ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

รับมืออย่างไรเมื่อลูกท้องเสียและอาเจียน: ศิลปะแห่งการป้อนเกลือแร่ที่พ่อแม่ต้องรู้

เวลาที่หมอตรวจคนไข้เด็กที่โรงพยาบาลด้วยอาการถ่ายเหลวหรืออาเจียน คำถามยอดฮิตที่มักจะได้รับฟังจากคุณพ่อคุณแม่เสมอคือ ลูกไม่ยอมกินอะไรเลย จะให้กินน้ำเกลือแร่ขวดสำหรับออกกำลังกายแทนได้ไหม หรือ พอลูกดื่มน้ำเกลือแร่เข้าไปก็อาเจียนออกมาทันที จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร อาการขาดน้ำในเด็กเล็กเป็นภาวะที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วและน่ากังวล การชดเชยน้ำและเกลือแร่อย่างถูกวิธีจึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ร่างกายของลูกฟื้นตัวได้โดยไม่ต้องลงเอยด้วยการนอนโรงพยาบาลเพื่อรับน้ำเกลือทางเส้นเลือด

เข้าใจความต่าง: ทำไมน้ำเกลือแร่สำหรับผู้เสียเหงื่อจึงใช้แทนเกลือแร่ทางการแพทย์ (ORS) ไม่ได้

หนึ่งในความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือการนำน้ำเกลือแร่สำหรับผู้ที่เสียเหงื่อจากการออกกำลังกายมาให้เด็กที่กำลังท้องเสียหรืออาเจียนดื่ม ในทางการแพทย์แล้ว เกลือแร่ทั้งสองชนิดนี้มีสูตรโครงสร้างและวัตถุประสงค์การใช้งานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

  • น้ำเกลือแร่สำหรับผู้เสียเหงื่อ (Sports Drinks): มีปริมาณน้ำตาลสูงและมีโซเดียมต่ำ หากนำมาให้เด็กที่กำลังท้องเสียดื่ม น้ำตาลที่เข้มข้นสูงในเครื่องดื่มจะดึงน้ำจากร่างกายเข้ามาในลำไส้มากขึ้น ส่งผลทำให้เด็กถ่ายเหลวรุนแรงและสูญเสียน้ำหนักกว่าเดิม
  • ผงเกลือแร่ทางการแพทย์ (ORS - Oral Rehydration Salts): ได้รับการพัฒนาสูตรขึ้นมาโดยมีสัดส่วนของโซเดียม โพแทสเซียม และกลูโคสที่สมดุลอย่างแม่นยำ ซึ่งอาศัยกลไกที่กลูโคสจะช่วยนำพาสารอาหารและโซเดียมเข้าสู่เซลล์ลำไส้ได้อย่างรวดเร็ว แม้ในขณะที่ลำไส้กำลังอักเสบอยู่ก็ตาม
การเลือกชนิดเกลือแร่ที่ถูกต้องจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการป้องกันภาวะช็อกจากการขาดน้ำในเด็กเล็ก

ขั้นตอนการเตรียมและสัดส่วนที่ถูกต้องในการละลายผงเกลือแร่โออาร์เอส

เพื่อให้การรักษาได้ผลดีที่สุด ขั้นตอนการผสมผงเกลือแร่มีความสำคัญไม่แพ้กัน การผสมที่เข้มข้นเกินไปหรือเจือจางเกินไปอาจทำให้เกลือแร่ในร่างกายของลูกเสียสมดุลได้ โดยมีแนวทางปฏิบัติทางคลินิกที่ถูกต้องดังนี้

ในการละลายและป้อนผงเกลือแร่โออาร์เอสให้เด็ก ควรเริ่มต้นจากการล้างมือให้สะอาดและเตรียมน้ำต้มสุกที่ทิ้งไว้จนเย็นสนิทในอุณหภูมิห้อง ห้ามใช้น้ำร้อนจัดในการผสมเด็ดขาด เนื่องจากความร้อนสูงอาจทำลายโครงสร้างของน้ำตาลและสารอาหารบางชนิดในเกลือแร่ได้

ขั้นตอนสำคัญคือต้องอ่านฉลากข้างซองอย่างละเอียด เนื่องจากแต่ละยี่ห้อกำหนดปริมาณน้ำในการผสมไม่เท่ากัน ให้ตวงน้ำตามปริมาตรที่ระบุอย่างแม่นยำ เทผงเกลือแร่ลงไปแล้วคนจนละลายหมด ห้ามแบ่งซองผสมทีละนิดโดยใช้การกะเกณฑ์ด้วยสายตาเด็ดขาด เพราะจะทำให้สัดส่วนความเข้มข้นคลาดเคลื่อน และควรจำไว้เสมอว่าเมื่อผสมแล้ว หากเหลือใช้เกิน 24 ชั่วโมงควรทิ้งและผสมใหม่เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อแบคทีเรีย

เทคนิคการป้อนผงเกลือแร่โออาร์เอสให้เด็กทีละนิดด้วยไซริงค์ ป้องกันการสะอิดสะเอียนและอาเจียนซ้ำ

เมื่อลูกมีอาการอาเจียน ผนังกระเพาะอาหารจะมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูงมาก การให้ลูกดื่มน้ำเกลือแร่อึกใหญ่ๆ หรือดูดจากขวดนมจะทำให้กระเพาะอาหารขยายตัวอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายสั่งการให้อาเจียนออกมาทันที ดังนั้น หัวใจสำคัญของการป้อนผงเกลือแร่โออาร์เอสให้เด็กในขณะที่ยังมีอาการคลื่นไส้ คือ "การให้ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง"

อุปกรณ์ที่ดีที่สุดในการป้อนคือ ไซริงค์พลาสติกขนาดเล็ก (ประมาณ 3 ถึง 5 มิลลิลิตร) หรือช้อนชา โดยมีเทคนิคการป้อนที่ปลอดภัยดังนี้

  • จัดท่าทางให้เด็กอยู่ในท่านั่งตรงหรือกึ่งนั่งกึ่งนอน ห้ามป้อนขณะที่ลูกนอนราบเด็ดขาดเพื่อป้องกันการสำลักเข้าสู่ทางเดินหายใจ
  • ค่อยๆ สอดปลายไซริงค์เข้าไปที่บริเวณกระพุ้งแก้มด้านข้าง ไม่ควรฉีดใส่คอหอยโดยตรงเพื่อเลี่ยงการกระตุ้นปฏิกิริยาขย้อน
  • ค่อยๆ กดแกนไซริงค์หยดน้ำเกลือแร่ทีละประมาณ 1 ถึง 2 มิลลิลิตร ปล่อยให้เด็กค่อยๆ กลืนอย่างเป็นธรรมชาติ
  • เว้นระยะห่างทุกๆ 5 ถึง 10 นาที การป้อนอย่างช้าๆ เช่นนี้จะช่วยให้ร่างกายดูดซึมน้ำเกลือแร่ไปใช้ได้ทีละน้อย โดยไม่กระตุ้นให้กระเพาะอาหารบีบตัวจนอาเจียน

การสังเกตระดับความเต็มใจและสัญญาณเตือนที่ต้องส่งต่อแพทย์โดยด่วน

ในระหว่างการป้อนเกลือแร่ ควรประเมินปฏิกิริยาของลูกอย่างใกล้ชิด ความต้องการดื่มของลูกสามารถบอกสถานะทางร่างกายได้เป็นอย่างดี หากลูกมีความต้องการดื่มอย่างกระหายและยอมรับยาด้วยความเต็มใจ มักแสดงว่าร่างกายยังต้องการน้ำเพื่อชดเชย แต่ถ้าเริ่มปฏิเสธและหันหน้าหนีหลังจากที่อาการดีขึ้นแล้ว อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายเริ่มได้รับน้ำเพียงพอแล้ว

อย่างไรก็ตาม ต้องเฝ้าระวังอาการขาดน้ำรุนแรงอย่างสม่ำเสมอ หากสังเกตเห็นสัญญาณเตือนเหล่านี้ ควรพาลูกไปพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอ:

  • ลูกมีอาการซึมลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่ยอมเล่น ไม่งอแง หรือในทางกลับกันคือร้องกวนกระสับกระส่ายตลอดเวลา
  • เบ้าตาดูโหลลึก ปากแห้ง ผิวหนังขาดความยืดหยุ่น
  • ร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาไหลออกมา
  • ปัสสาวะมีปริมาณน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด หรือไม่มีปัสสาวะเลยนานเกิน 6 ชั่วโมง
  • ยังมีอาการอาเจียนอย่างต่อเนื่องจนไม่สามารถป้อนเกลือแร่ได้เลย แม้จะใช้เทคนิคการป้อนทีละน้อยด้วยไซริงค์แล้วก็ตาม

การดูแลลูกน้อยที่ขาดน้ำจากการเจ็บป่วยเป็นบททดสอบความอดทนและความระมัดระวังของคุณพ่อคุณแม่ การป้อนเกลือแร่อย่างถูกวิธีและถูกจังหวะเวลา ไม่เพียงแต่ช่วยบรรเทาอาการ แต่ยังเป็นเกราะป้องกันสำคัญที่ช่วยประคับประคองให้ร่างกายของลูกน้อยพร้อมที่จะต่อสู้และฟื้นฟูตัวเองจากโรคได้อย่างปลอดภัย

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down