ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สังเกตสีปัสสาวะ: เมื่อความเงียบอันไร้ความเจ็บปวดคือสัญญาณเตือนภัย

ผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยเดินเข้ามาพบแพทย์ด้วยความกังวลใจ หลังจากส่องมองลงไปในโถชักโครกแล้วพบว่าปัสสาวะเปลี่ยนเป็นสีแดงสดหรือสีน้ำโค้ก โดยมีลิ่มเลือดปนออกมาด้วย แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนชะล่าใจและมาพบแพทย์ช้าเกินไป คือการที่ไม่มีความรู้สึกปวด แสบ หรือขัดเวลาปัสสาวะเลยแม้แต่น้อย

ในทางทางการแพทย์ทางเดินปัสสาวะ อาการปัสสาวะเป็นเลือดแบบไม่มีอาการปวด (Painless Hematuria) ถือเป็นสัญญาณเตือนภัยเงียบที่แพทย์ต้องให้ความสำคัญและสืบค้นหาสาเหตุอย่างละเอียดทันที เพราะการไร้ซึ่งความเจ็บปวดไม่ได้หมายความว่าอาการนั้นปลอดภัย แต่กลับเป็นลักษณะเฉพาะที่พบบ่อยในโรคร้ายแรงของระบบทางเดินปัสสาวะ

อาการปัสสาวะเป็นเลือดแบบไม่มีอาการปวด: สัญญาณเตือนแรกของมะเร็งระบบทางเดินปัสสาวะ

โดยทั่วไป หากปัสสาวะเป็นเลือดร่วมกับมีอาการปวดเกร็งบริเวณข้างลำตัวหรือปวดหลัง มักมีสาเหตุมาจากนิ่วในไตหรือนิ่วในท่อไต หรือหากมีอาการปวดแสบขัดขณะปัสสาวะ มักเกิดจากการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ แต่เมื่อใดก็ตามเกิดอาการปัสสาวะเป็นเลือดแบบไม่มีอาการปวด สาเหตุหลักที่ต้องสงสัยเป็นอันดับแรกๆ คือเนื้องอกหรือเนื้อร้ายในระบบทางเดินปัสสาวะ

  • มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ (Bladder Cancer): เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดของภาวะปัสสาวะเป็นเลือดแบบไม่ปวด ก้อนเนื้อร้ายในกระเพาะปัสสาวะจะมีเส้นเลือดมาเลี้ยงมากและแตกง่าย ทำให้มีเลือดหลุดรอดออกมากับปัสสาวะเป็นระยะ บางครั้งเลือดอาจหยุดไหลไปเอง ทำให้ผู้ป่วยเข้าใจผิดว่าหายดีแล้ว ทั้งที่ก้อนมะเร็งยังคงเจริญเติบโตอยู่
  • มะเร็งเซลล์ไต (Renal Cell Carcinoma): เนื้องอกบริเวณไตอาจกัดเซาะเข้าไปในกรวยไต ทำให้มีเลือดไหลลงมาตามท่อไต หากเลือดค้างอยู่ในท่อไตระยะหนึ่ง อาจจับตัวเป็นลิ่มเลือดลักษณะยาวคล้ายเส้นก๋วยเตี๋ยวหลุดออกมากับปัสสาวะ
  • มะเร็งต่อมลูกหมาก (Prostate Cancer): ในระยะที่ก้อนมะเร็งเริ่มลุกลามเข้าไปในเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากส่วนท่อปัสสาวะ อาจทำให้เกิดเลือดออกเรื้อรังแบบไม่ปวดได้เช่นกัน

โรคต่อมลูกหมากโต และภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นทางเดินปัสสาวะในผู้สูงอายุ

นอกจากโรคมะเร็งแล้ว ภาวะต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia - BPH) ซึ่งพบได้เป็นปกติในชายสูงอายุ ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของปัสสาวะเป็นเลือด เมื่อต่อมลูกหมากขยายใหญ่ขึ้น เส้นเลือดฝอยที่เลี้ยงผิวต่อมลูกหมากจะโป่งพองและแตกออกได้ง่าย โดยเฉพาะเวลาที่ผู้ป่วยเบ่งปัสสาวะหรือมีความดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น

ความน่ากลัวของภาวะนี้คือการเกิด ลิ่มเลือด (Blood Clots) หากปริมาณเลือดออกมาก เลือดจะจับตัวเป็นก้อนลิ่มเลือดขนาดใหญ่ในกระเพาะปัสสาวะ และเข้าไปอุดกั้นบริเวณคอกระเพาะปัสสาวะหรือท่อปัสสาวะ นำไปสู่ภาวะลิ่มเลือดอุดกั้นทางเดินปัสสาวะ (Clot Retention) ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยปัสสาวะไม่ออกอย่างกะทันหัน ปวดแน่นท้องน้อยอย่างรุนแรง และจำเป็นต้องได้รับการใส่สายยางสายสวนปัสสาวะเพื่อล้างลิ่มเลือดออกเป็นการเร่งด่วน

ผลกระทบจากการใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดและยาต้านเกล็ดเลือด

ผู้สูงอายุจำนวนมากจำเป็นต้องรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด (Anticoagulants) เช่น วาร์ฟาริน (Warfarin) หรือยาในกลุ่ม NOACs/DOACs รวมถึงยาต้านเกล็ดเลือด (Antiplatelets) เช่น แอสไพริน (Aspirin) หรือ คโลพิโดเกรล (Clopidogrel) เพื่อรักษาโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดสมอง

ข้อเท็จจริงทางการแพทย์ที่สำคัญ: ยาต้านการแข็งตัวของเลือดไม่ใช่ "สาเหตุ" ที่ทำให้เกิดรอยโรคหรือก้อนเนื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ แต่ยาเหล่านี้ทำหน้าที่เป็น "ตัวเร่ง" หรือทำให้รอยโรคที่มีอยู่เดิม (ซึ่งอาจเป็นมะเร็งระยะเริ่มต้นหรือต่อมลูกหมากโต) แสดงอาการเลือดออกมาให้เห็นชัดเจนขึ้น

เมื่อเกิดภาวะปัสสาวะเป็นเลือดขณะรับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด มีข้อควรระวังสำคัญดังนี้:

  • ห้ามหยุดยาเองโดยเด็ดขาด: การหยุดยาต้านการแข็งตัวของเลือดทันทีอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดสมองอุดตัน (Stroke) หรือภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหัวใจซึ่งอันตรายถึงชีวิต
  • รีบพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ: ไม่ควรรีบสรุปว่าเลือดออกเพราะ "ยาแรงเกินไป" เพียงอย่างเดียว แพทย์จำเป็นต้องตรวจสืบค้นทางเดินปัสสาวะอย่างละเอียดเสมอ เพื่อมองหารอยโรคซ่อนเร้น
  • ปรับการใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์: แพทย์โรคระบบทางเดินปัสสาวะจะทำงานร่วมกับแพทย์โรคหัวใจเพื่อประเมินความเสี่ยง และพิจารณาปรับระดับยาหรือหยุดยาชั่วคราวอย่างปลอดภัยในระหว่างการตรวจวินิจฉัยและรักษา

ขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยเมื่อพบปัสสาวะเป็นเลือด

หากพบว่าตนเองหรือบุคคลใกล้ชิดมีอาการปัสสาวะเป็นเลือดแบบไม่มีอาการปวด แพทย์จะดำเนินกระบวนการตรวจวินิจฉัยตามขั้นตอนมาตรฐาน ดังนี้:

  • การตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis and Cytology): เพื่อยืนยันการมีอยู่ของเม็ดเลือดแดง และตรวจหาเซลล์มะเร็งที่อาจหลุดปนออกมาในปัสสาวะ
  • การตรวจทางรังสีวิทยา (Ultrasonography / CT Urogram): การเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ระบบทางเดินปัสสาวะช่วยให้เห็นภาพโครงสร้างของไต ท่อไต และกระเพาะปัสสาวะอย่างชัดเจน สามารถมองเห็นก้อนเนื้อหรือความผิดปกติขนาดเล็กได้
  • การส่องกล้องตรวจกระเพาะปัสสาวะ (Cystoscopy): เป็นวิธีมาตรฐานสูงสุด (Gold Standard) ในการวินิจฉัยโรคของกระเพาะปัสสาวะและท่อปัสสาวะ โดยแพทย์จะใช้กล้องขนาดเล็กส่องเข้าไปดูผนังภายในกระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมากโดยตรง หากพบก้อนเนื้อจะสามารถตัดเก็บเนื้อเยื่อส่งตรวจทางพยาธิวิทยาได้ทันที

การพบปัสสาวะเป็นเลือดแม้เพียงครั้งเดียวแล้วหายไป ก็ไม่ควรวางใจ การเข้ามารับการตรวจหาสาเหตุตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้พบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ซึ่งเพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down