ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

"ร้องไห้งอแง ไม่ยอมกลืนน้ำลาย" สัญญาณเตือนแผลในคอของลูกน้อย

เมื่อลูกน้อยมีอาการไข้สูงเฉียบพลัน ร่วมกับอาการงอแงผิดปกติ ไม่ยอมกลืนน้ำลาย ปฏิเสธการดื่มนมหรือทานอาหาร สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่มักจะพบเมื่อไฟฉายส่องเข้าไปตรวจดูในลำคอคือ รอยแผลขนาดเล็กกระจายตัวอยู่ภายในช่องปาก อาการ แผลในช่องปากเด็ก ลักษณะนี้เป็นหนึ่งในปัญหาทางกุมารเวชศาสตร์ที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ซึ่งมักจะมีสาเหตุหลักมาจากสองโรคยอดฮิตที่มีอาการคล้ายคลึงกันอย่างมาก นั่นคือ โรคเฮอร์แปงไจนา (Herpangina) และโรคมือ เท้า ปาก (Hand, Foot, and Mouth Disease) การทำความเข้าใจความแตกต่างทางคลินิกจะช่วยให้ผู้ปกครองสามารถดูแลลูกน้อยได้อย่างถูกต้องและลดความวิตกกังวลลงได้

1. ตำแหน่งของแผลในคอหอยและเพดานอ่อน: กุญแจสำคัญในการระบุชนิดไวรัส

แม้ว่าทั้งสองโรคจะเกิดจากกลุ่มไวรัสเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) เหมือนกัน แต่ตำแหน่งพยาธิสภาพของ แผลในช่องปากเด็ก มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่แพทย์ใช้ในการวินิจฉัยแยกโรค

  • โรคเฮอร์แปงไจนา: แผลมักจะจำกัดอยู่เฉพาะบริเวณส่วนหลังของช่องปากและคอหอย (Pharynx) โดยเฉพาะบริเวณเพดานอ่อน (Soft palate) ลิ้นไก่ (Uvula) ทอนซิล (Tonsils) และผนังคอหอยด้านหลัง ลักษณะแผลจะเริ่มจากจุดแดงเล็กๆ ก่อนจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสแล้วแตกออกเป็นแผลขนาดประมาณ 1-4 มิลลิเมตร จำนวนแผลมักมีตั้งแต่ 2 ไปจนถึงมากกว่า 10 แผล แต่จะไม่พบรอยโรคหรือแผลบริเวณอื่นภายนอกช่องปากเลย
  • โรคมือ เท้า ปาก: ตำแหน่งของแผลในช่องปากจะมีความกระจัดกระจายมากกว่า โดยพบบ่อยบริเวณกระพุ้งแก้ม (Buccal mucosa) ลิ้น เหงือก และเพดานแข็ง รวมถึงเพดานอ่อนด้วย ที่สำคัญคือจะต้องพบรอยโรคภายนอกช่องปากร่วมด้วยเสมอ เช่น ตุ่มน้ำใสหรือผื่นแดงบริเวณฝ่ามือ ฝ่าเท้า ข้อศอก เข่า หรือบริเวณก้นของเด็ก

2. อาการร่วมทางระบบอื่น: ไข้สูงเฉียบพลัน อาการอาเจียน และอาการถ่ายเหลว

การสังเกตอาการทางระบบอื่นนอกเหนือจากแผลในคอมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินระดับความรุนแรงของโรคและการสูญเสียน้ำในร่างกายเด็ก

ไข้สูงเฉียบพลัน: ในโรคเฮอร์แปงไจนา เด็กมักจะมีไข้สูงขึ้นอย่างรวดเร็วเฉียบพลัน โดยอุณหภูมิอาจสูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส ซึ่งอาจกระตุ้นให้เกิดอาการชักจากไข้สูง (Febrile convulsion) ในเด็กเล็กได้ง่าย ส่วนโรคมือ เท้า ปาก ไข้อาจมีตั้งแต่ไข้ต่ำๆ ไปจนถึงไข้สูง ขึ้นอยู่กับชนิดของสายพันธุ์ไวรัสที่ได้รับ

อาการทางระบบทางเดินอาหาร: เนื่องจากเชื้อไวรัสกลุ่มนี้ติดต่อผ่านทางระบบทางเดินอาหารและเสมหะ น้ำลาย เด็กหลายรายจึงอาจมีอาการอาเจียนและถ่ายเหลวร่วมด้วย อาการเหล่านี้หากเกิดขึ้นพร้อมกับภาวะที่เด็กไม่ยอมกลืนอาหารและน้ำเนื่องจากความเจ็บปวดจาก แผลในช่องปากเด็ก จะทำให้ร่างกายของลูกน้อยเข้าสู่ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) ได้อย่างรวดเร็ว คุณพ่อคุณแม่จึงต้องเฝ้าระวังอาการแสดงของภาวะขาดน้ำ เช่น ปัสสาวะออกน้อยลง (ไม่มีปัสสาวะนานเกิน 6 ชั่วโมง) ปากแห้ง ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา หรือซึมลง

3. แนวทางการรักษาประคับประคองความเจ็บปวดตามพยาธิสภาพ

ในปัจจุบันยังไม่มีประเภทยารักษาจำเพาะเพื่อทำลายเชื้อไวรัสเหล่านี้ การรักษาหลักจึงเป็นการรักษาตามอาการและประคับประคองเพื่อให้ลูกน้อยผ่านช่วงเวลาที่เจ็บปวดที่สุด (ประมาณ 3-5 วันแรก) ไปได้ โดยเน้นการจัดการความเจ็บปวดเพื่อให้เด็กสามารถรับประทานอาหารและน้ำได้เพียงพอ

การจัดการความเจ็บปวดและการให้สารอาหาร

  • การใช้ยาลดไข้และแก้ปวด: การให้ยาพาราเซตามอล (Acetaminophen) หรือยาลดไข้กลุ่มไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ตามขนาดที่แพทย์แนะนำทุก 4-6 ชั่วโมง ไม่เพียงแต่ช่วยลดไข้ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการลดความเจ็บปวดของแผลในช่องปาก ทำให้เด็กกลืนน้ำและอาหารได้ง่ายขึ้น
  • การเลือกเนื้อสัมผัสและอุณหภูมิของอาหาร: ควรหลีกเลี่ยงอาหารร้อน อาหารรสจัด เปรี้ยว หรือเค็ม เพราะจะยิ่งระคายเคืองแผล แนะนำให้เลือกอาหารเหลวที่เย็นหรือมีอุณหภูมิห้อง เช่น นมแช่เย็น ไอศกรีม โยเกิร์ต หรือน้ำซุปที่ไม่ร้อนจัด ความเย็นจะช่วยทำให้ชารอบๆ บริเวณแผลและลดความรู้สึกเจ็บปวดชั่วขณะ ช่วยให้เด็กได้รับพลังงานและน้ำเข้าสู่ร่างกายได้ดีขึ้น
  • การใช้ยาชาเฉพาะที่: ในรายที่มีอาการเจ็บปวดรุนแรงจนไม่สามารถดื่มน้ำได้เลย แพทย์อาจพิจารณาจ่ายยาชาพ่นหรือป้ายปาก (เช่น ยาชาชนิดเหลวผสม) เพื่อช่วยเคลือบแผลและระงับความรู้สึกเจ็บปวดชั่วคราวก่อนมื้ออาหาร ทั้งนี้การใช้ยาในกลุ่มนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและสั่งใช้โดยแพทย์เฉพาะทางเด็กเท่านั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการสำลักและการได้รับยาเกินขนาด
ข้อสังเกตทางการแพทย์: แม้ว่าโรคทั้งสองจะหายได้เองภายใน 7-10 วัน แต่หากพบว่าลูกน้อยมีอาการซึมลง เดินเซ สะดุ้งผวาขณะหลับ มือสั่น อาเจียนพุ่ง หรือหายใจหอบเหนื่อย อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนของภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทและหัวใจ (มักพบในโรคมือ เท้า ปาก จากเชื้อ Enterovirus 71) ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบกำหนดวันหายของโรค
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down