ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

การคำนวณขนาดการรักษายาพราซิควอนเทลตามน้ำหนักตัว หัวใจสำคัญของการกำจัดพยาธิอย่างหมดจด

หลายคนที่ตรวจพบไข่พยาธิใบไม้ในตับจากการตรวจอุจจาระประจำปี หรือมีประวัติรับประทานอาหารดิบจากปลาปลาน้ำจืดมีเกล็ด มักเกิดความสงสัยเมื่อได้รับยาเม็ดสีส้มขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า พราซิควอนเทล (Praziquantel) คำถามที่พบบ่อยในห้องตรวจคือ ยานี้ทำไมต้องทานหลายเม็ดในวันเดียว ทานแค่มื้อเดียวได้หรือไม่ หรือหากทานแล้วมีอาการคลื่นไส้จะหยุดยาได้ทันทีหรือเปล่า

การกำจัดพยาธิใบไม้ในตับ (Opisthorchis viverrini) ไม่สามารถใช้หลักการรับประทานยาแบบขนาดคงที่เท่ากันทุกคนได้ เนื่องจากกลไกการทำงานของยาพราซิควอนเทลอาศัยการซึมผ่านเข้าสู่ตัวพยาธิ เพื่อทำให้เยื่อหุ้มเซลล์ของพยาธิเกิดการเปลี่ยนแปลงความดันและเสียสมดุลของแคลเซียม ส่งผลให้กล้ามเนื้อพยาธิหดเกร็ง เป็นอัมพาต และถูกระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายย่อยสลายไปในที่สุด

ด้วยเหตุนี้ ขนาดการรักษายาพราซิควอนเทล จึงต้องคำนวณตามน้ำหนักตัวของคนไข้อย่างเคร่งครัด โดยเกณฑ์มาตรฐานทางการแพทย์สำหรับการรักษาพยาธิใบไม้ในตับ จะใช้ขนาด 25 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม รับประทานวันละ 3 ครั้ง ห่างกันมื้อละ 4-6 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 วัน (คิดเป็นปริมาณรวมทั้งวัน 75 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัม) การคำนวณอย่างถูกต้องจะทำให้ระดับความเข้มข้นของยาในกระแสเลือดและท่อน้ำดีสูงเพียงพอที่จะทำลายพยาธิทุกตัว หากได้รับปริมาณยาน้อยเกินไป พยาธิจะไม่ตายและสามารถฟื้นตัวกลับมาสร้างความเสียหายต่อท่อน้ำดีได้อีก

เทคนิคการแบ่งรับประทานยาและข้อกำหนดหลังมื้ออาหาร เพื่อลดอาการคลื่นไส้และผลข้างเคียง

ข้อท้าทายสำคัญของการใช้ยาพราซิควอนเทล คือ รสชาติที่ขมจัด และผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร เช่น อาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง มวนท้อง หรือเวียนศีรษะ การบริหารยาอย่างถูกต้องจึงมีความสำคัญมากในการช่วยให้คนไข้ผ่านพ้นการรักษาไปได้อย่างราบรื่น

  • แบ่งรับประทานตามรอบเวลาอย่างเคร่งครัด: การแบ่งยาออกเป็น 3 มื้อใน 1 วัน ช่วยรักษาระดับยาในร่างกายให้มีความเข้มข้นสม่ำเสมอและเป็นพิษต่อตัวพยาธิอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน โดยไม่ทำให้ร่างกายของคนไข้ได้รับยาในปริมาณที่สูงเกินไปในครั้งเดียว
  • รับประทานพร้อมอาหารหรือหลังอาหารทันที: อาหารจะช่วยเพิ่มการดูดซึมของยาเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีขึ้น พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันไม่ให้ยาเจือจางสัมผัสกับเยื่อบุกระเพาะอาหารโดยตรง ซึ่งช่วยลดอาการระคายเคืองกระเพาะอาหารและลดความรู้สึกคลื่นไส้อย่างได้ผล
  • กลืนยาทั้งเม็ดพร้อมน้ำสะอาดแก้วใหญ่: หลีกเลี่ยงการเคี้ยวหรือบดเม็ดยา เนื่องจากยาพราซิควอนเทลมีรสขมมาก การบดยาอาจกระตุ้นให้เกิดอาการอยากอาเจียนได้ง่ายยิ่งขึ้น

ความสำคัญของการทานยาครบกำหนด ห้ามหยุดยาเองแม้เริ่มรู้สึกดีขึ้น

แม้ว่าระยะเวลาในการรับประทานยาพราซิควอนเทลสำหรับการกำจัดพยาธิใบไม้ในตับส่วนใหญ่จะใช้เวลาเพียง 1 วันเท่านั้น แต่คนไข้บางรายอาจรู้สึกอึดอัด คลื่นไส้ หรือเวียนศีรษะหลังจากรับประทานยาไปเพียง 1-2 มื้อแรก จนเกิดความคิดที่จะหยุดยาที่เหลือ

การได้รับ ขนาดการรักษายาพราซิควอนเทล ไม่ครบตามที่แพทย์คำนวณไว้ จะทำให้พยาธิใบไม้ในตับได้รับยาในปริมาณที่ไม่เพียงพอต่อการทำลายชีวิต พยาธิที่รอดชีวิตสามารถซ่อมแซมตัวเองและอาศัยอยู่ในท่อน้ำดีต่อไปได้อีกหลายปี การอักเสบเรื้อรังของท่อน้ำดีจากพยาธิที่ยังตกค้างอยู่นี้ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุดประการหนึ่งของการเกิดโรคมะเร็งท่อน้ำดี (Cholangiocarcinoma) ในอนาคต

blockquote>

การกำจัดพยาธิใบไม้ในตับให้หมดสิ้น ไม่เพียงแต่ช่วยลดอาการมวนท้องหรืออึดอัดแน่นท้องในปัจจุบัน แต่คือการลงทุนป้องกันโรคร้ายแรงในอนาคต หากมีอาการคลื่นไส้หลังรับประทานยา ควรใช้วิธีนอนพักหรือจิบน้ำอุ่น ไม่ควรหยุดยาหรือลดจำนวนเม็ดลงด้วยตนเองโดยเด็ดขาด

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ