ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อในเด็ก: สาเหตุ อาการ การวินิจฉัย และแนวทางการดูแล

ลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อในเด็ก (Infectious Enteritis in Children) เป็นภาวะที่พบบ่อยและมีความสำคัญทางการแพทย์ โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กที่ระบบภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์ การทำความเข้าใจเกี่ยวกับสาเหตุ อาการ การวินิจฉัย และแนวทางการดูแลรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

1. สาเหตุหลักของการติดเชื้อในลำไส้

การติดเชื้อในลำไส้ในเด็กสามารถเกิดได้จากเชื้อโรคหลากหลายชนิด ทั้งแบคทีเรียและปรสิต โดยในที่นี้จะเน้นไปที่สาเหตุหลักตามที่กำหนด:

  • แบคทีเรีย (Bacteria):
    • Shigella spp. (เชื้อบิด): เป็นสาเหตุสำคัญของโรคบิด มักทำให้เกิดอาการท้องเสียมีมูกเลือด ปวดเบ่ง และไข้สูง อาจนำไปสู่ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง ชัก หรือภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทได้
    • Salmonella spp.: แบ่งเป็นไทฟอยด์ (Typhoid fever) และไม่ไทฟอยด์ (Nontyphoidal salmonellosis) มักพบจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน เช่น ไข่ดิบ เนื้อสัตว์ปีกที่ไม่สุก อาการมีตั้งแต่ท้องเสีย ปวดท้อง ไข้ ไปจนถึงติดเชื้อในกระแสเลือดในรายที่รุนแรง
    • Campylobacter jejuni: เป็นสาเหตุที่พบบ่อยของท้องเสียในเด็ก มักเกิดจากการบริโภคเนื้อสัตว์ปีกที่ไม่สุก หรือน้ำนมดิบ อาการมักเป็นท้องเสีย ปวดเกร็งท้อง ไข้ และบางรายอาจมีมูกเลือดปนอุจจาระ ภาวะแทรกซ้อนที่พึงระวังคือ Guillain-Barré Syndrome
    • Escherichia coli O157:H7: เป็นแบคทีเรียที่ผลิตสารพิษ Shiga toxin (STEC) มักพบในเนื้อวัวบดที่ไม่สุก หรือผลิตภัณฑ์นมที่ไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ อาการมักเริ่มต้นด้วยท้องเสียธรรมดา ก่อนจะกลายเป็นท้องเสียมีเลือดปน ปวดเกร็งท้องอย่างรุนแรง ที่สำคัญคือมีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดภาวะ Hemolytic Uremic Syndrome (HUS)
    • Clostridioides difficile (ชื่อเดิม Clostridium difficile): มักเกิดหลังการใช้ยาปฏิชีวนะ ทำให้เกิดการอักเสบของลำไส้ใหญ่ (Colitis) มีอาการท้องเสียเป็นน้ำ ปวดท้องรุนแรง อาจพบภาวะลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดมีแผ่นฝ้า (Pseudomembranous colitis) หรือ Toxic megacolon ได้
  • ปรสิต (Parasites):
    • อะมีบา (Entamoeba histolytica): เป็นสาเหตุของโรคบิดอะมีบา (Amebic dysentery) ซึ่งทำให้เกิดอาการท้องเสียมีมูกเลือด คล้ายกับเชื้อบิดจากแบคทีเรีย นอกจากนี้ยังสามารถแพร่กระจายไปอวัยวะอื่น เช่น ตับ ทำให้เกิดฝีในตับได้

2. อาการแสดงทางคลินิกที่สำคัญและภาวะแทรกซ้อนที่พึงระวัง

อาการของลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อในเด็กมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับชนิดของเชื้อโรค อายุของเด็ก และความรุนแรงของการติดเชื้อ

  • อาการทั่วไป:
    • ท้องเสีย: เป็นอาการหลัก อาจเป็นท้องเสียเป็นน้ำ (watery diarrhea), ท้องเสียมีมูก (mucoid diarrhea), หรือท้องเสียมีเลือดปน (bloody diarrhea)
    • ปวดท้อง: มักเป็นอาการปวดบิด ปวดเกร็งท้อง
    • คลื่นไส้ อาเจียน: อาจเกิดขึ้นได้ก่อนหรือพร้อมกับอาการท้องเสีย
    • ไข้: พบได้บ่อย โดยเฉพาะในการติดเชื้อแบคทีเรีย
    • เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย
  • ภาวะแทรกซ้อนที่พึงระวัง:
    • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration): เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยและอันตรายที่สุดในเด็กเล็ก หากไม่ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่ภาวะช็อกและเสียชีวิตได้ สังเกตได้จากตาโหล ปากแห้ง กระหม่อมบุ๋ม (ในทารก) ผิวหนังไม่ยืดหยุ่น ปัสสาวะน้อยลง หรือไม่มีปัสสาวะ
    • ความไม่สมดุลของเกลือแร่ (Electrolyte Imbalance): โดยเฉพาะภาวะโซเดียมต่ำหรือสูง และโพแทสเซียมต่ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อการทำงานของหัวใจและสมอง
    • ภาวะชัก (Seizures): โดยเฉพาะในภาวะไข้สูง หรือการติดเชื้อ Shigella
    • ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis): หากเชื้อเข้าสู่กระแสเลือด อาจทำให้เกิดภาวะติดเชื้อรุนแรงทั่วร่างกาย
    • ภาวะ Hemolytic Uremic Syndrome (HUS): เป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญและร้ายแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับ E. coli O157:H7 เกิดจากการที่สารพิษ Shiga toxin ทำลายเซลล์บุผนังหลอดเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตก (Hemolytic anemia), ภาวะเกล็ดเลือดต่ำ (Thrombocytopenia), และภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute kidney injury)
    • ลำไส้ใหญ่อักเสบชนิดมีแผ่นฝ้า (Pseudomembranous colitis) หรือ Toxic megacolon: พบในรายที่ติดเชื้อ Clostridioides difficile อย่างรุนแรง

3. วิธีการวินิจฉัยจำเพาะทางห้องปฏิบัติการและรังสีวิทยาเบื้องต้น

การวินิจฉัยที่แม่นยำมีความสำคัญต่อการเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะประเมินอาการ ระยะเวลา ความรุนแรง ปัจจัยเสี่ยง และประเมินภาวะขาดน้ำ
  • การตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Investigations):
    • การตรวจอุจจาระ (Stool Analysis):
      • Stool culture: เพาะเชื้อแบคทีเรียจากอุจจาระเพื่อระบุชนิดของเชื้อ เช่น Salmonella, Shigella, Campylobacter, E. coli O157:H7
      • Stool PCR (Polymerase Chain Reaction): เป็นการตรวจหาพันธุกรรมของเชื้อโรคหลายชนิดพร้อมกัน ทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และปรสิต มีความไวและความจำเพาะสูง
      • Microscopic examination: ตรวจดูเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดง ปรสิต หรือไข่ปรสิตในอุจจาระ (เช่น Entamoeba histolytica)
      • Stool antigen detection: ตรวจหาโปรตีนหรือสารพิษของเชื้อโรค เช่น Clostridioides difficile toxin A/B
    • การตรวจเลือด (Blood Tests):
      • Complete Blood Count (CBC): ประเมินภาวะโลหิตจาง (โดยเฉพาะใน HUS), การติดเชื้อ (เม็ดเลือดขาวสูง)
      • Electrolytes: ตรวจระดับเกลือแร่เพื่อประเมินภาวะขาดน้ำและเตรียมการแก้ไข
      • Renal function tests (BUN, Creatinine): ประเมินการทำงานของไต โดยเฉพาะในรายที่สงสัย HUS
      • Blood culture: ในกรณีสงสัยภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
  • การตรวจทางรังสีวิทยาเบื้องต้น (Initial Radiological Investigations):
    • ภาพถ่ายรังสีช่องท้อง (Abdominal X-ray): อาจพิจารณาในกรณีที่มีอาการปวดท้องรุนแรง สงสัยภาวะลำไส้อุดตัน หรือภาวะ Toxic megacolon ในการติดเชื้อ Clostridioides difficile

4. หลักการรักษาทั่วไปและการรักษาตามสาเหตุจำเพาะ พร้อมการดูแลด้านโภชนาการและการจัดการภาวะขาดน้ำ

แนวทางการดูแลรักษาลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อในเด็กมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อแก้ไขภาวะขาดน้ำ บรรเทาอาการ และกำจัดเชื้อโรคตามความเหมาะสม

  • หลักการรักษาทั่วไป:
    • การให้สารน้ำและเกลือแร่ (Fluid and Electrolyte Management): เป็นหัวใจสำคัญของการรักษา
      • สารละลายเกลือแร่สำหรับดื่ม (Oral Rehydration Solution - ORS): เป็นวิธีหลักในการรักษาภาวะขาดน้ำระดับน้อยถึงปานกลาง ควรให้ ORS ทันทีที่พบอาการท้องเสีย
      • การให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Fluids): พิจารณาในรายที่มีภาวะขาดน้ำรุนแรง อาเจียนมากจนไม่สามารถดื่ม ORS ได้ หรือมีภาวะช็อก
    • ยาลดไข้และยาแก้ปวด: เพื่อบรรเทาอาการไข้และปวดท้อง
    • โปรไบโอติกส์ (Probiotics): อาจพิจารณาใช้เป็นยาเสริมเพื่อช่วยปรับสมดุลจุลินทรีย์ในลำไส้และลดระยะเวลาของอาการท้องเสีย
    • ยาหยุดถ่าย: โดยทั่วไปไม่แนะนำ ให้ใช้ในลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อในเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีไข้หรือถ่ายเป็นเลือด เพราะอาจทำให้เชื้อค้างอยู่ในลำไส้นานขึ้นและเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน
  • การรักษาตามสาเหตุจำเพาะ (Specific Treatment):
    • ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics):
      • Shigella: มักต้องให้ยาปฏิชีวนะ เนื่องจากลดความรุนแรงของโรค ลดระยะเวลาการขับเชื้อ และป้องกันภาวะแทรกซ้อน
      • Salmonella (ไม่ไทฟอยด์): โดยทั่วไปไม่แนะนำในผู้ป่วยเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรง เนื่องจากอาจเพิ่มการขับเชื้อเป็นเวลานาน อย่างไรก็ตาม อาจพิจารณาให้ในทารกอายุน้อยกว่า 3 เดือน ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือมีภาวะติดเชื้อรุนแรงนอกลำไส้
      • Campylobacter: หากให้ยาปฏิชีวนะกลุ่ม Macrolides (เช่น Azithromycin) ในช่วงต้นของโรค อาจช่วยลดระยะเวลาและความรุนแรงได้
      • Escherichia coli O157:H7: ห้ามให้ยาปฏิชีวนะ เนื่องจากมีการศึกษาพบว่าการให้ยาปฏิชีวนะอาจกระตุ้นการหลั่งสารพิษ Shiga toxin และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดภาวะ Hemolytic Uremic Syndrome (HUS)
      • Clostridioides difficile: รักษาด้วย Metronidazole หรือ Vancomycin ชนิดรับประทาน
    • ยาต้านปรสิต (Antiparasitic Drugs):
      • อะมีบา (Entamoeba histolytica): รักษาด้วย Metronidazole
  • การดูแลด้านโภชนาการ (Nutritional Care):
    • การให้อาหาร: ควรเริ่มให้อาหารตามปกติโดยเร็วที่สุดเมื่อเด็กสามารถรับประทานได้ เพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหาร ในทารกยังคงให้ดื่มนมแม่ต่อไป หากดื่มนมผสม อาจพิจารณานมที่ไม่มีแลคโตสชั่วคราวในรายที่มีภาวะย่อยแลคโตสบกพร่องหลังการติดเชื้อ
    • หลีกเลี่ยง: เครื่องดื่มรสหวานจัด น้ำผลไม้ น้ำอัดลม อาหารทอด หรืออาหารมัน เพราะอาจทำให้อาการท้องเสียแย่ลง
  • การจัดการภาวะขาดน้ำ:
    • ประเมินระดับ: แพทย์จะประเมินระดับการขาดน้ำ (น้อย, ปานกลาง, รุนแรง) เพื่อวางแผนการให้สารน้ำ
    • เฝ้าระวังอาการ: ติดตามอาการและสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ อัตราการหายใจ ความดันโลหิต ปัสสาวะออก และระดับความรู้สึกตัว

การวินิจฉัยและการดูแลรักษาลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อในเด็กควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าเด็กจะได้รับการรักษาที่ถูกต้อง เหมาะสม และป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down