ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อการกลืนคือความเจ็บปวด: ผลกระทบของคออักเสบต่อร่างกายเด็ก

เวลาที่ลูกน้อยร้องไห้งอแง ไม่ยอมกลืนน้ำลาย หรือสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะเจ็บคอ เป็นหนึ่งในสถานการณ์ที่สร้างความกังวลใจให้คุณพ่อคุณแม่ได้มากที่สุด อาการคออักเสบเฉียบพลันจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรีย ทำให้เยื่อบุผิวบริเวณลำคอและทอนซิลบวมแดงอย่างรุนแรง การกลืนอาหารแต่ละคำจึงกลายเป็นเรื่องทรมานสำหรับเด็ก จนทำให้น้องๆ ปฏิเสธการทานอาหารและน้ำโดยสิ้นเชิง

ร่างกายของเด็กเล็กมีปริมาณน้ำสำรองน้อยกว่าผู้ใหญ่และมีอัตราการเผาผลาญที่สูง เมื่อเด็กไม่สามารถกลืนน้ำหรืออาหารได้เพียงพอเพียงแค่ 1-2 วัน ก็อาจส่งผลกระทบต่อระดับพลังงานในร่างกายอย่างรวดเร็ว ทำให้น้ำหนักตัวลด อ่อนเพลีย และที่อันตรายที่สุดคือ ภาวะขาดน้ำ (Dehydration) ซึ่งอาจทวีความรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ดังนั้น หลักการสำคัญของ โภชนาการและการดูแลผู้ป่วยเจ็บคอ ในเด็ก จึงไม่ใช่การบังคับให้ทานข้าวให้หมดจาน แต่คือการประดับประคองให้ร่างกายได้รับน้ำและพลังงานอย่างเพียงพอในระหว่างที่รอให้ร่างกายฟื้นฟูตนเอง

ลักษณะอาหารที่เหมาะสมสำหรับเด็กที่เจ็บคอรุนแรง

การเลือกชนิดอาหารที่มีเนื้อสัมผัสและอุณหภูมิที่เหมาะสม จะช่วยลดการระคายเคืองและบรรเทาความเจ็บปวดขณะกลืนได้ โดยมีหลักเกณฑ์สำคัญดังต่อไปนี้

  • ปรับอุณหภูมิให้อุ่นน้อยหรือค่อนไปทางเย็น: หลีกเลี่ยงอาหารที่ร้อนจัดเพราะจะยิ่งกระตุ้นการไหลเวียนเลือดทำให้แผลบวมแดงมากขึ้น ในทางตรงกันข้าม อาหารที่มีความเย็นหรือกึ่งเย็น เช่น นมแช่เย็น โยเกิร์ต หรือไอศกรีมรสอ่อน จะช่วยลดความรู้สึกเจ็บปวดชั่วขณะทำให้กลืนได้ง่ายขึ้น
  • เนื้อสัมผัสอ่อนนุ่มและย่อยง่าย: อาหารควรมีลักษณะเหลวเนียน ละเอียด ไม่ต้องเคี้ยวมาก เช่น ซุปข้น พุดดิ้ง หรือโจ๊กบดละเอียด เพื่อลดแรงเสียดสีกับผนังลำคอที่อักเสบ
  • รสชาติละมุน ไม่ระคายเคือง: งดเว้นอาหารที่มีรสเปรี้ยวจัดจากมะนาวหรือผลไม้ตระกูลส้ม อาหารรสเค็มจัด และอาหารรสเผ็ด รวมถึงงดอาหารที่มีลักษณะกรอบ แข็ง หรือมีกากใยหยาบ เช่น ขนมปังกรอบ ข้าวเกรียบ เพราะเศษอาหารอาจครูดผิวคอจนอักเสบมากขึ้น

4 เมนูแนะนำเพื่อเพิ่มพลังงานในปริมาณที่จำกัด

เมื่อลูกทานได้น้อยลงในแต่ละมื้อ อาหารที่จัดเตรียมจึงต้องเน้นแบบ 'น้อยแต่มาก' คือทานปริมาณน้อยแต่ได้รับสารอาหารและพลังงานสูง เพื่อป้องกันการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อและช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วขึ้น

1. ซุปครีมมันฝรั่งบดผสมไข่แดง

เมนูนี้ให้พลังงานสูงจากคาร์โบไฮเดรตในมันฝรั่ง และได้โปรตีนพร้อมไขมันดีจากไข่แดงและนม วิธีทำคือนำมันฝรั่งต้มสุกมาบดผ่านตะแกรงให้เนียนละเอียด ผสมกับนมที่ลูกดื่มประจำและไข่แดงต้มสุกบดละเอียด กรองจนได้เนื้อเนียนเสิร์ฟที่อุณหภูมิห้องหรือแช่เย็นเล็กน้อย

2. สมูทตี้อะโวคาโดกล้วยหอมโยเกิร์ต

อะโวคาโดและกล้วยหอมเป็นผลไม้ที่ให้พลังงานและโพแทสเซียมสูง เนื้อสัมผัสเนียนนุ่มเมื่อนำไปปั่นรวมกับโยเกิร์ตรสธรรมชาติแช่เย็น จะได้เครื่องดื่มที่ให้ทั้งความเย็นช่วยลดปวด ได้โปรตีน แคลเซียม และจุลินทรีย์สุขภาพที่ช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน

3. พุดดิ้งเต้าหู้นมสดบดละเอียด

เต้าหู้หลอดขาวหรือเต้าหู้ญี่ปุ่นเป็นแหล่งโปรตีนที่นุ่มและกลืนง่ายที่สุด นำมาปั่นรวมกับนมและผงวุ้นเล็กน้อย แช่เย็นจนเซ็ตตัวเป็นพุดดิ้ง เนื้อสัมผัสที่เย็นและเด้งนุ่มจะช่วยปลอบประโลมผิวคอได้เป็นอย่างดี

4. โจ๊กข้าวกล้องบดผสมน้ำต้มกระดูกไก่ฉีก

ใช้น้ำต้มกระดูกเคี่ยวจนเข้มข้นซึ่งอุดมไปด้วยกรดอะมิโนและแร่ธาตุ นำมาต้มโจ๊กข้าวกล้องบดให้เนียนละเอียด ใส่เนื้ออกไก่ฉีกที่ปั่นจนเป็นเนื้อเดียวกับโจ๊ก เสิร์ฟแบบอุ่นน้อยเพื่อให้เด็กได้รับพลังงานที่คุ้นเคยโดยไม่ระคายคอ

สัญญาณเตือนภาวะขาดน้ำในเด็กและการใช้เกลือแร่กู้สถานการณ์

สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดไม่ใช่ปริมาณอาหารที่ลูกทานได้ แต่คือสัญญาณของการขาดน้ำ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบแก้ไขทันที

สัญญาณเตือนภาวะขาดน้ำในเด็ก: ริมฝีปากแห้ง ผิวพรรณแห้งผาก ร้องไห้ไม่มีน้ำตาหรือน้ำตาออกน้อยมาก เบ้าตาดูโหลลึก ปัสสาวะน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด (เช่น ไม่ปัสสาวะเลยนานกว่า 6 ชั่วโมง หรือผ้าอ้อมแห้งสนิทนานผิดปกติ) ปัสสาวะมีสีเข้มจัด มีอาการซึม อ่อนเพลีย ไม่มีแรงเล่น หรือหงุดหงิดงอแงมากกว่าปกติ

วิธีการแก้ไขเบื้องต้นด้วยน้ำเกลือแร่ (ORS)

หากประเมินแล้วพบว่าลูกเริ่มมีภาวะขาดน้ำเล็กน้อยแต่ยังพอจิบได้ การชดเชยน้ำและแร่ธาตุอย่างถูกวิธีมีแนวทางดังนี้

  • เลือกใช้ผงเกลือแร่สำหรับท้องเสีย (ORS): ควรใช้ผงเกลือแร่ทางการแพทย์สำหรับเด็ก ไม่ควรใช้เครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับผู้เสียเหงื่อจากการออกกำลังกาย เนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลสูงเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้ลำไส้ดึงน้ำออกและกระตุ้นให้เกิดอาการท้องเสียตามมาได้
  • หลักการจิบทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง: หลีกเลี่ยงการให้เด็กดื่มน้ำเกลือแร่หมดแก้วในครั้งเดียวเพราะจะกระตุ้นให้อาเจียนและระคายเคืองคอเพิ่มขึ้น ให้ใช้ช้อนป้อนครั้งละ 1-2 ช้อนชา หรือใช้ไซริงค์ค่อยๆ หยอดข้างแก้ม ทุกๆ 5-10 นาที
  • ประยุกต์ทำเกลือแร่แช่แข็ง: สำหรับเด็กที่เจ็บคอจนปฏิเสธน้ำเกลือแร่ปกติ สามารถนำน้ำเกลือแร่ ORS ที่ผสมตามสัดส่วนแล้วไปหยอดใส่พิมพ์ทำน้ำแข็ง แช่เย็นจนเป็นไอศกรีมแท่งเกลือแร่ ความเย็นจะช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอขณะที่เด็กค่อยๆ ดูดเลียไอศกรีมและได้รับแร่ธาตุไปพร้อมกัน

หากสังเกตเห็นว่าลูกมีอาการกลืนลำบากจนน้ำลายไหลย้อยออกนอกปากเนื่องจากไม่ยอมกลืนน้ำลายเลย มีไข้สูงลอยไม่ยอมลด หายใจเร็ว หายใจเหนื่อย หรือซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ควรรีบพาลูกไปพบกุมารแพทย์โดยด่วนเพื่อตรวจวินิจฉัยและเข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down