ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

รอยแดงเข้มตามข้อพับที่ผิดสังเกต: ทำความรู้จักปรากฏการณ์เส้นพาสเทียในเด็กที่เป็นไข้ดำแดง

เมื่อลูกน้อยมีไข้สูง เจ็บคอ และเริ่มมีผื่นแดงขึ้นตามตัว คุณพ่อคุณแม่อาจคิดว่าเป็นเพียงไข้หวัดหรือผื่นแพ้ผิวหนังทั่วไป แต่หากสังเกตให้ดีตามรอยพับของร่างกาย เช่น ข้อพับแขน รักแร้ หรือขาหนีบ แล้วพบรอยเส้นสีแดงเข้มหรือชมพูจัดที่ดูคล้ายรอยถลอกหรือรอยช้ำแดงที่ไม่จางหายไปเมื่อกดลงไป อาการนี้อาจไม่ใช่รอยแผลจากการเกาธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนสำคัญทางคลินิกที่แพทย์ใช้ในการวินิจฉัยโรคไข้ดำแดง (Scarlet Fever) ปรากฏการณ์นี้มีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า เส้นพาสเทีย (Pastia's lines)

การทำความเข้าใจพยาธิสภาพและลักษณะเฉพาะของรอยโรคนี้ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตอาการของลูกได้อย่างรวดเร็ว เพื่อนำไปสู่การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่ถูกต้องก่อนที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงตามมา

ทำความเข้าใจพยาธิสภาพการเกิด "เส้นพาสเทีย" (Pastia's lines)

ปรากฏการณ์ เส้นพาสเทีย ถูกค้นพบและรายงานครั้งแรกโดยแพทย์ชาวโรมาเนียชื่อ คอนสแตนติน จอห์น พาสเทีย (Constantin John Pastia) โดยลักษณะที่เห็นจะเป็นเส้นริ้วสีแดงเข้ม ชมพูจัด หรือบางครั้งออกสีม่วงคล้ำตามรอยพับของผิวหนัง

ในเชิงพยาธิสรีรวิทยา ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า Streptococcus pyogenes หรือที่รู้จักกันในนาม เชื้อสเตรปโตค็อกคัส กลุ่มเอ (Group A Streptococcus) ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคไข้ดำแดง เชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะผลิตและหลั่งสารพิษที่เรียกว่า Erythrogenic toxin (หรือ Pyrogenic exotoxin) ออกสู่กระแสเลือด สารพิษนี้มีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดฝอยใต้ผิวหนังขยายตัวและเกิดการอักเสบ

ความดันและการเสียดสีทางกลศาสตร์บริเวณข้อพับ ประกอบกับความเปราะบางของหลอดเลือดฝอยที่ถูกทำลายโดยสารพิษของแบคทีเรีย ส่งผลให้หลอดเลือดฝอยขนาดเล็กใต้ผิวหนังบริเวณข้อพับแตกออก (Microhemorrhage) เกิดเป็นเม็ดเลือดแดงรั่วซึมออกมาในชั้นผิวหนัง ทำให้เห็นเป็นเส้นริ้วสีแดงเข้มตามแนวรอยพับอย่างชัดเจน

บริเวณข้อพับที่มักพบปรากฏการณ์นี้บ่อยที่สุด

เนื่องจากการเกิดเส้นพาสเทียอาศัยปัจจัยร่วมระหว่างการอักเสบของหลอดเลือดและการเสียดสี (Friction) ของผิวหนัง บริเวณที่มักพบรอยโรคนี้จึงเป็นบริเวณผิวหนังที่มีการพับงอและเกิดการเสียดสีบ่อยครั้ง ได้แก่:

  • ข้อพับแขน (Antecubital fossae): เป็นจุดที่พบได้บ่อยและชัดเจนที่สุด โดยจะเห็นเป็นเส้นริ้วสีแดงพาดผ่านแนวขวางของข้อพับข้อศอก
  • รักแร้ (Axillary folds): รอยพับบริเวณรักแร้ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง
  • ขาหนีบ (Inguinal creases): บริเวณรอยต่อระหว่างหน้าท้องและต้นขา
  • ข้อพับเข่า (Popliteal fossae): บริเวณหลังข้อเข่า แม้จะพบน้อยกว่าข้อพับแขนแต่ก็เป็นจุดสำคัญที่ต้องตรวจเช็ค
  • รอยพับรอบคอ (Neck creases): ในเด็กเล็กที่มีลักษณะคอพับหรือมีน้ำหนักตัวมาก อาจพบรอยแดงนี้รอบลำคอได้เช่นกัน

ความสำคัญทางคลินิกในการช่วยยืนยันการวินิจฉัยโรคไข้ดำแดง

ในกระบวนการวินิจฉัยโรคของกุมารแพทย์ เส้นพาสเทีย ถือเป็นหนึ่งในสัญญาณทางกายภาพ (Physical signs) ที่มีความจำเพาะสูงมากในการบ่งชี้โรคไข้ดำแดง โดยมีความสำคัญทางคลินิกดังนี้:

1. การแยกแยะโรคจากผื่นไวรัสทั่วไป (Differential Diagnosis)

ผื่นของโรคไข้ดำแดงทั่วไปจะมีลักษณะสากคล้ายกระดาษทราย (Sandpaper rash) และจะจางลงเมื่อกดด้วยนิ้วมือหรือแผ่นแก้ว (Blanching rash) แต่สำหรับ เส้นพาสเทีย ซึ่งเกิดจากการแตกของหลอดเลือดฝอยและมีเลือดออกใต้ผิวหนังจริง รอยเส้นสีแดงนี้จะไม่จางหายไปเมื่อกด (Non-blanching) ทำให้แพทย์สามารถแยกแยะโรคไข้ดำแดงออกจากโรคผื่นผิวหนังจากเชื้อไวรัสชนิดอื่น เช่น ไข้ออกผื่น หัด หรือหัดเยอรมัน ได้อย่างแม่นยำขึ้น

2. การวินิจฉัยร่วมกับอาการแสดงทางคลินิกอื่นๆ

เมื่อพบเส้นพาสเทียร่วมกับอาการคลาสสิกของไข้ดำแดง เช่น ลิ้นมีลักษณะแดงและตุ่มนูนคล้ายผลสตรอเบอร์รี่ (Strawberry tongue) ไข้สูง เจ็บคอจากการอักเสบของต่อมทอนซิล และผื่นสากตามตัว แพทย์จะสามารถให้การวินิจฉัยโรคไข้ดำแดงได้ทันทีโดยไม่ต้องรอผลเพาะเชื้อจากลำคอในบางกรณี ซึ่งช่วยให้เริ่มยาปฏิชีวนะได้รวดเร็วขึ้น

ระยะเวลาที่เส้นพาสเทียจะคงอยู่และกระบวนการจางหายของรอยโรค

การดำเนินโรคของเส้นพาสเทียมีความสัมพันธ์โดยตรงกับระยะเวลาของโรคไข้ดำแดง โดยมีกระบวนการและระยะเวลาดังนี้:

  • ระยะเริ่มแรก (Acute Phase): เส้นพาสเทียจะปรากฏขึ้นพร้อมๆ กับผื่นสากตามตัวในช่วง 1-2 วันแรกหลังจากเริ่มมีไข้ และจะคงความแดงเข้มอยู่ตลอดช่วงที่เด็กมีไข้สูง
  • ระยะเริ่มฟื้นตัว (Subacute Phase): เมื่อผู้ป่วยได้รับยาปฏิชีวนะที่ตรงกับโรค (มักเป็นยากลุ่มเพนิซิลลินหรืออะม็อกซีซิลลิน) ไข้จะลดลงภายใน 24-48 ชั่วโมง ผื่นสากตามตัวจะเริ่มจางลง แต่ เส้นพาสเทีย จะยังคงหลงเหลืออยู่ให้เห็นเด่นชัดกว่าผื่นบริเวณอื่น เนื่องจากเป็นรอยเลือดออกใต้ผิวหนังที่ต้องใช้เวลาในการดูดซึมกลับ
  • ระยะผิวหนังลอก (Desquamation Phase): ในช่วงปลายสัปดาห์แรกจนถึงสัปดาห์ที่สอง ผิวหนังบริเวณที่เคยมีผื่นรวมถึงบริเวณข้อพับจะเริ่มลอกออกเป็นแผ่นบางๆ (Flaking or Peeling) ในระยะนี้เส้นพาสเทียจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสีแดงเข้มเป็นสีน้ำตาลอ่อนคล้ายรอยตกสะเก็ด ก่อนที่จะลอกหลุดออกไปทั้งหมด

โดยทั่วไป ปรากฏการณ์เส้นพาสเทียจะจางหายไปอย่างสมบูรณ์ภายในเวลาประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ โดยไม่ทิ้งรอยแผลเป็นหรือรอยดำถาวรใดๆ ไว้บนผิวหนังของเด็ก หากได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมและทันท่วงที

หากคุณพ่อคุณแม่พบว่าลูกน้อยมีไข้สูงร่วมกับรอยแดงเข้มผิดปกติตามข้อพับดังกล่าว ไม่ควรนิ่งนอนใจหรือซื้อยาทาเอง การพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาโรคไข้ดำแดงและรอยโรคให้หายดีเท่านั้น แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในอนาคต เช่น โรคหัวใจรูมาติก (Rheumatic heart disease) และโรคไตอักเสบเฉียบพลัน (Acute glomerulonephritis) อีกด้วย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down