ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

กลางดึกคืนหนึ่ง เสียงร้องไห้จ้าของทารกดังขึ้นเป็นพักๆ ทุก 15-20 นาที สลับกับช่วงเวลาที่เด็กสงบนิ่งเงียบงันจนดูเหมือนเป็นปกติ ทว่าไม่กี่ชั่วโมงถัดมา ลูกเริ่มมีอาการอาเจียนพุ่งตามมาพร้อมกับถ่ายอุจจาระปนเลือดสีแดงคล้ำคล้ายเยลลี่ สถานการณ์เช่นนี้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่พ่อแม่ไม่น้อย และนี่ไม่ใช่เพียงแค่อาการโคลิกธรรมดา แต่เป็นหนึ่งในอาการแสดงของภาวะฉุกเฉินทางศัลยกรรมกุมารเวชศาสตร์ที่ต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน การรู้จักสังเกตและจำแนก สัญญาณเตือนภัยของอาการเจ็บป่วยรุนแรงที่ต้องพบแพทย์ทันที จึงเป็นทักษะสำคัญที่ผู้ปกครองทุกคนควรมีเพื่อปกป้องชีวิตของลูกน้อย

ภัยเงียบทางศัลยกรรม: ภาวะลำไส้กลืนกันและไส้เลื่อนติดคา

ในเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถสื่อสารบอกความเจ็บปวดเป็นภาษาพูดได้ ร่างกายจะแสดงออกผ่านพฤติกรรมและการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่เด่นชัด โดยเฉพาะสองภาวะฉุกเฉินทางศัลยกรรมต่อไปนี้:

1. ภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception)

เป็นภาวะที่ลำไส้ส่วนหนึ่งมุดเลื่อนเข้าไปในลำไส้ส่วนที่อยู่ปลายกว่า ส่งผลให้เกิดการอุดตันของทางเดินอาหารและขัดขวางระบบไหลเวียนโลหิตที่ไปเลี้ยงลำไส้ อาการเด่นชัดคือ:

  • ร้องไห้กรีดร้องเป็นพักๆ: เด็กจะร้องไห้จ้าด้วยความเจ็บปวดเกร็งช่องท้องอย่างรุนแรง นานประมาณ 15-20 นาที จากนั้นจะสงบลงและกลับมาร้องใหม่เป็นวงจร
  • งอเข่าชิดอก: ขณะร้องไห้มักจะดึงขาขึ้นมางอชิดหน้าอกเพื่อบรรเทาอาการปวดเกร็ง
  • อาเจียนพุ่ง: ในช่วงแรกอาจเป็นนมหรืออาหาร ต่อมาจะเริ่มมีสีเขียวหรือเหลืองของน้ำดีปน
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน (Currant Jelly Stool): ลำไส้ที่ขาดเลือดจะเริ่มลอกตัวและมีเลือดซึมปนเยลลี่สีแดงคล้ำ ซึ่งเป็นอาการในระยะท้ายที่อันตรายมาก
หากพบอาการร้องไห้เป็นพักๆ ร่วมกับอาเจียนพุ่ง ควรนำส่งโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้เห็นอุจจาระปนเลือด เนื่องจากการรักษาด้วยการดันลำไส้กลับ (Enema Reduction) ในระยะแรกมีโอกาสสำเร็จสูงโดยไม่ต้องผ่าตัด

2. ภาวะไส้เลื่อนติดคา (Incarcerated Hernia)

เกิดขึ้นเมื่อมีชิ้นส่วนของลำไส้เลื่อนผ่านผนังหน้าท้องที่อ่อนแอลงไปอยู่ในถุงไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบหรือถุงอัณฑะ แล้วไม่สามารถดันกลับเข้าไปในช่องท้องได้ตามปกติ หากปล่อยทิ้งไว้ ลำไส้ส่วนนั้นจะเกิดการขาดเลือดและเน่าตายในที่สุด สังเกตได้จาก:

  • มีก้อนนูนที่ขาหนีบหรือถุงอัณฑะ: ก้อนนี้จะไม่ยุบลงแม้ในขณะที่เด็กนอนราบหรือสงบเงียบ
  • อาการปวดอย่างรุนแรง: เด็กจะร้องกวนไม่ยอมหยุดเนื่องจากความเจ็บปวดบริเวณก้อน
  • ก้อนเปลี่ยนสี: ผิวหนังบริเวณก้อนนูนอาจเริ่มแดง คล้ำ หรือเขียวช้ำร่วมกับอาการท้องอืดและอาเจียน

ไข้สูงไม่ทราบสาเหตุกับการปัสสาวะ: สัญญาณเตือนโรคติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะในเด็กเล็ก

การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ (Urinary Tract Infection: UTI) ในเด็กเล็ก มักไม่มีอาการเฉพาะเจาะจงเหมือนในผู้ใหญ่ เช่น อาการแสบขัดขณะปัสสาวะที่เด็กไม่สามารถบอกได้ ส่งผลให้การวินิจฉัยล่าช้าจนเชื้อโรคอาจลุกลามขึ้นไปทำลายเนื้อไตได้

อาการที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่:

  • มีไข้โดยไม่มีอาการหวัด: เด็กมีไข้สูงเฉียบพลันโดยไม่มีอาการไอ น้ำมูก หรือเจ็บคอร่วมด้วย
  • ปัสสาวะมีกลิ่นหรือสีผิดปกติ: ปัสสาวะมีกลิ่นฉุนรุนแรง สีขุ่น หรือมีเลือดปน
  • ร้องไห้งอแงขณะปัสสาวะ: เด็กอาจแสดงอาการเจ็บปวด กระสับกระส่าย หรือร้องไห้จ้าทุกครั้งที่ปัสสาวะ
  • เบื่ออาหาร อาเจียน หรือน้ำหนักไม่ขึ้น: ในทารกแรกเกิดถึง 3 เดือน อาจมีเพียงอาการซึมลง ตัวเหลือง หรืออาเจียนเท่านั้น

การตรวจปัสสาวะและได้รับยาปฏิชีวนะอย่างทันท่วงทีจะช่วยป้องกันภาวะกรวยไตอักเสบเฉียบพลัน ซึ่งอาจก่อให้เกิดแผลเป็นถาวรที่เนื้อไตและนำไปสู่ภาวะความดันโลหิตสูงหรือไตวายในอนาคตได้

ภัยร้ายที่มองข้าม: กลุ่มอาการเส้นผมหรือสิ่งทอรัดอวัยวะส่วนปลาย (Hair Tourniquet Syndrome)

เป็นภาวะฉุกเฉินที่พบได้ไม่บ่อยแต่มีความรุนแรงสูง เกิดจากเส้นผมของผู้ปกครองหรือเส้นใยจากถุงมือถุงเท้าหลุดรอดเข้าไปพันรอบอวัยวะส่วนปลายของทารก เช่น นิ้วมือ นิ้วเท้า หรืออวัยวะเพศ อย่างแน่นหนาโดยไม่ตั้งใจ

เนื่องจากผิวหนังของทารกมีความบอบบาง เส้นใยเล็กๆ เหล่านี้จะค่อยๆ รัดลึกเข้าไปในผิวหนัง ขัดขวางการไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลือง ก่อให้เกิดอาการบวมเป่ง แดง และเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ หากปล่อยไว้นานอาจทำให้อวัยวะส่วนนั้นขาดเลือดจนต้องสูญเสียอวัยวะไป

คำแนะนำทางการแพทย์: เมื่อใดก็ตามที่ทารกร้องไห้โยเยอย่างรุนแรงโดยหาสาเหตุไม่ได้ หลังจากป้อนนม เปลี่ยนผ้าอ้อม และปลอบโยนแล้วยังไม่หยุดร้อง ให้ถอดเสื้อผ้า ถุงมือ และถุงเท้าของลูกออกทั้งหมด เพื่อตรวจเช็กนิ้วมือ นิ้วเท้า และบริเวณขาหนีบอย่างละเอียด หากพบเส้นผมหรือเส้นใยพันอยู่และไม่สามารถเอาออกได้เองอย่างปลอดภัย ให้รีบพาไปพบแพทย์โดยด่วน

การปรับสภาพแวดล้อมห้องนอนเพื่อเลี่ยงภาวะอุณหภูมิร่างกายไม่เหมาะสม และการประเมินสัญญาณเตือนภัย

ทารกแรกเกิดและเด็กเล็กยังมีระบบควบคุมอุณหภูมิร่างกายที่พัฒนาไม่เต็มที่ ทำให้สูญเสียความร้อนหรือสะสมความร้อนในร่างกายได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ การจัดสภาพแวดล้อมห้องนอนที่เหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันภาวะอุณหภูมิกายต่ำ (Hypothermia) หรือภาวะอุณหภูมิกายสูงเกินไป (Hyperthermia) ซึ่งสัมพันธ์กับกลุ่มอาการทารกเสียชีวิตเฉียบพลัน (SIDS)

  • อุณหภูมิห้องที่เหมาะสม: ควรปรับเครื่องปรับอากาศให้อยู่ในช่วง 24-26 องศาเซลเซียส และเลี่ยงการให้ลมเย็นเป่าลงตัวเด็กโดยตรง
  • การเลือกเครื่องแต่งกาย: สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี ไม่หนาหรือบางจนเกินไป หลีกเลี่ยงการห่มผ้าห่มหนาๆ หรือใช้หมอนและตุ๊กตาจำนวนมากในเปลนอน เนื่องจากอาจปิดกั้นการหายใจ

เมื่อใดที่ต้องพาไปพบกุมารแพทย์โดยทันที?

นอกเหนือจากอาการเฉพาะโรคข้างต้นแล้ว ผู้ปกครองควรจดจำ สัญญาณเตือนภัยของอาการเจ็บป่วยรุนแรงที่ต้องพบแพทย์ทันที เหล่านี้เพื่อการตัดสินใจที่รวดเร็ว:

  • เด็กมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมเล่น ไม่ยอมสบตา หรือปลุกตื่นยาก
  • หายใจเร็ว หายใจลำบาก มีการกระเพื่อมของหัวไหล่ หรือซี่โครงบุ๋มขณะหายใจ
  • มีไข้สูงในทารกที่มีอายุต่ำกว่า 3 เดือน (อุณหภูมิตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไปทางทวารหนัก)
  • มีอาการชักเกร็ง หรือกระตุก
  • อาเจียนอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถดื่มน้ำหรือนมได้เลย
  • มีภาวะขาดน้ำรุนแรง สังเกตจากปากแห้ง ตาโหล ร้องไห้ไม่มีน้ำตา หรือปัสสาวะออกน้อยมาก (ไม่มีปัสสาวะนานกว่า 6 ชั่วโมง)

การสังเกตด้วยความใส่ใจและเข้าจัดการสถานการณ์อย่างรวดเร็วเมื่อพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ลูกน้อยได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ปลอดภัย และกลับมามีร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์อีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down