ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เสียงร้องไห้จ้าขณะถ่ายอุจจาระ: สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

เสียงร้องไห้ด้วยความเจ็บปวดของลูกน้อยขณะกำลังเบ่งถ่ายอุจจาระ พร้อมกับคราบเลือดสีแดงสดที่เคลือบอยู่บนก้อนอุจจาระหรือติดผ้าอ้อม เป็นภาพที่สร้างความกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่จำนวนไม่น้อย หลายครอบครัวต้องเผชิญกับภาวะลูกกลัวการขับถ่าย พยายามอั้นอุจจาระจนทำให้อาการยิ่งแย่ลง อาการเหล่านี้มักเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงภาวะ แผลขอบทวารหนักในเด็ก ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาทางระบบทางเดินอาหารที่พบได้บ่อยที่สุดในเด็กวัยเตาะแตะและเด็กวัยเรียน การเข้าใจสาเหตุ ลำดับการเกิดโรค และวิธีการดูแลอย่างถูกต้อง จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวดของลูกน้อยและป้องกันไม่ให้ปัญหานี้เรื้อรัง

สรีรวิทยาการเกิดแผลขอบทวารหนักในเด็ก: เมื่ออุจจาระแข็งสร้างบาดแผล

เยื่อบุบริเวณขอบทวารหนักของเด็กมีความละเอียดอ่อนและบอบบางมาก เรียกว่า เยื่อบุผิวทวารหนัก (Anoderm) ซึ่งเป็นบริเวณที่มีเส้นประสาทรับความรู้สึกเจ็บปวดมาเลี้ยงเป็นจำนวนมาก เมื่อเด็กมีภาวะท้องผูก อุจจาระตกค้างในลำไส้ใหญ่นานเกินไป ลำไส้จะดูดน้ำกลับเข้าสู่ร่างกาย ทำให้อุจจาระมีลักษณะแห้ง แข็ง และมีขนาดก้อนใหญ่ขึ้น

ขณะที่เด็กพยายามเบ่งถ่ายอุจจาระก้อนใหญ่และแข็ง เส้นผ่านศูนย์กลางของอุจจาระจะขยายเกินกว่าความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก ส่งผลให้เกิดแรงเทียร์ (Shear force) ถูไถและแรงดึงรั้งจนเกิดการฉีกขาดของเยื่อบุผิวบริเวณขอบทวารหนัก ตำแหน่งที่พบแผลได้บ่อยที่สุดคือ บริเวณด้านหลัง (Posterior midline) เนื่องจากเป็นจุดที่มีการซัพพอร์ตของกล้ามเนื้อเชิงก้นกบเจือจางที่สุด

วงจรแห่งความเจ็บปวด (Pain-Constipation Cycle): เมื่อเกิดแผลฉีกขาด เด็กจะรู้สึกเจ็บปวดรุนแรงขณะถ่าย ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาสะท้อนกลับทำให้กล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักหดเกร็ง (Sphincter spasm) เมื่อเด็กกลัวความเจ็บปวด ครั้งต่อไปเด็กจะพยายามพฤติกรรมอั้นอุจจาระ (Stool withholding) ทำให้อุจจาระยิ่งสะสม แข็งขึ้น และก้อนใหญ่ขึ้น เมื่อถ่ายออกในครั้งถัดไป แผลเดิมก็จะฉีกขาดซ้ำรอยเดิม กลายเป็นวงจรเรื้อรังที่ยากจะแก้ไขหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี

วิธีสังเกตลักษณะเลือด: แผลขอบทวารหนัก หรืออาการป่วยร้ายแรงอื่น

การแยกแยะลักษณะการออกของเลือดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินความรุนแรงและหาสาเหตุที่แท้จริง เพื่อให้คุณพ่อคุณแมนำข้อมูลไปแจ้งแก่แพทย์ได้อย่างถูกต้อง

ลักษณะเลือดจากแผลขอบทวารหนัก

  • ลักษณะของเลือด: เป็นเลือดสีแดงสด ปริมาณไม่มาก มักปรากฏเป็นสายเลือดหรือคราบเลือดเคลือบอยู่บนผิวภายนอกของก้อนอุจจาระ หรือติดอยู่บนกระดาษชำระ/ผ้าอ้อม
  • อาการร่วม: เด็กมักแสดงอาการเจ็บปวดชัดเจน ร้องไห้จ้า เกร็งตัว หรือเบ่งถ่ายด้วยความยากลำบาก อุจจาระมักมีลักษณะเป็นก้อนแข็งเหมือนกระสุนหรือก้อนใหญ่
  • ภาวะทั่วไป: เด็กยังคงร่าเริง ทานอาหารได้ ไม่มีไข้ และไม่มีอาการซึม

สัญญาณเตือนจากสาเหตุอื่นที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flags)

  • เลือดปนในเนื้ออุจจาระ หรืออุจจาระสีดำ: หากเลือดผสมเป็นเนื้อเดียวกับอุจจาระ หรืออุจจาระมีสีดำเหลวคล้ายเฉาก๊วย (Melena) อาจเกิดจากเลือดออกในทางเดินอาหารส่วนบนหรือลำไส้เล็ก
  • อุจจาระมีมูกเลือดปนคล้ายแยมสตอเบอร์รี่: อาจเป็นสัญญาณของภาวะลำไส้กลืนกัน (Intussusception) ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินทางกุมารศัลยศาสตร์
  • ถ่ายเป็นเลือดปริมาณมาก: เลือดไหลออกสดๆ โดยไม่มีอุจจาระ หรือไหลไม่หยุด อาจเกิดจากติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ (Juvenile polyp) หรือความผิดปกติของเส้นเลือด
  • มีอาการทางร่างกายอื่นร่วมด้วย: เช่น ไข้สูง ปวดท้องรุนแรง ท้องอืด แน่นหน้าท้อง อาเจียน น้ำหนักลด หรือการแพ้โปรตีนนมวัวในเด็กเล็ก

การทำความสะอาดและสุขอนามัยรอบทวารหนักเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

บาดแผลบริเวณทวารหนักมีโอกาสสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียในอุจจาระตลอดเวลา การดูแลสุขอนามัยอย่างเหมาะสมจึงเป็นหัวใจสำคัญในการลดการอักเสบและป้องกันการติดเชื้อแทรกซ้อน

  • การแช่ก้นในน้ำอุ่น (Warm Sitz Bath): เป็นวิธีที่ประสิทธิภาพสูงในการรักษา แผลขอบทวารหนักในเด็ก โดยการให้เด็กนั่งแช่ก้นในน้ำอุ่นสะอาด (ความอุ่นพอเหมาะ ไม่ร้อนเกินไป) นานประมาณ 10-15 นาที วันละ 2-3 ครั้ง โดยเฉพาะหลังการขับถ่าย ความอุ่นของน้ำจะช่วยผ่อนคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก บรรเทาความเจ็บปวด และกระตุ้นการไหลเวียนเลือดมาเลี้ยงบาดแผลเพื่อเร่งการสมาน
  • การทำความสะอาดหลังขับถ่าย: หลีกเลี่ยงการใช้กระดาษชำระแห้งเช็ดถูบริเวณแผลโดยตรง เพราะจะทำให้แผลระคายเคืองและฉีกขาดเพิ่มขึ้น ควรใช้น้ำสะอาดล้างผ่านเบาๆ หรือใช้ทิชชูเปียกชนิดปราศจากน้ำหอมและแอลกอฮอล์ แล้วใช้วิธีการซับเบาๆ ให้แห้งสนิท
  • การดูแลความอับชื้น: สำหรับเด็กที่ยังใส่ผ้าอ้อม ควรอักผ้าอ้อมทันทีหลังการขับถ่าย และปล่อยให้ผิวบริเวณทวารหนักแห้งสนิทก่อนใส่ผ้าอ้อมผืนใหม่ เพื่อลดความอับชื้นและการสะสมของเชื้อโรค

การใช้ยาทาเฉพาะที่และการรักษาเพื่อเร่งการสมานแผลอย่างปลอดภัย

การรักษาภาวะแผลขอบทวารหนักต้องทำควบคู่กันทั้งการสมานแผลภายนอกและการปรับลักษณะอุจจาระให้นุ่มลงจากภายใน

1. ยาเคลือบผิวและยาทาเฉพาะที่

  • ยาทากลุ่ม Barrier Ointment: เช่น Petroleum jelly หรือ ยาทาที่มีส่วนผสมของ Zinc oxide ช่วยสร้างชั้นปกป้องผิว ไม่ให้อุจจาระที่มีความเป็นกรดหรือแบคทีเรียสัมผัสกับบาดแผลโดยตรง ทาบางๆ บริเวณรอบขอบทวารหนักก่อนและหลังการขับถ่าย
  • ยาลดความเจ็บปวดเฉพาะที่: ในกรณีที่เด็กมีอาการเจ็บปวดมาก กุมารแพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาชาเฉพาะที่ชนิดเจล (เช่น Lidocaine jelly ปริมาณต่ำ) ทาเบาๆ ก่อนการขับถ่าย เพื่อลดความเจ็บปวดและช่วยให้เด็กกล้าขับถ่ายมากขึ้น
  • ยาขยายหลอดเลือดเฉพาะที่: สำหรับแผลเรื้อรัง แพทย์อาจใช้ยาทากรุ่ม Nitroglycerin หรือ Calcium Channel Blocker ที่ปรุงพิเศษสำหรับเด็ก เพื่อช่วยลดแรงดันของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก ยาในกลุ่มนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลและสั่งใช้โดยแพทย์เฉพาะทางเท่านั้น

2. การปรับอุจจาระให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

บาดแผลจะไม่สามารถสมานได้เลยหากเด็กยังคงถ่ายอุจจาระแข็ง ยารักษาแผลที่ดีที่สุดคือการทำให้อุจจาระนิ่มลง

  • ยาระบายปรับอุจจาระนุ่ม (Stool Softeners): แพทย์มักแนะนำยาระบายกลุ่มที่เพิ่มน้ำในก้อนอุจจาระ เช่น Polyethylene Glycol (PEG) หรือ Lactulose ซึ่งมีความปลอดภัยสูงในเด็ก ไม่ทำให้ลำไส้ติดยา และสามารถใช้ต่อเนื่องได้จนกว่าแผลจะหายสนิท
  • การปรับโภชนาการ: เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ (ลูกพรูน กล้วยน้ำว้าสุก มะละกอสุก) และให้เด็กดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอตลอดวัน

ภาวะ แผลขอบทวารหนักในเด็ก สามารถหายเป็นปกติได้หากได้รับการดูแลอย่างถูกวิธีและทันท่วงที การสร้างบรรยากาศที่ดีในการขับถ่าย ไม่ลงโทษหรือปรับบรรยากาศให้เครียด จะช่วยให้เด็กผ่อนคลายและข้ามผ่านช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวดนี้ไปได้ หากปรับการดูแลเบื้องต้นแล้วอาการไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ หรือพบสัญญาณเตือนที่เป็นอันตราย ควรพาเด็กไปพบกุมารแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down