คุณเคยรู้สึกไหมว่า อยู่ๆ หัวใจก็เต้นสะดุดไปจังหวะหนึ่ง เหมือนก้าวตกบันได หรือบางครั้งก็มีอาการใจสั่นรัวขึ้นมาอย่างรวดเร็วและไร้ทิศทางคล้ายเสียงกลองรบที่ตีไม่เป็นจังหวะ อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีหรือสิบกว่านาทีแล้วก็หายไป ทำให้หลายคนเลือกที่จะมองข้ามและคิดว่าเป็นเพียงความเหนื่อยล้าจากการทำงานหรือการดื่มกาแฟมากเกินไป ทว่าในทางการแพทย์ อาการเต้นสะดุดและสั่นรัวเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนแรกของโรคหัวใจที่ซ่อนเร้นอยู่ และหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่สืบค้นหาสาเหตุ อาจนำไปสู่ภาวะทุพพลภาพร้ายแรงอย่างอัมพฤกษ์อัมพาตได้โดยไม่ทันตั้งตัว
เสียงกลองรบในอก: เมื่อระบบนำไฟฟ้าหัวใจเกิดไฟช็อต
หัวใจของมนุษย์ทำงานได้ด้วยระบบนำไฟฟ้าที่มีความละเอียดอ่อนและเที่ยงตรงสูง โดยเริ่มต้นสัญญาณไฟฟ้าจากหัวใจห้องบนขวา ส่งผ่านไปยังหัวใจห้องล่างเพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวเป็นจังหวะที่สม่ำเสมอประมาณ 60 ถึง 100 ครั้งต่อนาที แต่เมื่อใดก็ตามที่ระบบนำไฟฟ้านี้เกิดความผิดปกติ เช่น มีจุดกำเนิดกระแสไฟฟ้าแปลกปลอมนอกเหนือจากธรรมชาติ หรือมีการลัดวงจรของกระแสไฟฟ้า จะส่งผลให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะทันที
อาการหัวใจเต้นสะดุด (Skipped beat) มักเกิดจากหัวใจห้องบนหรือห้องล่างบีบตัวก่อนจังหวะอันควร (Premature Contractions) ทำให้หัวใจต้องเว้นจังหวะพักนานขึ้นก่อนจะบีบตัวครั้งต่อไป ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกเหมือนหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะ ส่วนอาการใจสั่นรัวคล้ายกลองรบมักเกิดจากหัวใจเต้นเร็วผิดปกติในลักษณะสับสนวุ่นวาย ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดเพื่อแยกแยะความรุนแรงของโรค
ภาวะหัวใจเต้นพลิ้วระรัว (Atrial Fibrillation): ภัยเงียบผู้ก่อการร้ายในหลอดเลือด
ในบรรดาโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะทั้งหมด ภาวะหัวใจเต้นพลิ้วระรัว หรือ Atrial Fibrillation (AF) ถือเป็นภัยเงียบที่แพทย์ให้ความสำคัญและเฝ้าระวังมากที่สุด ภาวะนี้เกิดจากหัวใจห้องบนมีกระแสไฟฟ้าลัดวงจรนับร้อยๆ จุด ทำให้หัวใจห้องบนไม่สามารถบีบตัวเป็นจังหวะได้ แต่กลับเต้นสั่นพริ้วอย่างรวดเร็วและไม่มีทิศทาง ส่งผลให้ประสิทธิภาพในการสูบฉีดเลือดลดลง
เมื่อหัวใจห้องบนเต้นพริ้วและบีบตัวได้ไม่ดี เลือดที่ควรจะไหลผ่านไปตามปกติจึงเกิดการหมุนเวียนช้าลงและตกตะกอนอยู่บริเวณซอกหัวใจห้องบนซ้าย (Left Atrial Appendage) นำไปสู่การก่อตัวของลิ่มเลือดเล็กๆ เมื่อเวลาผ่านไป ลิ่มเลือดนี้อาจหลุดลอยออกจากหัวใจขึ้นไปอุดกั้นหลอดเลือดสมอง ทำให้สมองขาดเลือดเฉียบพลัน กลายเป็นโรคหลอดเลือดสมองอุดตันหรืออัมพฤกษ์อัมพาตในที่สุด
ที่น่ากลัวคือ ผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นพลิ้วระรัวจำนวนมากไม่มีอาการแสดงใดๆ เลย หรือมีอาการใจสั่นเพียงชั่วครั้งชั่วคราวแล้วหายไป การตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาความผิดปกติตั้งแต่ระยะแรกเริ่มจึงเป็นหนทางเดียวในการป้องกันอัมพฤกษ์และรักษาชีวิตของผู้ป่วยไว้ได้ทันท่วงที
เครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter Monitor): ตรวจจับความผิดปกติในการใช้ชีวิตจริง
อุปสรรคสำคัญในการวินิจฉัยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะคือ อาการใจสั่นมักเกิดขึ้นเป็นพักๆ (Paroxysmal) เมื่อผู้ป่วยเดินทางมาถึงโรงพยาบาลและทำการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจมาตรฐาน (12-Lead ECG) ซึ่งใช้เวลาบันทึกเพียง 10 วินาที ผลตรวจก็มักจะกลับมาเป็นปกติ ทำให้พลาดการตรวจพบรอยโรคที่แท้จริง
วิทยาการทางการแพทย์จึงได้พัฒนา นวัตกรรมการติดเครื่องบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง หรือ Holter Monitoring ขึ้นมา อุปกรณ์ขนาดกะทัดรัดนี้จะเชื่อมต่อกับแผ่นขั้วคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่แปะอยู่บนหน้าอกของผู้ป่วย โดยผู้ป่วยสามารถสวมใส่กลับบ้านและดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การนอนหลับ หรือการออกกำลังกายเบาๆ
เครื่อง Holter จะทำหน้าที่บันทึกทุกจังหวะการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง (หรืออาจนานถึง 48-72 ชั่วโมงในบางกรณี) ข้อมูลทั้งหมดจะถูกนำมาวิเคราะห์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อหาจุดที่หัวใจเต้นสะดุด คลื่นไฟฟ้าที่ผิดปกติ หรือตรวจหาภาวะหัวใจเต้นพลิ้วระรัวแฝงที่แอบซ่อนอยู่ ทำให้การวางแผนรักษามีความแม่นยำสูงขึ้นอย่างทวีคูณ
ถอดรหัสคลื่นไฟฟ้าหัวใจ: คัดกรองกลุ่มอาการบรูกาดา (Brugada Syndrome) ป้องกันภัยใหลตาย
นอกจากภาวะหัวใจเต้นพลิ้วระรัวแล้ว อีกหนึ่งความผิดปกติของระบบนำไฟฟ้าหัวใจที่รุนแรงและเป็นภัยเงียบสำหรับคนไทยคือ กลุ่มอาการบรูกาดา (Brugada Syndrome) ซึ่งเป็นโรคทางพันธุกรรมที่ส่งผลต่อการทำงานของช่องประจุโซเดียมในเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ โรคนี้มักไม่แสดงอาการเตือนใดๆ ในตอนกลางวัน แต่จะทำให้เกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะขั้นรุนแรงในขณะนอนหลับ นำไปสู่การเสียชีวิตเฉียบพลันหรือที่เรียกกันในสังคมไทยว่า ใหลตาย
การตรวจคัดกรองด้วยคลื่นไฟฟ้าหัวใจสามารถระบุสัญญาณเตือนของโรคนี้ได้ โดยจะพบรูปแบบของคลื่นไฟฟ้าหัวใจที่จำเพาะเจาะจง (Coved-type ST segment elevation ในลีด V1 ถึง V3) หากครอบครัวใดมีประวัติสมาชิกเสียชีวิตอย่างกะทันหันโดยไม่ทราบสาเหตุในวัยหนุ่มสาว การพาสมาชิกในครอบครัวมาตรวจคัดกรองคลื่นไฟฟ้าหัวใจและการตรวจยีนทางพันธุกรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งยวด เพื่อประเมินความเสี่ยงและพิจารณาใส่เครื่องกระตุกหัวใจอัตโนมัติ (ICD) เพื่อป้องกันเหตุร้ายก่อนที่จะเกิดขึ้น
การฟังเสียงสัญญาณเตือนจากร่างกายเป็นจุดเริ่มต้นของการดูแลสุขภาพที่ดี หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการใจสั่นรัวคล้ายกลองรบ รู้สึกวูบ หรือหัวใจเต้นสะดุดบ่อยครั้ง อย่ารอจนกระทั่งอาการรุนแรงขึ้น การเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินหัวใจอย่างละเอียดด้วยเทคโนโลยีที่เหมาะสม จะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น นำไปสู่การรักษาที่ตรงจุดและลดความเสี่ยงต่อการเกิดอัมพฤกษ์อัมพาตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด