ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเคยพบว่าลูกน้อยมีอาการเสียงแหบเรื้อรัง หรือมีเสียงหายใจดังผิดปกติ อาจมีเสียงครืดคราดคล้ายเสมหะติดอยู่ในลำคอ จนทำให้เป็นกังวลและสงสัยว่านี่เป็นเพียงอาการหวัดธรรมดาหรือไม่ ในฐานะกุมารแพทย์ด้านทางเดินหายใจ สิ่งที่น่าเป็นห่วงและควรได้รับการประเมินอย่างละเอียดคือความเป็นไปได้ของภาวะเนื้องอกในกล่องเสียง ซึ่งเป็นโรคที่อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส Human Papillomavirus (HPV) ตั้งแต่แรกคลอด

กลไกการติดต่อของเชื้อ HPV: จากแม่สู่ลูก...เรื่องใกล้ตัวกว่าที่คิด

เชื้อ HPV หรือ Human Papillomavirus เป็นไวรัสที่รู้จักกันดีว่าเกี่ยวข้องกับการเกิดหูดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมถึงมะเร็งปากมดลูกในผู้ใหญ่ แต่สิ่งที่หลายท่านอาจไม่ทราบคือเชื้อนี้สามารถส่งผ่านจากมารดาไปสู่ทารกได้เช่นกัน

การติดเชื้อ HPV จากแม่สู่ลูกมักเกิดขึ้นในสองลักษณะหลักๆ คือ:

  • การติดเชื้อในครรภ์: แม้จะพบได้น้อยมาก แต่มีรายงานบางกรณีที่เชื้อ HPV สามารถข้ามผ่านรกไปติดเชื้อในทารกได้ตั้งแต่ขณะอยู่ในครรภ์
  • การติดเชื้อขณะคลอด: นี่คือกลไกหลักและพบบ่อยที่สุด เมื่อมารดาที่มีเชื้อ HPV บริเวณช่องคลอดหรือปากมดลูกคลอดบุตรด้วยวิธีธรรมชาติ ทารกมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อไวรัสโดยตรงขณะเคลื่อนผ่านช่องทางคลอด เชื้อจะเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของทารกและอาจนำไปสู่การเกิดเนื้องอกในกล่องเสียงได้ในอนาคต
ดังนั้น การตรวจคัดกรองเชื้อ HPV ในมารดาก่อนตั้งครรภ์หรือระหว่างตั้งครรภ์ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินความเสี่ยงและวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสม

Recurrent Respiratory Papillomatosis (RRP) ในเด็ก: อาการและสายพันธุ์ HPV ที่เกี่ยวข้อง

เมื่อเชื้อ HPV เข้าสู่ระบบทางเดินหายใจของเด็ก โดยเฉพาะในกล่องเสียง จะกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อผิดปกติที่เรียกว่า เนื้องอกในกล่องเสียง (Laryngeal Papillomas) หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Recurrent Respiratory Papillomatosis (RRP)

อาการที่ควรสังเกตในลูกน้อย:

  • เสียงแหบเรื้อรัง: เป็นอาการที่พบบ่อยที่สุดและเป็นสัญญาณเตือนแรกๆ เนื้องอกที่กล่องเสียงจะขัดขวางการสั่นสะเทือนของสายเสียง ทำให้เสียงของเด็กเปลี่ยนไปและแหบต่อเนื่อง
  • หายใจเสียงดัง (Stridor): เสียงหายใจที่ดังผิดปกติ มักได้ยินชัดเจนเมื่อเด็กหายใจเข้า โดยเฉพาะเวลาร้องไห้หรือออกแรง อาจเป็นเสียงครืดคราด หรือคล้ายมีอะไรติดคออยู่ตลอดเวลา
  • ไอเรื้อรัง: โดยไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • สำลักบ่อยๆ: โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหาร
  • หายใจลำบาก: ในรายที่มีเนื้องอกขนาดใหญ่ขึ้น อาจเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้เด็กหายใจเหนื่อย หอบ หรือมีภาวะขาดอากาศได้

ความแตกต่างของสายพันธุ์ HPV ก็เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ สำหรับ เนื้องอกในกล่องเสียงในเด็ก (Juvenile-onset RRP) มักเกิดจากเชื้อ HPV ชนิด สายพันธุ์ 6 และ 11 ซึ่งเป็นชนิดที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการกลายเป็นมะเร็ง แต่ก่อให้เกิดการเจริญเติบโตของเนื้องอกซ้ำๆ ได้บ่อยครั้ง ในขณะที่เชื้อ HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็งปากมดลูกในผู้ใหญ่ มักพบน้อยกว่าใน RRP ของเด็ก แต่หากพบก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการกลายเป็นมะเร็งในระยะยาวได้

ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง: การอุดกั้นทางเดินหายใจเฉียบพลัน และบทบาทของเลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์

เนื้องอกในกล่องเสียง โดยเฉพาะในเด็กเล็ก มีโอกาสเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจเฉียบพลัน คือภาวะแทรกซ้อนที่ร้ายแรงที่สุดและต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากเนื้องอกสามารถปิดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้เด็กไม่สามารถหายใจได้เพียงพอ ส่งผลให้เกิดภาวะขาดออกซิเจน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

การรักษาหลักสำหรับ RRP คือการกำจัดเนื้องอกออกด้วยการผ่าตัด ซึ่งในปัจจุบัน การผ่าตัดด้วยเลเซอร์คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 Laser Surgery) ถือเป็นมาตรฐานการรักษาที่ให้ผลดีเยี่ยม แพทย์จะใช้กล้องส่องเข้าไปในกล่องเสียงและใช้เลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงในการทำลายเซลล์เนื้องอกอย่างอ่อนโยน โดยมุ่งเน้นการเก็บรักษาเนื้อเยื่อปกติของสายเสียงให้เสียหายให้น้อยที่สุด

อย่างไรก็ตาม RRP เป็นโรคที่มีลักษณะเด่นคือ "กลับเป็นซ้ำ" (Recurrent) แม้จะผ่าตัดนำเนื้องอกออกไปแล้ว แต่เชื้อ HPV ยังคงอยู่ในเนื้อเยื่อรอบข้าง ทำให้เนื้องอกสามารถกลับมาเจริญเติบโตใหม่ได้อีกหลายครั้ง ผู้ป่วยเด็กบางรายอาจจำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัดซ้ำหลายครั้งตลอดช่วงวัยเด็กและวัยรุ่น เพื่อควบคุมอาการและป้องกันภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ

ประเมินความเสี่ยงระยะยาว: จากเนื้องอก HPV สู่ภาวะมะเร็ง

แม้ว่าเนื้องอกในกล่องเสียงส่วนใหญ่ที่เกิดจากเชื้อ HPV สายพันธุ์ 6 และ 11 ในเด็ก (Juvenile-onset RRP) จะเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง แต่การติดเชื้อ HPV ในระบบทางเดินหายใจตั้งแต่ในวัยเด็กนั้น ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีความเสี่ยงต่อการกลายเป็นมะเร็งเลยในระยะยาว

ประเด็นที่น่าพิจารณาคือ:

  • การติดเชื้อเรื้อรัง: การมีเนื้องอกกลับเป็นซ้ำบ่อยครั้ง และการสัมผัสกับเชื้อ HPV อย่างต่อเนื่องในระบบทางเดินหายใจ อาจเพิ่มความเสี่ยงเล็กน้อยต่อการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ให้กลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ โดยเฉพาะหากมีการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงสูงร่วมด้วย
  • การแพร่กระจายไปยังส่วนอื่น: ในบางรายที่มีอาการรุนแรง เนื้องอกอาจแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของระบบทางเดินหายใจ เช่น หลอดลม หรือปอด ซึ่งทำให้การรักษายากขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการกลายเป็นมะเร็งในบริเวณเหล่านั้น
  • การตรวจติดตามอย่างใกล้ชิด: ผู้ป่วยเด็กที่เป็น RRP จึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจติดตามอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตลอดช่วงชีวิต เพื่อเฝ้าระวังการกลับมาเป็นซ้ำของเนื้องอก และตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ที่อาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่ภาวะมะเร็งในระยะแรกเริ่ม

ในท้ายที่สุด การมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ การสังเกตอาการผิดปกติของลูกอย่างสม่ำเสมอ และการพามาพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการช่วยให้ลูกน้อยเติบโตได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ