ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไข้ลด ผื่นหาย แต่ทำไมยังต้องตรวจปัสสาวะซ้ำ

เมื่อลูกน้อยหายดีจากโรคไข้ดำแดง (Scarlet Fever) ไข้ที่เคยสูงลดลงจนเป็นปกติ ผื่นแดงสากตามผิวหนังเริ่มลอกและจางหายไปจนผิวกลับมาเนียนนุ่มเหมือนเดิม คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ย่อมรู้สึกโล่งใจและคิดว่าการรักษาได้สิ้นสุดลงแล้ว แต่ในการดูแลรักษาทางการแพทย์ การนัดหมายครั้งสำคัญที่กุมารแพทย์มักจะย้ำเตือนอยู่เสมอคือ การนัดกลับมา ตรวจปัสสาวะติดตามอาการ ในช่วงเวลา 2-4 สัปดาห์หลังจากหายป่วย

ความสงสัยที่เกิดขึ้นในใจของคุณพ่อคุณแม่หลายท่านคือ ในเมื่อลูกกลับมาร่าเริง เล่นซน และกินอาหารได้ตามปกติแล้ว เหตุใดจึงยังต้องตื่นแต่เช้าเพื่อมาเก็บปัสสาวะส่งตรวจห้องปฏิบัติการอีกครั้ง คำตอบของเรื่องนี้ซ่อนอยู่ในกลไกการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันร่างกายที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังอวัยวะสำคัญอย่างไตโดยที่ไม่มีอาการภายนอกแสดงให้เห็น

ทำความเข้าใจภาวะไตอักเสบแทรกซ้อนหลังการติดเชื้อ

โรคไข้ดำแดงเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียกลุ่มสเตรปโตค็อกคัสชนิดเอ (Group A Streptococcus) ซึ่งเป็นเชื้อชนิดเดียวกับที่ก่อให้เกิดคออักเสบหรือต่อมทอนซิลอักเสบ แม้ว่าตัวเชื้อแบคทีเรียจะถูกกำจัดหมดไปแล้วด้วยยาปฏิชีวนะ แต่ในกระบวนการหายของโรคนั้น ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาเพื่อต่อสู้กับเชื้อปะปนอยู่ในกระแสเลือด

ในผู้ป่วยเด็กบางราย สารเชิงซ้อนของภูมิคุ้มกันเหล่านี้ (Immune Complexes) อาจเข้าไปตกตะกอนและสะสมอยู่ที่ตัวกรองของไต (Glomeruli) ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบตามมา ซึ่งทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะไตอักเสบเฉียบพลันหลังการติดเชื้อสเตรปโตค็อกคัส (Post-Streptococcal Glomerulonephritis หรือ PSGN)

วัตถุประสงค์ในการตรวจคัดกรองโปรตีนและเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ

เมื่อเกิดภาวะไตอักเสบ ตัวกรองของไตที่เคยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการกักเก็บสารอาหารที่มีประโยชน์ไว้และขับเฉพาะของเสียออก จะเริ่มมีช่องว่างหรือเกิดความเสียหาย ทำให้สารที่ไม่ควรจะหลุดรอดออกมาในปัสสาวะหลุดออกมาได้แก่:

  • เม็ดเลือดแดง (Red Blood Cells): บ่งชี้ถึงการอักเสบและการฉีกขาดเล็กๆ ของหลอดเลือดฝอยในตัวกรองไต
  • โปรตีนหรือไข่ขาว (Protein): บ่งชี้ว่าตัวกรองไตเริ่มสูญเสียความสามารถในการโอบอุ้มโปรตีนในกระแสเลือดไว้

ในระยะแรกเริ่ม ภาวะไตอักเสบแฝงนี้มักจะไม่แสดงอาการภายนอกใดๆ เลย ลูกไม่มีไข้ ไม่ปวดท้อง และปัสสาวะยังคงมีสีเหลืองใสตามปกติ การมีเม็ดเลือดแดงหรือโปรตีนรั่วออกมาในปริมาณน้อยจะสามารถตรวจพบได้ผ่านการตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะทางห้องปฏิบัติการเท่านั้น การตรวจพบและให้การดูแลรักษาอย่างทันท่วงทีจึงช่วยป้องกันไม่ให้ไตเกิดความเสียหายเรื้อรังหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น ความดันโลหิตสูงเฉียบพลัน หรือภาวะน้ำเกินในร่างกาย

ช่วงเวลาทอง 2-4 สัปดาห์: ทำไมคุณหมอถึงต้องนัดช่วงเวลานี้

ช่วงเวลาในการส่งตรวจปัสสาวะนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยทั่วไปกุมารแพทย์จะนัดตรวจในช่วง 2 ถึง 4 สัปดาห์หลังจากที่เด็กหายจากโรคไข้ดำแดง เนื่องจากกลไกการสร้างสารเชิงซ้อนของภูมิคุ้มกันและการเข้าไปตกตะกอนที่ไตนั้นต้องใช้ระยะเวลาในการบ่มตัว

หากทำการตรวจปัสสาวะเร็วเกินไป เช่น ตรวจทันทีหลังจากไข้ลดลงใหม่ๆ ผลการตรวจอาจจะยังไม่พบความผิดปกติใดๆ เนื่องจากกระบวนการอักเสบที่ไตยังไม่เกิดขึ้นจริง ในทางกลับกัน หากปล่อยเวลานานเกินกว่า 4 สัปดาห์โดยไม่มีการติดตามอาการ หากเด็กมีภาวะไตอักเสบรุนแรงแฝงอยู่ อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายไปแล้ว การตรวจในช่วง 2-4 สัปดาห์จึงเป็นช่วงเวลาที่มีความไวและเหมาะสมที่สุดในการค้นหาความผิดปกติที่ซ่อนอยู่

วิธีการเก็บปัสสาวะของลูกรักอย่างถูกต้องตามหลักห้องปฏิบัติการ

ความถูกต้องแม่นยำของผลการตรวจปัสสาวะนั้น ขึ้นอยู่กับขั้นตอนการเก็บตัวอย่างปัสสาวะของคุณพ่อคุณแม่เป็นสำคัญ หากเก็บไม่ถูกวิธี ปัสสาวะอาจปนเปื้อนเซลล์ผิวหนัง แบคทีเรียรอบนอก หรือมูกจากช่องคลอด ทำให้ผลตรวจคลาดเคลื่อนและอาจต้องเจ็บตัวตรวจซ้ำโดยไม่จำเป็น ขั้นตอนการเก็บปัสสาวะที่ถูกต้องมีดังนี้:

1. การเตรียมตัวและการทำความสะอาด

  • ล้างมือของผู้ปกครองและของเด็กให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำเปล่าก่อนเริ่มขั้นตอน
  • สำหรับเด็กผู้หญิง: ใช้สำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดบริเวณอวัยวะเพศจากด้านหน้าไปด้านหลังเพียงทิศทางเดียว ห้ามเช็ดย้อนกลับเพื่อป้องกันแบคทีเรียจากทวารหนักปนเปื้อน
  • สำหรับเด็กผู้ชาย: รูดผิวหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศเปิดออกอย่างเบามือ แล้วใช้สำลีชุบน้ำสะอาดเช็ดบริเวณปลายท่อปัสสาวะให้สะอาด

2. การเก็บปัสสาวะช่วงกลาง (Clean-Catch Midstream Urine)

  • ให้เด็กเริ่มปัสสาวะทิ้งไปก่อนในช่วงแรก (เพื่อล้างแบคทีเรียที่อยู่บริเวณปลายท่อปัสสาวะออกไป)
  • เมื่อปัสสาวะไหลผ่านไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว ให้รีบนำกระบอกเก็บปัสสาวะที่แห้งและผ่านการฆ่าเชื้อจากโรงพยาบาลมารองรับปัสสาวะในช่วงกลาง โดยระวังไม่ให้ปากกระบอกสัมผัสกับผิวหนังหรืออวัยวะเพศของเด็ก
  • เมื่อได้ปริมาณปัสสาวะประมาณเกือบครึ่งกระบอกแล้ว ให้นำกระบอกออกและปล่อยให้เด็กปัสสาวะส่วนที่เหลือทิ้งไป
  • ปิดฝากระบอกให้สนิททันที และนำส่งห้องปฏิบัติการภายในเวลา 1-2 ชั่วโมง หากไม่สามารถส่งได้ทันทีควรเก็บไว้ในตู้เย็นช่องธรรมดาเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่อาจปนเปื้อน

การอ่านและแปลผลการตรวจปัสสาวะเบื้องต้นสำหรับคุณพ่อคุณแม่

เมื่อได้รับใบรายงานผลการตรวจวิเคราะห์ปัสสาวะ (Urinalysis) คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตค่าสำคัญๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังภาวะไตอักเสบได้ด้วยตนเองเบื้องต้น ดังนี้:

1. เม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ (Red Blood Cells / RBC หรือ Blood)

  • ค่าปกติ: ควรแสดงผลเป็น Negative หรือพบในปริมาณน้อยมากคือ 0-2 cells/HPF
  • ความหมายเมื่อผิดปกติ: หากผลแสดงเป็น Positive หรือมีจำนวนเซลล์มากกว่า 3-5 cells/HPF ขึ้นไป บ่งชี้ว่าอาจมีภาวะเม็ดเลือดแดงรั่วไหลจากตัวกรองไตอักเสบ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์ร่วมกับอาการแสดงอื่นๆ

2. โปรตีนในปัสสาวะ (Protein / Urine Protein)

  • ค่าปกติ: ควรแสดงผลเป็น Negative หรือ Trace (พบน้อยมากจนไม่มีนัยสำคัญทางคลินิก)
  • ความหมายเมื่อผิดปกติ: หากผลแสดงเป็น Positive ตั้งแต่ 1+ ถึง 4+ แสดงว่ามีโปรตีนรั่วออกมาในปัสสาวะ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของการทำงานของไตที่ผิดปกติ

3. ลักษณะทางกายภาพ (Color and Clarity)

  • ค่าปกติ: ควรมีสีเหลืองอ่อนถึงเหลืองเข้ม (Yellow) และมีความใส (Clear)
  • ความหมายเมื่อผิดปกติ: หากปัสสาวะมีสีแดง สีชมพู หรือสีคล้ายน้ำล้างเนื้อ หรือน้ำชาดำ (Tea-colored urine) ร่วมกับมีความขุ่น บ่งชี้ว่าอาจมีปริมาณเม็ดเลือดแดงรั่วออกมาจำนวนมากจนมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

การตรวจพบความผิดปกติเพียงเล็กน้อยในการตรวจครั้งแรก ไม่ได้หมายความว่าลูกจะเกิดภาวะไตวายเสมอไป ในบางครั้งกุมารแพทย์อาจนัดทำการตรวจซ้ำอีกครั้งในระยะเวลาอันสั้นเพื่อยืนยันผล หรือส่งตรวจเลือดเพื่อประเมินการทำงานของไตและระดับของระบบภูมิคุ้มกันเพิ่มเติม การปฏิบัติตามคำแนะนำและการพาลูกมาตรวจตามนัดอย่างสม่ำเสมอ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยปกป้องสุขภาพไตของลูกรักให้แข็งแรงและปลอดภัยในระยะยาวอย่างแท้จริง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down