ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อการหายใจต้องใช้แรงมากกว่าปกติ: ภาวะทางเดินหายใจตีบแคบกับพลังงานที่สูญเสียไป

ในเวชปฏิบัติทางการแพทย์ของกุมารแพทย์ ปัญหา ทารกน้ำหนักตัวไม่ขึ้น หรือเติบโตช้ากว่าเกณฑ์มักเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลใจให้แก่ครอบครัวอย่างมาก หลายครั้งที่ผู้ปกครองพยายามป้อนนมอย่างเต็มที่ แต่ทารกกลับมีอาการเหนื่อยล้า หายใจแรง มีเสียงครืดคราดขณะดูดนม และมีเหงื่อซึมออกตามศีรษะและใบหน้าจนเปียกชุ่ม อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญที่บ่งชี้ว่า ลูกน้อยอาจกำลังเผชิญกับภาวะทางเดินหายใจอุดกั้นหรือตีบแคบ

เมื่อทางเดินหายใจส่วนบนเกิดการตีบแคบ ไม่ว่าจะมีสาเหตุมาจากภาวะกล่องเสียงอ่อนตัวแต่กำเนิด (Laryngomalacia) ช่องจมูกตีบ หรือต่อมอะดีนอยด์โต ทารกจะต้องใช้แรงในการหายใจเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Increased Work of Breathing เปรียบเสมือนการที่คนเราต้องพยายามสูดลมหายใจผ่านหลอดเครื่องดื่มขนาดเล็กอยู่ตลอดเวลา ร่างกายของทารกจึงต้องดึงพลังงานที่ควรจะใช้ในการเจริญเติบโตและการสร้างเนื้อเยื่อ มาใช้ไปกับการทำงานของกล้ามเนื้อกระบังลมและกล้ามเนื้อช่วยหายใจบริเวณทรวงอก ส่งผลให้อัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐานพุ่งสูงขึ้นผิดปกติ แม้จะนอนอยู่เฉยๆ ก็ตาม

วงจรการกินนมที่ยากลำบาก: เมื่อการเผาผลาญสูงกว่าสารอาหารที่ได้รับ

โดยปกติแล้ว ทารกแรกเกิดจนถึงวัยหลายเดือนจำเป็นต้องใช้กระบวนการทำงานที่ประสานกันอย่างซับซ้อนระหว่างการดูด การกลืน และการหายใจ (Suck-Swallow-Breathe Coordination) แต่สำหรับทารกที่มีภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น กระบวนการนี้จะกลายเป็นเรื่องที่ยากลำบากอย่างยิ่ง

เมื่อพยายามดูดนม ทารกจะไม่สามารถหายใจได้สะดวก ส่งผลให้เกิดอาการเหนื่อยง่ายเวลากินนม ทารกหลายรายจึงแสดงพฤติกรรมดังต่อไปนี้:

  • ดูดนมได้เพียงไม่กี่นาทีก็ต้องละจากเต้าหรือขวดนมเพื่อหอบหายใจ
  • มีอาการหงุดหงิด งอแงขณะกินนม เนื่องจากอึดอัดและหายใจไม่ทัน
  • ผล็อยหลับไปก่อนที่จะอิ่มจริง เพราะความเหนื่อยล้าจากการใช้พลังงานในการดูดและหายใจไปพร้อมๆ กัน
"ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ปริมาณแคลอรีรวมที่ทารกได้รับต่อวัน (Daily Caloric Intake) ต่ำกว่าเกณฑ์ที่ร่างกายต้องการอย่างมาก ในขณะที่อัตราการเผาผลาญพลังงานกลับสูงขึ้น วงจรนี้จึงส่งผลโดยตรงทำให้ ทารกน้ำหนักตัวไม่ขึ้น และอาจเริ่มมีภาวะพัฒนาการด้านร่างกายหยุดชะงักตามมา"

แนวทางการปรับเพิ่มความเข้มข้นของพลังงานในนมอย่างปลอดภัย

เพื่อแก้ไขปัญหาการได้รับพลังงานไม่เพียงพอในระยะสั้น การปรับเพิ่มความเข้มข้นของพลังงานในนม (Caloric Density) จึงเป็นแนวทางสำคัญที่ช่วยให้ทารกได้รับพลังงานมากขึ้นจากการกินนมในปริมาณเท่าเดิม หรือลดภาระการดูดนมที่ยาวนานลง อย่างไรก็ตาม การปรับสูตรนมนี้จะต้องดำเนินอยู่ภายใต้คำแนะนำและการดูแลอย่างใกล้ชิดของกุมารแพทย์และนักโภชนาการเด็กเท่านั้น เนื่องจากหากผสมนมเข้มข้นเกินไปโดยไม่มีข้อบ่งชี้ทางแพทย์ อาจส่งผลเสียต่อการทำงานของไตและระบบย่อยอาหารของทารกได้

แนวทางการปรับเพิ่มพลังงานที่แพทย์มักนำมาใช้ มีดังนี้:

  • การปรับความเข้มข้นของนมผงดัดแปลงสำหรับทารก (Formula Concentration): แพทย์จะคำนวณสัดส่วนของผงนมต่อน้ำใหม่ เพื่อเพิ่มพลังงานจากมาตรฐานปกติ 20 กิโลแคลอรีต่อออนซ์ ให้เป็น 22, 24 หรือ 27 กิโลแคลอรีต่อออนซ์ ตามความเหมาะสมของทารกแต่ละราย
  • การใช้สารเพิ่มพลังงานในน้ำนมแม่ (Human Milk Fortifier - HMF): สำหรับทารกที่กินนมแม่ แพทย์อาจแนะนำให้ผสมผงเพิ่มสารอาหารและพลังงานลงในน้ำนมแม่ที่ปั๊มออกมา เพื่อช่วยให้ทารกได้รับพลังงานสูงขึ้นโดยไม่ต้องเปลี่ยนไปกินนมผง
  • การใช้สูตรนมพิเศษสำหรับทารกที่เติบ้าช้า (Catch-up Growth Formula): ในบางกรณี แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้นมสูตรพิเศษที่มีการปรับสัดส่วนโปรตีนและไขมันที่ย่อยง่าย เพื่อเพิ่มการดูดซึมและกระตุ้นการเจริญเติบโต

แก้ไขที่ต้นเหตุ: การรักษาปัญหาระบบทางเดินหายใจเพื่อการฟื้นฟูน้ำหนักตัวอย่างยั่งยืน

แม้การเพิ่มพลังงานในนมจะช่วยพยุงน้ำหนักตัวของทารกได้ในระดับหนึ่ง แต่การรักษาที่แท้จริงและยั่งยืนที่สุดคือการเข้าไปจัดการกับความผิดปกติของระบบทางเดินหายใจซึ่งเป็นต้นเหตุหลัก

หากตรวจพบว่าอาการเกิดจากภาวะกล่องเสียงอ่อนตัว (Laryngomalacia) ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในทารกแรกเกิด ทารกส่วนใหญ่มักจะมีอาการดีขึ้นเองเมื่ออายุประมาณ 1 ถึง 1.5 ปี เนื่องจากโครงสร้างกระดูกอ่อนของกล่องเสียงจะเริ่มแข็งแรงขึ้นตามวัย แต่ในรายที่มีอาการรุนแรง จนส่งผลให้ ทารกน้ำหนักตัวไม่ขึ้น หรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ กุมารแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินหายใจหรือแพทย์หูคอจมูกเด็ก อาจพิจารณาการรักษาด้วยการผ่าตัดตกแต่งกล่องเสียง (Supraglottoplasty) เพื่อขยายช่องทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น

นอกจากนี้ หากอาการอุดกั้นเกิดจากภาวะเยื่อบุจมูกอักเสบเรื้อรังหรือโครงสร้างใบหน้าผิดปกติ การรักษาด้วยยา การล้างจมูกอย่างถูกวิธีเพื่อระบายเสมหะและน้ำมูก หรือการใช้อุปกรณ์ช่วยเปิดทางเดินหายใจ ก็จะช่วยลดความเหนื่อยล้าในการหายใจลงได้อย่างเด่นชัด เมื่อทารกหายใจได้สะดวกขึ้น พลังงานที่เคยสูญเสียไปกับการหายใจจะลดลงทันที ทำให้สารอาหารที่ได้รับถูกนำไปใช้ในการสร้างกล้ามเนื้อ กระดูก และการเจริญเติบโตของสมองได้อย่างเต็มที่ ทำให้น้ำหนักตัวของลูกน้อยค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นสู่เกณฑ์ปกติในที่สุด

หากคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นว่าลูกมีอาการกินนมช้า เหนื่อยง่ายขณะดูดนม หรือมีเสียงหายใจดังผิดปกติ ร่วมกับภาวะน้ำหนักตัวนิ่งไม่เพิ่มขึ้น ควรพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อทำการตรวจประเมินทางเดินหายใจและประเมินภาวะโภชนาการอย่างละเอียด เพื่อร่วมกันวางแผนการรักษาที่ถูกต้องรวดเร็วและปลอดภัยที่สุดสำหรับลูกน้อย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down