ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

"คุณหมอครับ นั่งทำงานไม่ถึงชั่วโมงก็เริ่มตึงคอบ่าไหล่ สักพักปวดจี๊ดขึ้นขมับ ตกกลางคืนก็นอนกระสับกระส่าย ตื่นมาก็ยังเพลีย"

นี่คือเสียงสะท้อนจากคนไข้วัยทำงานจำนวนมากที่เดินเข้ามาปรึกษาหมอในห้องตรวจ หลายคนเข้าใจว่าอาการปวดเมื่อยเหล่านี้เป็นเพียงเรื่องธรรมดาที่ใครๆ ก็เป็นกัน จึงเลือกที่จะบรรเทาด้วยการกินยาแก้ปวดเป็นครั้งคราว หรือซื้อคอร์สนวดแผนโบราณเพื่อบรรเทาอาการชั่วคราว ทว่าในความเป็นจริง อาการปวดสะสมที่ลามจากบ่าขึ้นไปถึงขมับ ร่วมกับการนอนหลับไม่สนิทนั้น เป็นสัญญาณเตือนของวงจรความเครียดและโรคระบบกระดูกและกล้ามเนื้อที่ซับซ้อนกว่าที่คิด หากไม่ได้รับการรักษาที่ตรงจุด อาการอาจลุกลามจนกลายเป็นปัญหาสุขภาพเรื้อรังที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตในระยะยาว

กลไกการเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังและอาการปวดศีรษะจากการทำงาน

เมื่อเรานั่งทำงานในท่าทางที่ไม่เหมาะสม เช่น การยื่นศีรษะไปข้างหน้าเพื่อมองจอคอมพิวเตอร์ (Forward Head Posture) การห่อไหล่ หรือการก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานาน กล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า และไหล่จะต้องทำงานหนักขึ้นอย่างมหาศาลเพื่อพยุงน้ำหนักของศีรษะที่มีน้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 5 กิโลกรัม

การเกร็งค้างของกล้ามเนื้อกลุ่มนี้เป็นเวลานาน ส่งผลให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกล้ามเนื้อลดลง เกิดภาวะขาดออกซิเจนเฉพาะที่ และนำไปสู่การสะสมของสารเคมีที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวด จนเกิดเป็นจุดกดเจ็บที่เรียกว่า จุดปวดเกร็ง (Trigger Points) ในใยกล้ามเนื้อ หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า กลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและพังผืด (Myofascial Pain Syndrome)

ความน่าสนใจของจุดปวดเกร็งนี้คือ มักจะส่งกระแสประสาทนำความเจ็บปวดร้าวไปยังบริเวณอื่นๆ ใกล้เคียง โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบ่าและคอด้านหลังที่มักจะส่งสัญญาณปวดร้าวขึ้นไปถึงขมับ กระบอกตา หรือหน้าผาก ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับอาการปวดศีรษะจากความเครียด (Tension-type headache) หรือกระตุ้นให้เกิดอาการไมเกรนในผู้ที่มีโรคประจำตัวอยู่เดิม

วงจรสามเหลี่ยมเขม่าควัน: เมื่อกายปวด ใจเครียด นอนไม่หลับ

อาการปวดทางกายไม่ได้จบลงเพียงแค่ความรู้สึกไม่สบายตัวเท่านั้น แต่มีปฏิสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับระบบประสาทส่วนกลางและจิตใจ เกิดเป็นวงจรสามเหลี่ยมที่ขัดขวางการฟื้นฟูของร่างกาย ดังนี้

  • ความปวดกระตุ้นความเครียด: อาการปวดเรื้อรังส่งสัญญาณไปกระตุ้นระบบประสาทซิมพาเทติก ทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด เช่น คอร์ติซอลและอะดรีนาลีน ออกมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กล้ามเนื้อยิ่งหดเกร็งตัวมากขึ้น
  • ความเครียดทำลายการนอนหลับ: ระดับฮอร์โมนความเครียดที่สูงในตอนกลางคืนส่งผลให้คลื่นสมองตื่นตัว ร่างกายไม่สามารถเข้าสู่ภาวะผ่อนคลายเพื่อหลับลึกได้ ทำให้นอนหลับไม่สนิท ตื่นกลางดึก หรือตื่นมาแล้วรู้สึกเพลีย
  • การนอนไม่หลับเพิ่มความไวต่อความปวด: ในระหว่างการหลับลึก ร่างกายจะหลั่งโกรทฮอร์โมนเพื่อซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่บาดเจ็บ หากขาดการนอนหลับที่มีคุณภาพ สมองจะมีความไวต่อความเจ็บปวดเพิ่มขึ้น (Hyperalgesia) ทำให้รู้สึกปวดรุนแรงและง่ายขึ้นกว่าเดิมในวันรุ่งขึ้น

การจัดการความเครียดเชิงระบบจึงเป็นสิ่งจำเป็น หมอแนะนำให้ผู้ป่วยฝึกการผ่อนคลายกล้ามเนื้ออย่างเป็นระบบก่อนนอน (Progressive Muscle Relaxation) การฝึกหายใจด้วยกะบังลมเพื่อกระตุ้นระบบประสาทพาราซิมพาเทติก ซึ่งจะช่วยลดอัตราการเต้นของหัวใจและผ่อนคลายความตึงตัวของกล้ามเนื้อ ช่วยตัดวงจรความเครียดและเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง

แนวทางการรักษาทางการแพทย์ปฐมภูมิและการปรับสรีระในการทำงาน

ในการดูแลรักษาผู้ป่วย กลุ่มเป้าหมายสำคัญคือการหยุดยั้งกระบวนการอักเสบและคืนความยืดหยุ่นให้แก่กล้ามเนื้อ การรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม ในทางการแพทย์ปฐมภูมิจึงต้องอาศัยการประสานงานกันระหว่างการรักษาด้วยยา กายภาพบำบัด และการปรับพฤติกรรม

ทางด้านการรักษาด้วยยา แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาลดการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ร่วมกับยาคลายกล้ามเนื้อในระยะที่มีอาการปวดเฉียบพลัน เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยสามารถเคลื่อนไหวคอและไหล่ได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ยาเหล่านี้เป็นเพียงการรักษาปลายเหตุและไม่ควรใช้อย่างต่อเนื่องในระยะยาวเพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารและไต

การทำกายภาพบำบัดเบื้องต้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง นักกายภาพบำบัดอาจใช้เครื่องมือแพทย์ เช่น คลื่นเหนือเสียง (Ultrasound therapy) หรือการกระตุ้นไฟฟ้าเพื่อลดอาการปวด ร่วมกับการยืดกล้ามเนื้อเฉพาะจุดเพื่อสลายจุดปวดเกร็ง ควบคู่ไปกับการปรับสรีระในการทำงาน (Ergonomics) ซึ่งถือเป็นหัวใจของการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ โดยมีหลักการจัดโต๊ะทำงานง่ายๆ ดังนี้

  • ระดับสายตา: ขอบบนของหน้าจอคอมพิวเตอร์ควรตกลงในระดับสายตาพอดี เพื่อป้องกันการก้มหรือแหงนคอ
  • มุมข้อศอกและข้อสะโพก: ข้อศอก สะโพก และเข่า ควรทำมุมประมาณ 90 ถึง 100 องศาขณะนั่งทำงาน โดยมีเบาะรองหลังพยุงส่วนโค้งของกระดูกสันหลังส่วนล่าง
  • การพักเปลี่ยนท่าทาง: ทุกๆ 50 นาที ควรลุกขึ้นยืน ยืดเหยียดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ และสะบัก เป็นเวลา 3 ถึง 5 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต

สัญญาณอันตราย: เมื่ออาการปวดร้าวอาจไม่ใช่แค่ออฟฟิศซินโดรมทั่วไป

แม้ว่าอาการปวดคอบ่าไหล่ส่วนใหญ่จะตอบสนองดีต่อการทำกายภาพบำบัดและการปรับพฤติกรรม แต่มีอาการบางประเภทที่หมออยากให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณเตือนของ โรคหมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท หรือการทรุดตัวของกระดูกต้นคอ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียดโดยแพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อ หรือแพทย์ระบบประสาท

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วเพื่อตรวจประเมินทางระบบประสาทเพิ่มเติม หรือส่งตรวจพิเศษด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI):

  • มีอาการปวดเสียวแปลบเหมือนไฟช็อต ร้าวจากลำคอลงไปที่สะบัก ไหล่ แขน หรือปลายนิ้วมือ
  • มีอาการชา หรือความรู้สึกไวลดลงบริเวณแขน มือ หรือนิ้วมือข้างใดข้างหนึ่ง
  • เริ่มมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง เช่น ถือของแล้วหล่นบ่อย ติดกระดุมเสื้อลำบาก หรือหยิบจับสิ่งของชิ้นเล็กๆ ไม่ถนัด
  • อาการปวดไม่ทุเลาลงเลยแม้จะพักการใช้งาน กินยา หรือทำกายภาพบำบัดติดต่อกันนานกว่า 4 ถึง 6 สัปดาห์
  • มีอาการปวดรุนแรงร่วมกับอาการไข้ น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีประวัติเคยได้รับอุบัติเหตุรุนแรงที่บริเวณต้นคอมาก่อน

อาการปวดเมื่อยคอบ่าไหล่ร้าวขึ้นขมับและนอนหลับไม่สนิท ไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องทนอยู่กับมัน การเริ่มสังเกตสัญญาณเตือนของร่างกาย การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการทำงาน และการเข้ารับการรักษาที่ตรงจุดและเหมาะสมตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยปลดล็อกคุณจากวงจรความเจ็บปวดและความเครียดสะสม ช่วยคืนพลังชีวิตและการนอนหลับที่มีคุณภาพให้กลับคืนมาอีกครั้ง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down