต้านทานป้องกัน (Rho(D) Immune Globulin): หากคุณแม่ยังไม่มีสารภูมิต้านทาน แพทย์จะทำการฉีดสารนี้ให้ในช่วงอายุครรภ์ประมาณ 28 สัปดาห์ และฉีดซ้ำอีกครั้งภายใน 72 ชั่วโมงหลังคลอด (หากทารกที่คลอดออกมามีหมู่เลือด Rh บวก) สารนี้จะทำลายเม็ดเลือดแดงของลูกที่ปนเปื้อนเข้ามาในร่างกายคุณแม่ทันที ก่อนที่ระบบภูมิคุ้มกันของคุณแม่จะจดจำและสร้างภูมิต้านทานขึ้นมาเอง ช่วยปกป้องลูกน้อยในครรภ์ถัดไปได้อย่างมีประสิทธิภาพเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์

บทสรุปสำหรับคุณแม่และคุณพ่อ

การตรวจวิเคราะห์เลือดอย่างครบถ้วน ทั้งการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด การตรวจคัดกรองธาลัสซีเมีย และการตรวจหมู่เลือดระบบ Rh เป็นหัวใจสำคัญของการฝากครรภ์คุณภาพ การตรวจพบความผิดปกติหรือความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนก แต่เป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนป้องกัน รักษา และดูแลทารกในครรภ์ได้อย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณแม่และลูกน้อยมีสุขภาพที่แข็งแรงสมบูรณ์ตลอดเส้นทางการตั้งครรภ์จนถึงวันคลอด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down