ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลูกเลือดกำเดาไหลบ่อยตอนนอนหรือช่วงอากาศเปลี่ยน: สัญญาณจากภูมิแพ้และวิธีปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง

กลางดึกคืนหนึ่ง คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจต้องตกใจตื่นเมื่อเห็นลูกน้อยร้องไห้เดินมาหาพร้อมกับรอยเลือดเปรอะเปื้อนเสื้อผ้าและที่นอน หรือบางครั้งเหตุการณ์นี้ก็เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่อากาศเริ่มเย็นลงหรือสลับเปลี่ยนฤดู อาการเลือดกำเดาไหลในเด็กเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่สร้างความตระหนกให้กับผู้ปกครองได้เสมอ แต่โดยส่วนใหญ่แล้วไม่ได้เกิดจากโรคร้ายแรง แต่มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภาวะเยื่อบุจมูกอักเสบจากภูมิแพ้และปัจจัยสิ่งแวดล้อมรอบตัว

การเข้าใจสาเหตุที่แท้จริง ตลอดจนการรู้วิธีปฐมพยาบาลอย่างถูกวิธี จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่รับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้อย่างมีสติ และสามารถปกป้องเยื่อบุจมูกของลูกน้อยไม่ให้เกิดอาการเลือดกำเดาไหลซ้ำซากได้ในระยะยาว

ทำไมเด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ถึงมีอาการเลือดกำเดาไหลบ่อย?

บริเวณผนังกั้นช่องจมูกส่วนหน้าของเด็กจะมีกระจุกเส้นเลือดดำและเส้นเลือดฝอยขนาดเล็กจำนวนมากเรียกว่า Little's area หรือ Kiesselbach's plexus ซึ่งอยู่ชิดกับผิวเยื่อบุจมูกอย่างมาก ทำให้แตกและเลือดออกได้ง่ายเมื่อถูกรบกวน โดยในเด็กที่มีโรคภูมิแพ้ทางเดินหายใจจะมีปัจจัยเร่งที่ทำให้เลือดกำเดาไหลได้ง่ายกว่าเด็กทั่วไป ดังนี้

  • เยื่อบุจมูกอักเสบและบวมช้ำ: ปฏิกิริยาภูมิแพ้ทำให้เยื่อบุจมูกเกิดการอักเสบเรื้อรัง เส้นเลือดฝอยบริเวณดังกล่าวจะขยายตัว บวม และเปราะบางกว่าปกติ เพียงแค่การแรงดันจากการคัดจมูกก็อาจทำให้เส้นเลือดแตกได้แล้ว
  • สภาพอากาศแห้งและเย็น: การนอนในห้องปรับอากาศตลอดคืน หรือช่วงที่อากาศเปลี่ยนทิศทางในฤดูหนาว ความชื้นในอากาศจะลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ความชุ่มชื้นในช่องจมูกระเหยออกไป เยื่อบุจมูกจะแห้ง กร้าน และเกิดเป็นสะเก็ดแผลได้ง่าย
  • พฤติกรรมการแคะและขยี้จมูก: อาการคันจมูกเป็นอาการหลักของโรคภูมิแพ้ เด็กมักจะเอานิ้วแคะ ถู หรือขยี้จมูกอย่างรุนแรง (Allergic Salute) ซึ่งเล็บมืออาจไปสะกิดโดนสะเก็ดแผลหรือเส้นเลือดฝอยที่บวมอยู่จนฉีกขาด
  • การสั่งน้ำมูกอย่างรุนแรง: เมื่อมีน้ำมูกเหนียวข้น การพยายามสั่งน้ำมูกออกมารุนแรงจะเพิ่มแรงดันในช่องจมูกทันที ทำให้เส้นเลือดฝอยที่เปราะบางอยู่แล้วแตกออกกลายเป็นเลือดกำเดา

ขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้องเมื่อเลือดกำเดาไหล

เมื่อเกิดเหตุการณ์เลือดกำเดาไหล สิ่งแรกที่คุณพ่อคุณแม่ต้องทำคือการตั้งสติและปลอบประโลมเด็กไม่ให้ตื่นตกใจ เพราะความกลัวและการร้องไห้จะยิ่งทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นและเลือดไหลไม่หยุด จากนั้นให้ปฏิบัติตามขั้นตอนปฐมพยาบาลที่ถูกต้องดังนี้

1. จัดท่านั่งให้ก้มหน้าเล็กน้อย

ให้เด็กนั่งตัวตรงบนเก้าอี้หรือบนตัก แล้วก้มหน้าลงเล็กน้อย ให้ก้มมองพื้น ไม่ใช่แหงนหน้าขึ้น ท่านี้จะช่วยให้เลือดไหลออกมาทางรูจมูกด้านหน้า ไม่ไหลย้อนกลับเข้าไปในคอ

2. บีบปีกจมูกเพื่อห้ามเลือด

ใช้นิ้วหัวแม่มือและนิ้วชี้บีบเนื้อนิ่มๆ บริเวณปีกจมูกทั้งสองข้างเข้าหากันให้แน่นพอประมาณ เพื่ออัดแน่นกดจุดเลือดออกที่อยู่บริเวณผนังกั้นช่องจมูกส่วนหน้า ให้บีบค้างไว้อย่างต่อเนื่องนาน 5 ถึง 10 นาที โดยให้เด็กหายใจทางปากแทน ในระหว่างนี้ไม่ควรรีบปล่อยมือเพื่อแอบดูว่าเลือดหยุดหรือยัง เพราะจะทำให้กระบวนการแข็งตัวของเลือดถูกขัดจังหวะ

3. ประคบเย็นเสริมการห้ามเลือด

สามารถใช้น้ำแข็งห่อผ้าสะอาดประคบบริเวณสันจมูก หน้าผาก หรือรอบคอ ความเย็นจะช่วยให้เส้นเลือดหดตัวและหยุดเลือดได้เร็วขึ้น

ข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ต้องหลีกเลี่ยง:
ห้ามให้เด็กแหงนหน้าขึ้นฟ้าเด็ดขาด เนื่องจากความเชื่อดั้งเดิมที่ว่าการแหงนหน้าจะช่วยหยุดเลือดนั้นไม่ถูกต้อง การแหงนหน้าจะทำให้เลือดไหลลงสู่ลำคอ หลอดลม และกระเพาะอาหาร ซึ่งอาจส่งผลให้เด็กสำลัก เกิดการระคายเคืองกระเพาะอาหารจนอาเจียนออกมาเป็นเลือด และอาจอุดกั้นทางเดินหายใจจนเกิดอันตรายร้ายแรงได้ นอกจากนี้ไม่ควรใช้กระดาษทิชชูที่ไม่สะอาดรุมอัดเข้าไปในรูจมูกเพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อหรือเกิดบาดแผลเพิ่มขึ้นขณะดึงออก

แนวทางการดูแลและป้องกันเพื่อไม่ให้เลือดกำเดาไหลซ้ำ

การป้องกันอาการเลือดกำเดาไหลในเด็กที่มีสาเหตุจากภูมิแพ้ จำเป็นต้องทำควบคู่กันทั้งการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ช่องจมูก และการควบคุมปัจจัยกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม

1. เพิ่มความชุ่มชื้นให้เยื่อบุจมูก

  • การใช้น้ำเกลือล้างจมูกหรือสเปรย์น้ำเกลือ: หยดหรือฉีดสเปรย์น้ำเกลือความเข้มข้นมาตรฐาน (0.9% Normal Saline) เข้าช่องจมูกเป็นประจำ เพื่อช่วยเพิ่มความชื้น ละลายน้ำมูกเหนียว และชะล้างสารก่อภูมิแพ้ที่ตกค้างออกไป
  • การใช้เจลทาจมูกเพิ่มความชุ่มชื้น: สำหรับเด็กที่จมูกแห้งมากจนเป็นสะเก็ด อาจใช้เจลสำหรับทาภายในช่องจมูกโดยเฉพาะ หรือปิโตรเลียมเจลลี่ปริมาณเล็กน้อย ทาบริเวณเนื้อนิ่มส่วนหน้าของช่องจมูกก่อนนอน เพื่อป้องกันไม่ให้เยื่อบุจมูกแห้งกรอบระหว่างเปิดเครื่องปรับอากาศ

2. ปรับสภาพแวดล้อมในห้องนอน

  • ติดตั้งเครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ (Humidifier) ในห้องนอนหากต้องเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นประจำ เพื่อรักษาความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • ทำความสะอาดห้องนอน ซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อนเพื่อลดปริมาณไรฝุ่น ซึ่งเป็นสารก่อภูมิแพ้หลักที่ทำให้เด็กคันและขยี้จมูกช่วงกลางคืน

3. หลีกเลี่ยงสารระคายเคืองและมลพิษ

หลีกเลี่ยงการให้เด็กสัมผัสกับควันบุหรี่ ควันไฟ มลพิษทางอากาศ PM2.5 ตลอดจนสารเคมีที่มีกลิ่นฉุน เช่น น้ำยาทำความสะอาด หรือน้ำหอมปรับอากาศ เพราะสิ่งเหล่านี้จะทำให้เยื่อบุจมูกเกิดการอักเสบรุนแรงขึ้นและเส้นเลือดฝอยแตกได้ง่าย

สัญญาณเตือนที่ควรรีบพาลูกไปพบแพทย์

แม้อาการเลือดกำเดาไหลส่วนใหญ่ในเด็กจะหยุดได้เองและไม่มีอันตรายร้ายแรง แต่หากพบสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้ คุณพ่อคุณแม่ควรรีบนำเด็กไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

  • กดบีบปีกจมูกอย่างถูกต้องเป็นเวลา 15-20 นาทีแล้ว เลือดก็ยังไหลไม่หยุด
  • เลือดกำเดาไหลในปริมาณมากผิดปกติ หรือไหลรุนแรงพร้อมกันทั้งสองข้าง
  • เด็กมีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด หน้าซีด ปากซีด หรือคล้ายจะเป็นลม
  • มีเลือดกำเดาไหลบ่อยมาก เช่น ไหลเกือบทุกวัน หรือสัปดาห์ละหลายครั้ง
  • พบรอยฟกช้ำตามตัวง่าย มีจุดเลือดออกตามผิวหนัง หรือมีเลือดออกตามไรฟันร่วมด้วย

การดูแลเด็กที่มีภาวะภูมิแพ้และเลือดกำเดาไหลบ่อย ต้องอาศัยความเข้าใจและเอาใจใส่ในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ การควบคุมอาการภูมิแพ้ให้คงที่ด้วยการรักษาอย่างต่อเนื่องตามคำแนะนำของแพทย์ ร่วมกับการรักษาความชุ่มชื้นในช่องจมูกอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลด frequency ของการเกิดเลือดกำเดาไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และคืนสุขภาวะที่ดีในการนอนหลับและการใช้วิถีชีวิตประจำวันให้แก่ลูกน้อยได้อย่างยั่งยืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down