ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อถึงเวลาต้องเผชิญหน้ากับแก้วน้ำหวาน: ความกังวลใจของคุณแม่ตั้งครรภ์

เมื่ออายุครรภ์เข้าสู่ช่วงสัปดาห์ที่ 24 ถึง 28 คุณแม่หลายท่านมักจะได้รับคำแนะนำจากสูตินรีแพทย์ให้เข้ารับการตรวจคัดกรองเบาหวาน ซึ่งหนึ่งในคำถามที่พบบ่อยและสร้างความกังวลใจไม่น้อยคือ ทำไมต้องดื่มน้ำหวานเข้มข้นแล้วเจาะเลือดถึงสามครั้ง หรือ หากเตรียมตัวไม่ถูกต้อง ผลการตรวจจะคลาดเคลื่อนจนทำให้กลายเป็นผู้ป่วยเบาหวานทั้งที่ไม่เป็นจริงหรือไม่ ความกังวลเหล่านี้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะการวินิจฉัยภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ด้วยวิธี OGTT หรือ Oral Glucose Tolerance Test ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่มีผลต่อการวางแผนดูแลสุขภาพของทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์ไปจนถึงวันคลอด

ข้อดีของการตรวจวินิจฉัยแบบขั้นตอนเดียวด้วยน้ำตาล 75 กรัม

ในอดีต การตรวจหาเบาหวานขณะตั้งครรภ์มักใช้ระบบสองขั้นตอนที่ต้องเริ่มจากตรวจคัดกรองด้วยน้ำตาล 50 กรัมก่อน หากพบความผิดปกติจึงจะนัดมาตรวจยืนยันด้วยน้ำตาล 100 กรัมอีกครั้ง ทว่าในปัจจุบัน สมาคมโรคเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกา (ADA) และองค์การอนามัยโลกได้แนะนำการใช้วิธีขั้นตอนเดียว (One-Step Approach) ด้วยน้ำตาล 75 กรัม ซึ่งมีข้อดีที่เด่นชัดดังนี้

  • สะดวกรวดเร็วและเจ็บตัวน้อยลง: คุณแม่ไม่ต้องเสียเวลาเดินทางมาโรงพยาบาลหลายรอบเพื่อตรวจซ้ำ ลดความเครียดและลดจำนวนครั้งในการเจาะเลือดโดยรวม
  • ความไวและความแม่นยำสูง: วิธีนี้ช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติของการเผาผลาญน้ำตาลได้ตั้งแต่เนิ่นๆ แม้จะเป็นความผิดปกติเพียงเล็กน้อย ทำให้แพทย์สามารถให้คำแนะนำเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนได้ทันท่วงที
  • ลดความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์: การตรวจพบที่รวดเร็วช่วยลดความเสี่ยงที่ทารกจะตัวโตผิดปกติ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะคลอดยาก การคลอดติดไหล่ หรือภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำเฉียบพลันหลังคลอด

วิธีการงดน้ำและอาหารที่ถูกต้องก่อนการตรวจเพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำ

การเตรียมร่างกายให้พร้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ผลเลือดคลาดเคลื่อนจนนำไปสู่การวินิจฉัยที่ผิดพลาด คุณแม่ควรปฏิบัติตามแนวทางทางการแพทย์อย่างเคร่งครัดดังนี้

1. รับประทานแป้งและคาร์โบไฮเดรตตามปกติก่อนตรวจ 3 วัน

คุณแม่หลายท่านเข้าใจผิดว่าเมื่อใกล้ถึงวันตรวจควรจะงดแป้งและของหวานเพื่อหวังให้ผลเลือดผ่าน แต่ในความเป็นจริง การจำกัดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตอย่างเข้มงวดก่อนตรวจ จะทำให้ตับอ่อนลดการทำงานและหลั่งฮอร์โมนอินซูลินน้อยลง เมื่อต้องดื่มน้ำตาลเข้มข้น 75 กรัมในวันตรวจ ร่างกายจะไม่สามารถจัดการกับน้ำตาลปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงเกินจริง ดังนั้น ควรกินอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตพอเหมาะ เช่น ข้าว แป้ง หรือผลไม้ อย่างน้อย 150 กรัมต่อวัน เป็นเวลา 3 วันก่อนตรวจ

2. การงดน้ำและอาหารอย่างเหมาะสม

คุณแม่ต้องงดอาหารและเครื่องดื่มทุกชนิด รวมถึงลูกอม หมากฝรั่ง และชาหรือกาแฟไม่ใส่น้ำตาล เป็นเวลาอย่างน้อย 8 ชั่วโมง แต่ไม่ควรเกิน 14 ชั่วโมง เนื่องจากการอดอาหารที่ยาวนานเกินไปอาจกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียดซึ่งส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเองได้ ในช่วงที่งดอาหารนี้สามารถจิบน้ำเปล่าได้เล็กน้อยเพื่อแก้กระหาย แต่ไม่ควรดื่มในปริมาณมากเพราะอาจทำให้ความเข้มข้นของเลือดเจือจางลง

3. พักผ่อนให้เพียงพอและงดกิจกรรมที่ต้องออกแรง

การนอนหลับไม่ต่ำกว่า 6-8 ชั่วโมงในคืนก่อนตรวจมีความสำคัญมาก เนื่องจากความอดนอนจะส่งผลต่อการตอบสนองต่ออินซูลิน นอกจากนี้ ในวันตรวจขณะที่รอเจาะเลือดแต่ละครั้ง คุณแม่ควรนั่งพักผ่อนสบายๆ หลีกเลี่ยงการเดินไปมาบ่อยๆ หรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรง เพราะกล้ามเนื้อที่ทำงานจะดึงน้ำตาลในเลือดไปใช้ ทำให้ค่าที่ตรวจได้ต่ำกว่าความเป็นจริง

เกณฑ์การตัดสินและการแปรผลเลือดทั้ง 3 ช่วงเวลา

การวินิจฉัยภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ด้วยวิธี OGTT ขนาด 75 กรัม จะทำการเจาะเลือดทั้งหมด 3 ครั้งเพื่อดูความสามารถในการจัดการน้ำตาลของร่างกายในแต่ละช่วงเวลา โดยมีเกณฑ์การตัดสินที่เข้มงวดตามมาตรฐานสากลดังนี้

  • ครั้งที่ 1 (ก่อนดื่มน้ำตาล - Fasting): ค่าปกติคือ น้อยกว่า 92 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL)
  • ครั้งที่ 2 (1 ชั่วโมงหลังดื่มน้ำตาล): ค่าปกติคือ น้อยกว่า 180 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL)
  • ครั้งที่ 3 (2 ชั่วโมงหลังดื่มน้ำตาล): ค่าปกติคือ น้อยกว่า 153 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร (mg/dL)

หลักการแปลผลนั้นมีความสำคัญและเข้มงวดอย่างยิ่ง หากมีผลเลือดเท่ากับหรือมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนดเพียงแค่ค่าใดค่าหนึ่ง จากการเจาะเลือดทั้ง 3 ครั้ง จะได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ทันที

การตรวจพบภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์ไม่ใช่เรื่องที่ต้องตื่นตระหนกหรือหวาดกลัว แต่เป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้แพทย์และคุณแม่สามารถร่วมมือกันปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารและการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม เพื่อดูแลสุขภาพของลูกน้อยในครรภ์ให้เติบโตอย่างแข็งแรงและปลอดภัยจนถึงวันที่จะได้สบตากันเป็นครั้งแรก

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด

คลินิกกุมารเวชกรรมโดยแพทย์เฉพาะทาง ให้บริการตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ศูนย์รวมวัคซีน ตรวจสุขภาพ พร้อมเครื่องมือที่ทันสมัย สะอาด ปลอดภัย สำหรับทุกคนในครอบครัว

แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพที่คุณต้องการ หรือเลือกดูตามหมวดหมู่

🐻 แชทคุยกับคุณหมอนะคะ