ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปีในผู้สูงอายุ

"ควรพาคุณพ่อคุณแม่มาฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เดือนไหนดีที่สุด" หรือ "ถ้าจะฉีดวัคซีนปอดอักเสบพร้อมกับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ในวันเดียว จะเป็นอันตรายกับผู้สูงอายุหรือไม่" คำถามเหล่านี้คือสิ่งที่หมอมักจะได้ยินอยู่เสมอในห้องตรวจเวชศาสตร์ผู้สูงอายุ เมื่ออายุล่วงเลยเข้าสู่ช่วง 65 ปีขึ้นไป ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะเริ่มถดถอยลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้การตอบสนองต่อเชื้อโรคและวัคซีนลดลง พร้อมทั้งมีความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรงจากโรคติดเชื้อทางเดินหายใจสูงกว่าวัยอื่นอย่างเห็นได้ชัด

สำหรับประเทศไทย การแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่มักเกิดขึ้น 2 ช่วงหลักตลอดทั้งปี โดยพบการระบาดหนักที่สุดในช่วงฤดูฝน (พฤษภาคม ถึง ตุลาคม) และมีการระบาดอีกรอบในช่วงฤดูหนาว (มกราคม ถึง มีนาคม) ดังนั้น ช่วงเวลาฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ผู้สูงอายุ ที่เหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือช่วง เมษายน ถึง พฤษภาคม ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ

เหตุผลทางการแพทย์ที่ต้องฉีดในช่วงเวลานี้ เนื่องจากร่างกายของผู้สูงอายุต้องใช้เวลาประมาณ 2 ถึง 4 สัปดาห์หลังได้รับวัคซีนในการสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาถึงระดับที่สามารถป้องกันโรคได้ และระดับภูมิคุ้มกันนี้จะค่อยๆ ลดลงตามธรรมชาติเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 6 ถึง 12 เดือน การรับวัคซีนประจำปีล่วงหน้าก่อนการระบาดใหญ่จึงช่วยให้มั่นใจได้ว่า ผู้สูงอายุจะมีเกราะป้องกันที่เข้มแข็งที่สุดในยามที่เชื้อไวรัสแพร่กระจายอย่างหนัก

ความปลอดภัยและการฉีดวัคซีน High-Dose ร่วมกับวัคซีนปอดอักเสบและโควิด-19

เมื่อก้าวเข้าสู่วัยผู้สูงอายุ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดมาตรฐาน (Standard-Dose) อาจกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ไม่สูงพอที่จะปกป้องร่างกายได้อย่างเต็มที่ สมาคมแพทย์และองค์การอนามัยระดับสากลจึงแนะนำให้เลือกใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูง (High-Dose Influenza Vaccine) สำหรับผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป วัคซีนชนิดนี้มีปริมาณแอนติเจนมากกว่าปกติถึง 4 เท่า ซึ่งช่วยลดอัตราการนอนโรงพยาบาลจากภาวะแทรกซ้อนทางระบบหายใจและปอดอักเสบได้อย่างมีนัยสำคัญ

การรับวัคซีนหลายชนิดพร้อมกันในวันเดียว

ผู้ดูแลหลายท่านมักมีความกังวลว่า การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด High-Dose ร่วมกับวัคซีนป้องกันโรคปอดอักเสบเพนโมคอกคัส (Pneumococcal Vaccine) หรือวัคซีนโควิด-19 ในวันเดียวกัน จะทำให้ร่างกายผู้สูงอายุรับไม่ไหว แต่ในทางเวชปฏิบัติและตามข้อแนะนำทางการแพทย์ การฉีดวัคซีนทั้งสามชนิดพร้อมกันในวันเดียวกันมีความปลอดภัยสูง และไม่ได้ลดประสิทธิภาพในการสร้างภูมิคุ้มกันของวัคซีนแต่ละตัว

  • แนวทางการบริหารยา: บุคลากรทางการแพทย์จะทำการฉีดวัคซีนเข้ากล้ามเนื้อโดยแยกตำแหน่งฉีดอย่างชัดเจน เช่น ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ High-Dose ที่ต้นแขนข้างหนึ่ง และฉีดวัคซีนปอดอักเสบหรือวัคซีนโควิด-19 ที่ต้นแขนอีกข้างหนึ่ง โดยเว้นระยะห่างของจุดฉีดอย่างน้อย 1 นิ้วหากจำเป็นต้องฉีดแขนข้างเดียวกัน
  • ประโยชน์ของการฉีดพร้อมกัน: ช่วยลดภาระในการเดินทางมาโรงพยาบาลหลายครั้ง ลดความเสี่ยงในการสัมผัสเชื้อโรคจากการเดินทาง และช่วยให้ผู้สูงอายุได้รับภูมิคุ้มกันที่ครอบคลุมโรคทางเดินหายใจหลักอย่างรวดเร็วทันท่วงที

การเตรียมตัวและการประเมินความพร้อมของผู้สูงอายุก่อนรับการฉีดวัคซีน

การเตรียมร่างกายผู้สูงอายุให้พร้อมก่อนเข้ารับการฉีดวัคซีน ช่วยลดโอกาสเกิดอาการไม่พึงประสงค์และทำให้กระบวนการสร้างภูมิคุ้มกันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหลักปฏิบัติสำคัญ ดังนี้

1. ประเมินภาวะเจ็บป่วยเฉียบพลัน

หากผู้สูงอายุมีอาการไข้สูง เจ็บป่วยเฉียบพลัน หรือโรคประจำตัวมีอาการกำเริบหนัก เช่น หอบหืดกำเริบ หรือภาวะหัวใจล้มเหลวที่ยังควบคุมไม่ได้ ควรชะลอการฉีดวัคซีนออกไปก่อนจนกว่าอาการจะสงบ อย่างไรก็ตาม หากมีเพียงอาการคัดจมูกหรือน้ำมูกใสเล็กน้อยโดยไม่มีไข้ สามารถเข้ารับการฉีดวัคซีนได้ตามปกติ

2. ตรวจสอบการควบคุมโรคประจำตัวและประวัติวัคซีน

ผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือโรคไต ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ไม่จำเป็นต้องหยุดยาเดิมก่อนฉีดวัคซีน และควรแจ้งประวัติการแพ้ยา แพ้วัคซีน หรือการแพ้โปรตีนในไข่ให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง

3. การดูแลหลังการฉีดวัคซีน

หลังได้รับการฉีดวัคซีน ควรนั่งพักสังเกตอาการที่โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลอย่างน้อย 30 นาที หากมีอาการปวดรอยแผลที่ฉีด สามารถใช้การประคบเย็นช่วยบรรเทาได้ และหากมีไข้ต่ำๆ หรือปวดเมื่อยตามตัว สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการได้ตามคำแนะนำของแพทย์

แนวทางการสื่อสารและให้ความรู้แก่ผู้ดูแลเกี่ยวกับการเลือกใช้วัคซีน High-Dose อย่างมั่นใจ

การตัดสินใจเลือกวัคซีนให้แก่ผู้สูงอายุในครอบครัวอาจสร้างความลังเลใจให้แก่ผู้ดูแล การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับประโยชน์และความปลอดภัยของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด High-Dose จะช่วยให้ผู้ดูแลสามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

blockquote>ข้อมูลทางการแพทย์ระบุชัดเจนว่า การเลือกใช้วัคซีนไข้หวัดใหญ่ High-Dose ในผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่แบบมีอาการลงได้เพิ่มขึ้นอีก 24% เมื่อเทียบกับวัคซีนขนาดมาตรฐาน และลดการป่วยหนักจนต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจากปอดอักเสบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม้วัคซีนชนิด High-Dose อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงเฉพาะที่ได้มากกว่าเล็กน้อย เช่น รอยแดงหรืออาการปวดบริเวณที่ฉีด แต่อาการเหล่านี้เป็นเพียงปฏิกิริยาชั่วคราวที่หายได้เองภายใน 2 ถึง 3 วัน ซึ่งแลกมาด้วยระดับการคุ้มกันโรคที่สูงกว่าอย่างเห็นได้ชัด การเลือกสิ่งที่เหมาะสมที่สุดในการปกป้องผู้สูงอายุจึงเป็นการป้องกันเชิงรุกที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อชีวิตและสร้างความอุ่นใจให้แก่ทุกคนในครอบครัว

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ