ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

บทนำ: ความสำคัญของการวินิจฉัยแยกโรคในทารกที่มีอาการท้องผูก

ภาวะท้องผูกในทารกแรกเกิดและทารกวัยเริ่มแรกมักสร้างความกังวลใจให้กับบิดามารดาอย่างมาก แม้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วอาการท้องผูกในเด็กโตมักมีสาเหตุมาจากพฤติกรรมหรือการทำงานของลำไส้ที่ยังไม่พัฒนาเต็มที่ (Functional constipation) แต่สำหรับทารก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มที่มีอาการตั้งแต่วัยแรกคลอด แพทย์จำเป็นต้องตระหนักถึง สาเหตุท้องผูกในทารก ที่เกิดจากพยาธิสภาพทางร่างกาย (Pathological causes) ซึ่งอาจมีความรุนแรงและจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงแก่ชีวิต

1. โรคฮิร์ชสปรุง (Hirschsprung's disease): ความผิดปกติของระบบประสาทส่วนปลายในลำไส้

โรคฮิร์ชสปรุง เป็นหนึ่งใน สาเหตุท้องผูกในทารก ที่เกิดจากความผิดปกติแต่กำเนิดที่พบได้บ่อยที่สุดโรคหนึ่ง โดยมีอัตราการเกิดประมาณ 1 ใน 5,000 ของทารกแรกคลอดมีชีวิต

พยาธิสภาพและกลไกการเกิดโรค

โรคนี้เกิดจากการที่เซลล์ประสาทในผนังลำไส้ (Ganglion cells) ทั้งในชั้น Myenteric (Auerbach's) plexus และ Submucosal (Meissner's) plexus ไม่เจริญเติบโตและเคลื่อนที่ลงไปจนสุดปลายลำไส้ใหญ่ในช่วงที่ทารกอยู่ในครรภ์ ส่งผลให้ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายไม่มีเซลล์ประสาทควบคุมการคลายตัวของกล้ามเนื้อลำไส้ ลำไส้ส่วนที่ไร้เซลล์ประสาทนี้ (Aganglionic segment) จึงเกิดการหดเกร็งตัวตลอดเวลา (Tonic contraction) ไม่สามารถบีบตัวเพื่อส่งผ่านอุจจาระได้ ทำให้อุจจาระคั่งค้างและลำไส้ส่วนต้นที่ปกติเกิดการขยายตัวอย่างมาก (Megacolon)

อาการทางคลินิกที่สำคัญ

  • ทารกไม่ถ่ายขี้เทาภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังคลอด (Delayed passage of meconium) ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญที่สุด
  • มีอาการท้องอืดอย่างรุนแรง (Abdominal distension) ร่วมกับการอาเจียนที่มีน้ำดีปน (Bilious vomiting)
  • เกิดภาวะลำไส้อักเสบแทรกซ้อน (Hirschsprung-associated enterocolitis) ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อในกระแสเลือดและการทะลุของลำไส้ได้

2. ภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิด (Congenital Hypothyroidism) กับผลกระทบต่อระบบขับถ่าย

ระบบต่อมไร้ท่อมีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับการทำงานของระบบทางเดินอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทรอยด์ฮอร์โมนซึ่งทำหน้าที่ควบคุมอัตราการเผาผลาญและการทำงานของเซลล์ทั่วร่างกาย

ผลกระทบต่อระบบเผาผลาญและการเคลื่อนไหวของลำไส้

เมื่อทารกเผชิญกับภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมนแต่กำเนิด จะส่งผลให้ระบบประสาทอัตโนมัติที่ควบคุมการบีบตัวของลำไส้ทำงานช้าลงอย่างมาก (Hypomotility) ทำให้อัตราการเคลื่อนไหวของลำไส้ลดลง อุจจาระจึงเคลื่อนที่ผ่านลำไส้ใหญ่ได้อย่างช้าๆ ส่งผลให้น้ำในอุจจาระถูกดูดซึมกลับเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปจนทำให้อุจจาระแห้งและแข็ง เกิดเป็น สาเหตุท้องผูกในทารก ที่มีลักษณะเรื้อรังและสัมพันธ์กับระบบเผาผลาญที่ต่ำลง

อาการร่วมทางระบบอื่นๆ ที่ควรสังเกต

นอกเหนือจากภาวะท้องผูกแล้ว ทารกมักมีอาการแสดงอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น มีภาวะตัวเหลืองนานกว่าปกติ (Prolonged neonatal jaundice) ซึม ดูดนมไม่ดี เสียงร้องแหบ กล้ามเนื้ออ่อนแรง (Hypotonia) สะดือจุก (Umbilical hernia) และผิวแห้ง ซึ่งหากไม่ได้รับการตรวจคัดกรองและรักษาด้วยการให้ฮอร์โมนทดแทนอย่างเร่งด่วน อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองและการเจริญเติบโตของเด็กอย่างถาวร

3. ความผิดปกติทางโครงสร้างกายวิภาคและผลข้างเคียงจากยา

นอกเหนือจากโรคทางระบบประสาทและต่อมไร้ท่อแล้ว โครงสร้างทางกายวิภาคที่ผิดปกติรวมถึงปัจจัยภายนอกอย่างการได้รับยาก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามในการสืบค้นหาสาเหตุ

ความผิดปกติทางโครงสร้างกายวิภาคของทวารหนักและลำไส้

ความผิดปกติทางโครงสร้างมักขัดขวางการขับถ่ายโดยตรงทางกายภาพ ตัวอย่างที่สำคัญทางคลินิก ได้แก่:

  • ภาวะไม่มีรูทวารหนักหรือรูทวารหนักตีบตัน (Imperforate anus / Anal stenosis): เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดที่ทำให้ทางออกของอุจจาระแคบลงอย่างรุนแรงหรือไม่มีทางออกเลย
  • ภาวะรูทวารหนักเปิดผิดตำแหน่ง (Anteriorly displaced anus): รูทวารหนักตั้งอยู่ค่อนไปทางด้านหน้ามากกว่าปกติ ทำให้มุมในการขับถ่ายอุจจาระผิดเพี้ยนไปและขับถ่ายได้ยาก
  • ภาวะลำไส้ตีบตัน (Intestinal stenosis): การตีบแคบของลำไส้ส่วนใดส่วนหนึ่งทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินอาหารบางส่วน

ผลข้างเคียงจากยาที่ทารกได้รับ

สารเคมีและยาสามารถส่งผลต่อการทำงานของลำไส้ทารกได้เช่นกัน อาทิ การได้รับธาตุเหล็กเสริม (Iron supplements) ในปริมาณสูง การได้รับยาในกลุ่มโอปิออยด์ (Opioids) หรือยากลุ่มต้านโคลิเนอร์จิก (Anticholinergics) ซึ่งอาจส่งผ่านทางน้ำนมมารดาหรือทารกได้รับโดยตรง ยาเหล่านี้มีฤทธิ์ลดการบีบตัวของลำไส้และทำให้อุจจาระแข็งตัวขึ้น

4. ข้อบ่งชี้และแนวทางการรักษาทางศัลยกรรม

เมื่อการประเมินทางการแพทย์ระบุว่า สาเหตุท้องผูกในทารก เกิดจากความผิดปกติทางกายวิภาคหรือโรคระบบประสาทลำไส้แต่กำเนิด การรักษาทางอายุรกรรมทั่วไปมักไม่ได้ผล และจำเป็นต้องได้รับการรักษาทางศัลยกรรมอย่างเหมาะสม

ข้อบ่งชี้ในการส่งต่อเพื่อรับการผ่าตัด

"การวินิจฉัยโรคทางพยาธิสภาพแต่เนิ่นๆ และการส่งต่อแพทย์เฉพาะทางศัลยศาสตร์เด็ก เป็นกุญแจสำคัญในการลดอัตราการเสียชีวิตและทุพพลภาพในทารก"

เกณฑ์สำคัญในการพิจารณาส่งต่อเพื่อรับการผ่าตัด ได้แก่:

  • ผลการตรวจชิ้นเนื้อผนังลำไส้ (Rectal suction biopsy) ยืนยันว่าไม่มีเซลล์ประสาท (Aganglionosis) ในโรคฮิร์ชสปรุง
  • การตรวจร่างกายพบความผิดปกติทางโครงสร้างชัดเจน เช่น รูทวารหนักตีบตัน หรือไม่มีรูเปิดทวารหนัก
  • ทารกมีภาวะลำไส้อุดตัน (Intestinal obstruction) ที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาทางยาเบื้องต้น

แนวทางการผ่าตัดรักษาที่สำคัญ

  • การผ่าตัดตัดต่อลำไส้ (Pull-through procedure): เป็นการผ่าตัดมาตรฐานสำหรับโรคฮิร์ชสปรุง โดยแพทย์จะทำการตัดลำไส้ส่วนที่ไม่มีเส้นประสาทออก แล้วดึงลำไส้ส่วนที่มีเซลล์ประสาทปกติลงมาต่อกับทวารหนัก
  • การผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างทวารหนัก (Anoplasty / Posterior Sagittal Anorectoplasty - PSARP): ใช้สำหรับการแก้ไขภาวะไม่มีรูทวารหนักหรือรูทวารเปิดผิดตำแหน่ง เพื่อสร้างช่องทางขับถ่ายที่ใกล้เคียงธรรมชาติและมีประสิทธิภาพในการกลั้นอุจจาระที่ดีที่สุด
  • การทำทวารเทียมทางหน้าท้องชั่วคราว (Temporary Colostomy): ในทารกที่มีอาการรุนแรงหรือมีภาวะลำไส้อักเสบเฉียบพลัน แพทย์อาจพิจารณาทำทวารเทียมเพื่อระบายอุจจาระและลดการอักเสบของลำไส้ก่อนจะทำผ่าตัดแก้ไขในขั้นตอนถัดไป

บทสรุป

การแยกแยะระหว่างภาวะท้องผูกจากการทำงานปกติและสาเหตุทางพยาธิสภาพในทารกเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง กุมารแพทย์และผู้ปกครองควรร่วมมือกันสังเกตสัญญาณเตือนต่างๆ เพื่อให้ทารกได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างถูกต้อง รวดเร็ว และเข้าถึงการรักษาทางศัลยกรรมหรืออายุรกรรมเฉพาะทางที่เหมาะสมที่สุด เพื่อสุขภาวะที่ดีและพัฒนาการที่สมบูรณ์ของทารกในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down