ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เจาะลึกโรคปอดอักเสบภัยเงียบใกล้ตัว: ทำไมเด็กเล็กและผู้สูงวัยจึงต้องระวังเป็นพิเศษ

" + "

โรคปอดอักเสบ หรือที่หลายคนคุ้นเคยกันในชื่อโรคปอดบวบ (Pneumonia) ถือเป็นโรคติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนล่างที่มีความรุนแรงสูง และเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเจ็บป่วยรุนแรงและการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประชากรทั่วโลก โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางอย่างเด็กทารก เด็กเล็ก และผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง

" + "

ในทางการแพทย์ ปอดอักเสบไม่ได้เกิดขึ้นจากเชื้อโรคเพียงชนิดเดียว แต่สามารถเกิดได้จากทั้งเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย โดยเชื้อแบคทีเรียตัวสำคัญที่สุดที่เป็นต้นเหตุของโรคปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรง ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด และเยื่อหุ้มสมองอักเสบ คือเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า สเตรปโตค็อกคัส นิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่าเชื้อนิวโมค็อกคัส (Pneumococcus) ซึ่งเชื้อชนิดนี้มีความสามารถในการแพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือการสัมผัสใกล้ชิด และมักหลบซ่อนอยู่ในโพรงจมูกและลำคอของคนสุขภาพดีโดยไม่แสดงอาการได้ ทำให้กลุ่มเสี่ยงติดเชื้อได้ง่ายและมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

" + "
คำแนะนำจากคุณหมอ: การป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อแบคทีเรียที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงที่สุดในปัจจุบันคือการได้รับวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบ (Pneumococcal Vaccine) ซึ่งมีให้เลือกใช้หลักๆ 2 ชนิด ได้แก่ ชนิดคอนจูเกต (PCV) และชนิดโพลีแซคคาไรด์ (PPSV) การทำความเข้าใจความแตกต่างของวัคซีนทั้งสองชนิดนี้จะช่วยให้คุณสามารถเลือกรับวัคซีนได้อย่างเหมาะสมกับช่วงวัยและสถานะสุขภาพของตนเองและคนในครอบครัว
" + "

ทำความรู้จักวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ PCV และ PPSV: ความเหมือนที่แตกต่าง

" + "

วัคซีนป้องกันเชื้อนิวโมค็อกคัสในปัจจุบันถูกพัฒนาออกมาเป็น 2 ชนิดหลักที่มีกลไกการกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ได้แก่

" + "
    " + "
  • วัคซีนชนิดคอนจูเกต (Pneumococcal Conjugate Vaccine หรือ PCV): เป็นวัคซีนที่นำเอาชิ้นส่วนเปลือกหุ้มของเชื้อแบคทีเรียมาเชื่อมต่อเข้ากับโปรตีนพาหะ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจดจำเชื้อโรคได้ดีเยี่ยมตั้งแต่อายุยังน้อย วัคซีนชนิดนี้กระตุ้นภูมิคุ้มกันในระยะยาวได้ดีมาก มีความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันชนิดเซลล์ความจำ (Memory B Cells) และช่วยลดการ พาหะของเชื้อ (Nasopharyngeal Carriage) ในโพรงจมูกได้ ปัจจุบันมีชนิด 13 สายพันธุ์ (PCV13) และชนิด 15 สายพันธุ์ (PCV15) รวมถึง 20 สายพันธุ์ (PCV20) ที่เริ่มใช้ในบางประเทศ
  • " + "
  • วัคซีนชนิดโพลีแซคคาไรด์ (Pneumococcal Polysaccharide Vaccine หรือ PPSV): เป็นวัคซีนที่ประกอบด้วยโพลีแซคคาไรด์จากเปลือกหุ้มของเชื้อแบคทีเรียโดยตรง ครอบคลุมสายพันธุ์ได้กว้างกว่าคือ 23 สายพันธุ์ (PPSV23) แต่ไม่กระตุ้นภูมิคุ้มกันชนิดความจำ ภูมิคุ้มกันที่สร้างขึ้นจะค่อยๆ ลดระดับลงตามกาลเวลา และไม่เหมาะสำหรับการฉีดในเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 2 ปีเนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันยังพัฒนาไม่เต็มที่
  • " + "
" + "

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคปอดอักเสบ: เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร

" + "

การทำความเข้าใจสาเหตุและกลไกการเกิดโรคจะช่วยให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันได้ดียิ่งขึ้น เชื้อแบคทีเรียสเตรปโตค็อกคัส นิวโมเนียอี (Streptococcus pneumoniae) มีกลไกการก่อโรคดังนี้:

" + "
    " + "
  • การรับเชื้อเข้าสู่ทางเดินหายใจ: เชื้อแพร่กระจายผ่านละอองฝอยทางน้ำลาย น้ำมูก จากการไอ การจาม หรือการพูดคุยใกล้ชิด
  • " + "
  • การลุกลามสู่ปอด: เมื่อร่างกายมีภูมิคุ้มกันต่ำลง เช่น หลังป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือมีความเครียดสะสม เชื้อที่อาศัยอยู่ในลำคอจะหลุดรอดลงสู่เนื้อเยื่อปอด
  • " + "
  • การอักเสบและการสร้างหนอง: เชื้อแบคทีเรียจะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบอย่างรุนแรง เม็ดเลือดขาวจะหลั่งสารกระตุ้นการอักเสบ ทำให้ถุงลมในปอดเต็มไปด้วยน้ำหนองและเซลล์ที่ตายแล้ว ส่งผลให้กระบวนการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในร่างกายล้มเหลว
  • " + "
  • การแพร่กระจายสู่กระแสเลือด: ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เชื้ออาจหลุดเข้าสู่กระแสเลือดทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Bacteremia) และลุกลามไปเยื่อหุ้มสมองหรืออวัยวะอื่นๆ ได้
  • " + "
" + "

อาการและสัญญาณเตือนของโรคปอดอักเสบที่คุณไม่ควรมองข้าม

" + "

อาการของโรคปอดอักเสบอาจมีความรุนแรงตั้งแต่ระดับน้อยไปจนถึงขั้นวิกฤต ขึ้นอยู่กับอายุและสภาพร่างกายของผู้ป่วย โดยอาการทั่วไปประกอบด้วย:

" + "
    " + "
  • มีไข้สูง หนา หนาวสั่น
  • " + "
    " + "
  • ไอมีเสมหะข้น สีเหลือง สีเขียว หรือมีเลือดปน
  • " + "
  • หายใจหอบเหนื่อย หายใจเร็ว หรือหายใจมีเสียงหวีด
  • " + "
  • เจ็บหน้าอกเวลาหายใจเข้าหรือเวลาไอ
  • " + "
  • อ่อนเพลียมาก เบื่ออาหาร และคลื่นไส้ อาเจียน
  • " + "
" + "
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ในผู้สูงอายุ อาการของโรคปอดอักเสบอาจไม่แสดงออกด้วยไข้สูงหรือไอเสมอไป แต่อาจมาด้วยอาการซึมลง สับสน พูดจาเลอะเลือน ทานอาหารไม่ได้ หรือโรคประจำตัวกำเริบอย่างรุนแรง ซึ่งญาติผู้ดูแลต้องสังเกตอาการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้อย่างใกล้ชิด
" + "

สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องพาไปพบแพทย์ฉุกเฉินทันที

" + "

หากพบอาการเหล่านี้ในเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน เนื่องจากอาจเกิดภาวะหายใจล้มเหลว:

" + "
    " + "
  • หายใจลำบาก หายใจแรงจนซี่โครงบุ๋ม หรือปีกจมูกบานขณะหายใจ
  • " + "
  • ริมฝีปาก ปลายมือ ปลายเท้า มีสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) อันเนื่องมาจากร่างกายขาดออกซิเจน
  • " + "
  • ซึมมาก ปลุกตื่นยาก หรือหมดสติ
  • " + "
  • ในเด็กเล็กจะไม่ยอมดูดนม ร้องกวนต่อเนื่อง และมีภาวะขาดน้ำร่วมด้วย
  • " + "
  • ความดันโลหิตต่ำ ตัวเย็น ชีพจรเต้นเร็วและเบา
  • " + "
" + "

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

" + "

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการสงสัยโรคปอดอักเสบ แพทย์จะดำเนินการวินิจฉัยผ่านขั้นตอนมาตรฐาน:

" + "
    " + "
  • การซักประวัติและตรวจร่างกาย: แพทย์จะใช้หูฟังตรวจเสียงหายใจในปอด (Auscultation) เพื่อหาเสียงผิดปกติ เช่น เสียงกรอบแกรบ (Crackles)
  • " + "
  • การเอกซเรย์ปอด (Chest X-ray): เพื่อดูว่ามีฝ้าขาวหรือการอักเสบติดเชื้อบริเวณเนื้อปอดส่วนใด
  • " + "
  • การตรวจเลือดสมบูรณ์ (CBC): เพื่อดูจำนวนเม็ดเลือดขาวที่บ่งบอกถึงการติดเชื้อแบคทีเรีย
  • " + "
  • การเพาะเชื้อจากเสมหะ (Sputum Culture): เพื่อระบุชนิดของเชื้อแบคทีเรียและเลือกใช้ยาปฏิชีวนะได้อย่างตรงจุด
  • " + "
" + "

สำหรับการรักษาหลักประกอบด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่ครอบคลุมเชื้อแบคทีเรียเป้าหมาย การให้ออกซิเจนเสริมในผู้ป่วยที่มีภาวะพร่องออกซิเจน การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดดำ และการรักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ ยาละลายเสมหะ พร้อมทั้งการทำกายภาพบำบัดทรวงอกเพื่อช่วยระบายเสมหะ

" + "

ใครบ้างที่ควรฉีดวัคซีน PCV และ PPSV และแนวทางการให้วัคซีนที่แนะนำ

" + "

เนื่องจากความรุนแรงของโรค องค์การอนามัยโลก (WHO) และสมาคมโรคติดเชื้อแห่งประเทศไทย จึงแนะนำให้กลุ่มบุคคลเหล่านี้ได้รับวัคซีนป้องกันปอดอักเสบอย่างเคร่งครัด:

" + "
    " + "
  • เด็กทารกและเด็กเล็ก: แนะนำให้ฉีดวัคซีนชนิดคอนจูเกต (PCV) ตามโปรแกรมวัคซีนพื้นฐานหรือวัคซีนเสริม โดยเริ่มฉีดเข็มแรกได้ตั้งแต่อายุ 2 เดือน ตามด้วยเข็มที่ 2, 3 และเข็มกระตุ้นในช่วงอายุ 12-15 เดือน
  • " + "
  • ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป: เป็นกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันเสื่อมถอยตามวัย แนะนำให้รับวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อรุนแรง
  • " + "
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง: ได้แก่ ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคตับเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง หรือผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ผู้ป่วยเอชไอวี ผู้ที่ตัดม้ามออก หรือผู้ที่ต้องได้รับยากดภูมิคุ้มกัน
  • " + "
" + "

แนวทางการฉีดวัคซีนผสมผสานเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ:

" + "

สำหรับผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคเรื้อรังที่ไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อน แพทย์มักแนะนำให้ฉีดวัคซีนชนิด PCV (เช่น PCV13 หรือ PCV15) ก่อนหนึ่งเข็ม เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันชนิดความจำในระยะยาว จากนั้นเว้นระยะเวลาอย่างน้อย 8 สัปดาห์ถึง 1 ปี จึงฉีดวัคซีนชนิด PPSV23 ตามอีกหนึ่งเข็ม เพื่อเสริมความครอบคลุมของสายพันธุ์เชื้อแบคทีเรียให้กว้างขวางยิ่งขึ้น

" + "

ราคา ความคุ้มค่า และการลงทุนเพื่อสุขภาพระยะยาว

" + "

คำถามที่พบบ่อยสำหรับผู้ที่สนใจเข้ารับวัคซีนคือเรื่องของราคาและความคุ้มค่า วัคซีนป้องกันปอดอักเสบทั้ง PCV และ PPSV จัดเป็นวัคซีนเสริมที่มีค่าใช้จ่าย โดยราคาจะมีความแตกต่างกันไปตามชนิดของวัคซีนและสถานพยาบาล:

" + "
    " + "
  • วัคซีนชนิดคอนจูเกต (PCV13 / PCV15): ราคาต่อเข็มมักจะอยู่ช่วงประมาณ 2,500 ถึง 4,000 บาท
  • " + "
    " + "
  • วัคซีนชนิดโพลีแซคคาไรด์ (PPSV23): ราคาต่อเข็มมักจะอยู่ช่วงประมาณ 1,200 ถึง 2,000 บาท
  • " + "
" + "

เมื่อพิจารณาถึงความคุ้มค่า การฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบเปรียบเสมือนการลงทุนด้านสุขภาพที่คุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคปอดอักเสบรุนแรงจนต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาล หรือการต้องเข้าพักรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) นั้นสูงกว่าค่าวัคซีนหลายเท่าตัว นอกจากนี้ วัคซีนยังช่วยลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต ลดอัตราการเกิดโรคเรื้อรังกำเริบ และช่วยรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้สูงอายุและเด็กเล็กไว้ได้อย่างยั่งยืน

" + "

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล (Actionable Checklist)

" + "
" + "แนวทางปฏิบัติเพื่อป้องกันปอดอักเสบ: " + "
    " + "
  • ตรวจสอบประวัติการรับวัคซีนของบุตรหลานและผู้สูงอายุในบ้านกับแพทย์ประจำตัว
  • " + "
  • ปรึกษาแพทย์เพื่อรับวัคซีน PCV และ PPSV ตามช่วงวัยและข้อบ่งชี้ทางสุขภาพ
  • " + "
  • ส่งเสริมสุขอนามัยที่ดี ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ และสวมหน้ากากอนามัยในพื้นที่แออัด
  • " + "
  • ดูแลโภชนาการให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ
  • " + "
  • หากมีอาการไข้สูง ไอ หอบเหนื่อย ควรรีบมาพบแพทย์ทันที ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง
  • " + "
" + "
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down