ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ถอดรหัสสัญญาณเตือนเมื่อร่างกายเริ่มบวมและตาพร่ามัวขณะตั้งครรภ์

แหวนแต่งงานที่เคยสวมได้สบายเริ่มคับแน่นจนถอดไม่ออก ใบหน้าและเปลือกตาดูบวมขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อส่องกระจกในตอนเช้า ร่วมกับอาการปวดศีรษะตื้อๆ และตาพร่ามัวเป็นระยะ แม้คุณแม่หลายท่านจะคิดว่าเป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของการอุ้มท้อง แต่ในทางการแพทย์ อาการเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องปกติ แต่อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะครรภ์เป็นพิษ (Preeclampsia) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อทั้งมารดาและทารกในครรภ์

ในอดีต การวินิจฉัยภาวะนี้มักทำได้ต่อเมื่อคุณแม่เริ่มมีอาการแสดงชัดเจนแล้ว เช่น ความดันโลหิตสูงร่วมกับพบโปรตีนรั่วในปัสสาวะ ทว่าปัจจุบันความก้าวหน้าทางการแพทย์ช่วยให้สามารถประเมินความเสี่ยงล่วงหน้าได้ด้วย การตรวจทำนายภาวะครรภ์เป็นพิษ ผ่านการเจาะเลือดตรวจสารบ่งชี้ในกระแสเลือด ซึ่งช่วยให้แพทย์วางแผนป้องกันและดูแลรักษาได้อย่างทันท่วงที

พยาธิสภาพของภาวะครรภ์เป็นพิษ: เมื่อระบบไหลเวียนโลหิตและรกทำงานบกพร่อง

จุดเริ่มต้นของภาวะครรภ์เป็นพิษไม่ได้เกิดขึ้นที่ระบบความดันโลหิตโดยตรง แต่เริ่มต้นขึ้นที่ รก (Placenta) ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญในการส่งผ่านสารอาหารและออกซิเจนไปสู่ทารก ในครรภ์ที่ปกติ หลอดเลือดแดงของแม่ที่ไปเลี้ยงรกจะขยายตัวกว้างขึ้นเพื่อรองรับปริมาณเลือดที่เพิ่มขึ้น แต่ในรายที่จะเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษ หลอดเลือดเหล่านี้กลับไม่ขยายตัวและมีลักษณะตีบแคบ

การตีบแคบของหลอดเลือดส่งผลให้เกิดภาวะรกขาดเลือดและขาดออกซิเจน รกจึงตอบสนองด้วยการหลั่งสารโปรตีนบางชนิดออกมาสู่กระแสเลือดของแม่ สารเหล่านี้จะเข้าไปทำลายและก่อให้เกิดการอักเสบของเซลล์บุผนังหลอดเลือดทั่วร่างกาย ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ดังต่อไปนี้

  • หลอดเลือดทั่วร่างกายหดเกร็งตัว: ทำให้ความดันโลหิตของแม่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • ผนังหลอดเลือดรั่ว: น้ำและโปรตีนในหลอดเลือดจึงรั่วไหลออกสู่อวัยวะต่างๆ ก่อให้เกิดอาการบวมตามมือ ใบหน้า และปอด รวมถึงมีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะจากการที่ตัวกรองที่ไตถูกทำลาย
  • เลือดไปเลี้ยงอวัยวะสำคัญลดลง: สมอง ตับ และไต ทำงานผิดปกติ และที่สำคัญที่สุดคือ เลือดที่ไปเลี้ยงทารกในครรภ์ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ทารกเจริญเติบโตช้า หรือเกิดภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

การตรวจทำนายภาวะครรภ์เป็นพิษ ด้วยสารบ่งชี้ชีวภาพในเลือด

เพื่อไม่ให้ต้องรอจนกระทั่งเกิดความเสียหายต่ออวัยวะภายใน การเจาะเลือดเพื่อตรวจหาอัตราส่วนของโปรตีนจากรกจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง สารบ่งชี้หลักที่แพทย์ใช้ในการประเมินมี 2 ชนิด คือ

1. sFlt-1 (soluble fms-like tyrosine kinase-1): เป็นโปรตีนที่ต้านการสร้างหลอดเลือด ซึ่งรกที่ขาดออกซิเจนจะผลิตสารนี้ออกมาในปริมาณที่สูงผิดปกติ

2. PlGF (Placental Growth Factor): เป็นโปรตีนที่ส่งเสริมการสร้างหลอดเลือดและการทำงานของรก ในครรภ์ปกติสารนี้จะมีปริมาณสูง แต่ในครรภ์ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษ สารนี้จะมีปริมาณลดลงอย่างมาก

การวิเคราะห์อัตราส่วนระหว่างโปรตีนทั้งสองชนิดนี้ หรือที่เรียกว่า sFlt-1/PlGF ratio เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำนายความเสี่ยง หากค่าอัตราส่วนนี้อยู่ในระดับต่ำ จะสามารถทำนายได้ค่อนข้างแม่นยำว่าคุณแม่จะยังไม่เกิดภาวะครรภ์เป็นพิษภายใน 1-4 สัปดาห์ข้างหน้า แต่หากค่าอัตราส่วนนี้สูงกว่าเกณฑ์ จะบ่งชี้ถึงความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษในเร็ววัน ช่วยให้แพทย์สามารถจัดกลุ่มคุณแม่เพื่อรับการดูแลอย่างใกล้ชิดในโรงพยาบาลได้ทันเวลา

การประเมินความเสี่ยงร่วมแบบองค์รวม

การตรวจทำนายภาวะครรภ์เป็นพิษ ด้วยการเจาะเลือดจะไม่ได้ทำอย่างโดดเดี่ยว แต่แพทย์จะนำผลลัพธ์มาประเมินร่วมกับการตรวจวินิจฉัยอื่นๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่รอบด้านที่สุด ดังนี้

  • การตรวจปัสสาวะ (Urinalysis): เพื่อหาค่าโปรตีนรั่ว (Proteinuria) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดความเสียหายของไต
  • การวัดความดันโลหิตอย่างเป็นระบบ: ติดตามแนวโน้มความดันโลหิตที่เริ่มสูงขึ้น แม้จะยังไม่ถึงเกณฑ์อันตราย
  • การตรวจประเมินสุขภาพทารกในครรภ์: การตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (Ultrasound) เพื่อวัดอัตราการเจริญเติบโต ปริมาณน้ำคร่ำ และการตรวจวัดการไหลเวียนเลือดของเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองและรกของทารก (Doppler Ultrasound) ร่วมกับการตรวจ Non-Stress Test (NST) เพื่อประเมินความพร้อมของหัวใจทารก

แนวทางการรับมือ การป้องกัน และสัญญาณเตือนวิกฤตที่ห้ามละเลย

สำหรับคุณแม่ที่มีประวัติเสี่ยงสูง เช่น เคยเป็นครรภ์เป็นพิษในครรภ์ก่อน มีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน หรือความดันโลหิตสูงอยู่เดิม แพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานยาแอสไพรินขนาดต่ำ (Low-dose Aspirin) ตั้งแต่ช่วงอายุครรภ์ก่อน 16 สัปดาห์ เพื่อช่วยส่งเสริมการสร้างหลอดเลือดของรกและลดโอกาสเกิดโรคได้อย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม หากตรวจพบความเสี่ยงในระยะหลัง คุณแม่จำเป็นต้องสังเกตอาการตนเองอย่างใกล้ชิด และหากมีอาการแสดงวิกฤตดังต่อไปนี้เกิดขึ้น ต้องรีบเดินทางมาพบแพทย์โดยทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงวันนัด:

  • อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ตื้อๆ บริเวณท้ายทอยหรือขมับ ทานยาพาราเซตามอลแล้วไม่ทุเลา
  • ตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน หรือเห็นแสงวับวาบคล้ายแสงแฟลช
  • อาการจุกแน่นใต้ลิ้นปี่หรือเจ็บบริเวณชายโครงขวา ซึ่งเกิดจากตับโตและตึงตัว
  • อาการบวมอย่างรวดเร็วบริเวณใบหน้า เปลือกตา และมือ หรือน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วผิดปกติ (มากกว่า 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์)
  • ทารกในครรภ์ดิ้นน้อยลง หรือหยุดดิ้น

ภาวะครรภ์เป็นพิษอาจดูน่ากลัวและเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว แต่ด้วยเทคโนโลยีการตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพในปัจจุบัน การรู้เท่าทันความเสี่ยงผ่านการตรวจเลือดและหมั่นสังเกตความเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จะช่วยให้คุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ผ่านพ้นช่วงเวลาสำคัญนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down