ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความรำคาญที่ไม่อาจมองข้าม เมื่ออาการคันหูบอกโรค

อาการคันหูเป็นหนึ่งในอาการทางหูที่พบได้บ่อยที่สุดในเวชปฏิบัติทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นในเด็กโต วัยรุ่น หรือผู้สูงอายุ หลายคนมักมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อยและมักหาทางแก้ปัญหาด้วยวิธีง่ายๆ เช่น การใช้คอตตอนบัดแคะหู การใช้นิ้วก้อยเกา หรือแม้แต่การหยอดน้ำมันสมุนไพรต่างๆ โดยไม่รู้เลยว่าพฤติกรรมเหล่านี้อาจนำไปสู่อันตรายที่ร้ายแรงกว่าเดิม อาการคันหูหนักมากอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคผิวหนังในช่องหู การติดเชื้อแบคทีเรีย การติดเชื้อรา หรือแม้แต่โรคเรื้อรังอย่างโรคสะเก็ดเงิน บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจถึงความเชื่อที่คลาดเคลื่อน และแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อปกป้องสุขภาพหูของคุณและคนที่คุณรักให้ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อนที่ไม่คาดคิด

ความเชื่อผิดๆ ที่อาจเป็นอันตรายเกี่ยวกับการแก้คันหู

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับวิธีบรรเทาอาการคันหูยังคงพบได้แพร่หลายในสังคมไทย ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้มักสร้างความเสียหายให้แก่โครงสร้างภายในช่องหูมากกว่าที่จะช่วยรักษา โดยมีความเชื่อและพฤติกรรมที่ต้องระวังดังนี้

  • ใช้คอตตอนบัดหรือก้านสำลีแยงหูแรงๆ เพื่อขี้ผึ้งและแก้คัน: ความจริงแล้วการใช้คอตตอนบัดจะยิ่งดันขี้หูให้เข้าไปลึกขึ้นจนอัดแน่น และทำให้เยื่อบุผิวช่องหูที่บอบบางเกิดแผลถลอก
  • ใช้นิ้วหรือของแข็งแคะหู เช่น กิ๊บติดผม ไม้จิ้มฟัน: เป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียลุกลาม กลายเป็นโรคหูอักเสบภายนอก
  • คิดว่าอาการคันเกิดจากขี้หูสกปรกเสมอ: แท้จริงแล้วขี้หูมีหน้าที่ตามธรรมชาติในการปกป้องช่องหู การพยายามทำความสะอาดจนเกลี้ยงเกินไปจะทำให้ช่องหูแห้งและคันมากขึ้น
  • หยอดน้ำมันหรือสารแปลกปลอมตามคำบอกเล่าเพื่อฆ่าเชื้อ: การหยอดของเหลวที่ไม่ได้รับการรับรองทางการแพทย์อาจทำให้เชื้อราบานปลายและเติบโตได้ดีขึ้นในความชื้น

ข้อเท็จจริงและหลักฐานเชิงประจักษ์ทางการแพทย์

ในทางการแพทย์ ช่องหูภายนอก (External Auditory Canal) เป็นอวัยวะที่มีกลไกทำความสะอาดตัวเองตามธรรมชาติ (Self-cleaning mechanism) ผิวหนังภายในช่องหูมีความบางมากและมีต่อมสร้างขี้หู (Cerumen glands) ที่ช่วยเคลือบและป้องกันการติดเชื้อ เมื่อมีอาการคันหูหนักมาก มักเกิดจากสาเหตุหลักๆ ดังต่อไปนี้

  • โรคผิวหนังอักเสบในช่องหู (Otitis Externa or Eczematous Otitis): เกิดจากภูมิแพ้ ผิวแห้ง หรือการระคายเคือง ทำให้เกิดอาการคันยุบยิบและลอกเป็นขุย
  • การติดเชื้อราในช่องหู (Otom mycursorosis): มักพบในผู้ที่ชอบแคะหู หรือน้ำเข้าหูบ่อยๆ มีความชื้นสะสม ทำให้คันหูมากร่วมกับมีอาการแน่นหู
  • การอักเสบของหูกลางหรือหูชั้นนอก: เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ทำให้มีอาการปวด บวม แดง และมีสิ่งคัดหลั่งไหลออกมา
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามใช้วัสดุใดๆ แหย่เข้าไปในช่องหูเด็ดขาดเมื่อมีอาการคัน เพราะผิวหนังภายในบอบบางมาก การระคายเคืองเพียงเล็กน้อยอาจเปิดทางให้เชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือดหรือทำให้แก้วหูทะลุได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

อาการคันหูอาจลุกลามกลายเป็นภาวะเรื้อรังหรือติดเชื้อรุนแรง หากท่านมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วยควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางด้านหู คอ จมูก (Otolaryngologist) ทันที

  • มีอาการปวดหูรุนแรง โดยเฉพาะเมื่อขยับใบหูหรือขากรรไกร
    • มีน้ำหนอง เลือด หรือของเหลวมีกลิ่นเหม็นไหลออกมาจากช่องหู
    • การได้ยินลดลง หูอื้อ หรือมีเสียงดังในหูตลอดเวลา
    • มีไข้สูงร่วมกับอาการบวมแดงรอบใบหูและกกหู
    • อาการคันไม่ดีขึ้นเลยหลังผ่านไปสองสามวัน หรือรบกวนการนอนหลับ

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อท่านมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การว่ายน้ำ การใช้คอตตอนบัด และทำการตรวจวินิจฉัยด้วยเครื่องมือพิเศษ ดังนี้

  • การส่องตรวจช่องหู (Otoschopy): เพื่อดูสภาพผิวหนังภายในช่องหู การอุดตันของขี้หู ลักษณะของเชื้อรา หรือสภาพของเยื่อแก้วหู
  • การเก็บตัวอย่างส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ (Ear Swab): ในกรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อราหรือแบคทีเรีย เพื่อหาชนิดของเชื้อและเลือกใช้ยาหยอดหูได้อย่างแม่นยำ

สำหรับการรักษา แพทย์จะพิจารณาตามสาเหตุที่พบ ได้แก่ การทำความสะอาดช่องหูอย่างถูกวิธีด้วยเครื่องมือแพทย์ การใช้ยาหยอดหูที่มีส่วนผสมของยาปฏิชีวนะหรือยาต้านเชื้อรา และอาจให้ยากลุ่มสเตียรอยด์ชนิดหยอดเพื่อลดอาการอักเสบคันในกรณีที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบ

คำแนะนำจากคุณหมอ: การรักษาอาการคันหูให้หายขาดต้องอาศัยความอดทนและงดการแคะหูอย่างเด็ดขาด หากแพทย์ให้ยาหยอดหูมา ควรหยอดให้ครบตามกำหนดและระวังไม่ให้น้ำเข้าหูระหว่างการรักษา

การดูแลตนเองและการป้องกันระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เกิดอาการคันหูซ้ำซาก สามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ดังนี้

  • งดการใช้คอตตอนบัด นิ้วมือ หรืออุปกรณ์ใดๆ แหย่เข้าไปในรูหูโดยเด็ดขาด
  • หลังสระผมหรือว่ายน้ำ ควรใช้ผ้าขนหนูสะอาดเช็ดใบหูให้แห้ง และอาจใช้ไดร์เป่าผมเป่าลมเย็นระยะห่างๆ เพื่อไล่ความชื้น
  • หากมีปัญหาขี้หูอุดตันหรือคันหูเรื้อรัง ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจทำความสะอาดช่องหูอย่างปลอดภัยทุกๆ หกเดือนถึงหนึ่งปี
  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของผิวหนัง
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down