ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ไขข้อข้องใจเมื่อผลตรวจ NIPT รายงานว่า Fetal Fraction ต่ำเกินไปจนต้องเจาะเลือดซ้ำ

เสียงโทรศัพท์จากสถานพยาบาลที่แจ้งว่า ผลการตรวจคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมทารกในครรภ์ไม่สามารถรายงานผลได้ เนื่องจากปริมาณดีเอ็นเอของทารกในเลือดแม่ต่ำเกินไป และจำเป็นต้องนัดหมายเพื่อเจาะเลือดใหม่อีกครั้ง มักเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณแม่ตั้งครรภ์จำนวนไม่น้อยเกิดความวิตกกังวลใจและตั้งคำถามว่า เกิดความผิดปกติใดๆ กับลูกน้อยในครรภ์หรือไม่

ในความเป็นจริงแล้ว การที่ห้องปฏิบัติการไม่สามารถวิเคราะห์ผลได้จากสาเหตุดังกล่าว ไม่ได้แปลว่าทารกในครรภ์มีความผิดปกติเสมอไป แต่เป็นเรื่องของข้อจำกัดทางเทคนิคการตรวจวัดปริมาณสารพันธุกรรม ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้ทางการแพทย์และมีแนวทางรับมือที่ชัดเจนเพื่อช่วยให้คุณแม่ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

Fetal Fraction คืออะไร และต้องมีสัดส่วนเท่าใดจึงจะประเมินผลได้

ในการตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธี NIPT (Non-Invasive Prenatal Testing) แพทย์จะทำการเจาะเลือดของคุณแม่เพื่อนำไปตรวจหาเศษสายดีเอ็นเอของทารกที่หลุดลอยอิสระอยู่ในกระแสเลือดของมารดา (Cell-free Fetal DNA หรือ cffDNA) ซึ่งแท้จริงแล้วดีเอ็นเอเหล่านี้มีแหล่งกำเนิดมาจากเซลล์รกของทารกในครรภ์

คำว่า Fetal Fraction (FF) คือ สัดส่วนหรือเปอร์เซ็นต์ของดีเอ็นเอทารกเมื่อเทียบกับดีเอ็นเอทั้งหมดที่พบในกระแสเลือดของคุณแม่ โดยทั่วไปแล้ว การที่จะวิเคราะห์ผลตรวจได้อย่างถูกต้องและแม่นยำด้วยวิธี NIPT นั้น ห้องปฏิบัติการจำเป็นต้องมีปริมาณ Fetal Fraction อย่างน้อยที่สุดประมาณ 4% ขึ้นไป หากปริมาณดีเอ็นเอของทารกต่ำกว่าเกณฑ์นี้ เครื่องมือตรวจวิเคราะห์จะไม่สามารถแยกแยะโครโมโซมของทารกออกจากโครโมโซมของแม่ได้อย่างชัดเจน ส่งผลให้เกิดภาวะที่ไม่สามารถรายงานผลตรวจได้ (No Call)

ปัจจัยที่ส่งผลให้ปริมาณดีเอ็นเอทารกในเลือดแม่ต่ำ

การที่สัดส่วนดีเอ็นเอของลูกน้อยในกระแสเลือดของคุณแม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยทางสรีรวิทยา ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้บ่งชี้ถึงอันตรายร้ายแรงต่อทารก ดังนี้

  • อายุครรภ์ที่น้อยเกินไป: ปริมาณดีเอ็นเอของทารกจะค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นตามอายุครรภ์ที่มากขึ้น หากทำการเจาะเลือดตรวจก่อนอายุครรภ์ 10 สัปดาห์ สัดส่วนของดีเอ็นเอทารกอาจจะยังเข้าสู่กระแสเลือดแม่ไม่มากพอสำหรับการตรวจวิเคราะห์
  • น้ำหนักตัวของคุณแม่ (Maternal BMI): คุณแม่ที่มีน้ำหนักตัวมากหรือมีดัชนีมวลกายสูง มักจะมีปริมาตรเลือดในร่างกายที่มากกว่าปกติ ทำให้ดีเอ็นเอของทารกถูกเจือจางลง นอกจากนี้ เนื้อเยื่อไขมันที่เพิ่มขึ้นของคุณแม่ยังมีการปล่อยดีเอ็นเอของตัวคุณแม่เองเข้าสู่กระแสเลือดมากขึ้น ส่งผลให้สัดส่วน Fetal Fraction ของทารกลดต่ำลงโดยปริยาย
  • การทำงานของรก: เนื่องจากดีเอ็นเอของทารกในเลือดแม่ผลิตมาจากเซลล์รก หากรกมีขนาดเล็ก หรือมีปัญหาการพัฒนาของรกในระยะเริ่มต้น ก็อาจทำให้การปล่อยดีเอ็นเอสู่กระแสเลือดแม่ลดลงได้
  • การใช้ยาบางชนิด: คุณแม่ที่จำเป็นต้องได้รับยาฉีดละลายลิ่มเลือดในช่วงต้นของการตั้งครรภ์ อาจส่งผลกระทบทำให้ปริมาณ Fetal Fraction ต่ำลงได้ในบางราย

แนวทางปฏิบัติและแผนสำรองเมื่อเจอปัญหานี้

เมื่อผลตรวจรายงานว่า Fetal Fraction ต่ำเกินไป สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการตั้งสติและไม่ตื่นตระหนก เพราะนี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่บอกว่าทารกมีความผิดปกติ แต่เป็นเพียงการบอกว่าข้อมูลไม่เพียงพอในการประเมินผลเท่านั้น

การวางแผนดูแลรักษาร่วมกับแพทย์ผู้ดูแลครรภ์จะมีแนวทางหลักๆ ดังต่อไปนี้

1. การนัดหมายเพื่อเจาะเลือดซ้ำ (Redraw)

เป็นแนวทางมาตรฐานที่พบบ่อยที่สุด แพทย์มักแนะนำให้เว้นระยะเวลาออกไปประมาณ 1 ถึง 2 สัปดาห์ เพื่อให้อายุครรภ์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้ร่างกายของทารกและรกพัฒนาและปล่อยดีเอ็นเอเข้าสู่กระแสเลือดแม่ในปริมาณที่สูงขึ้นเพียงพอต่อการวิเคราะห์ผลในรอบสอง

2. การตรวจอัลตราซาวนด์อย่างละเอียด

แพทย์อาจพิจารณาทำอัลตราซาวนด์เพื่อประเมินอายุครรภ์ที่แท้จริงอีกครั้งว่าสอดคล้องกับวันรอบเดือนหรือไม่ พร้อมทั้งตรวจวัดความหนาของผิวหนังบริเวณต้นคอทารก (Nuchal Translucency) และดูโครงสร้างทางกายวิภาคอื่นๆ เพื่อค้นหาสัญญาณบ่งชี้ความผิดปกติเบื้องต้น

3. การประเมินความเสี่ยงร่วมกันเพื่อเลือกวิธีการตรวจทดแทน

ในกรณีที่คุณแม่เจาะเลือดซ้ำแล้วยังคงได้ผล Fetal Fraction ต่ำเช่นเดิม หรือคุณแม่มีปัจจัยเสี่ยงสูงอื่นๆ เช่น อายุมาก มีประวัติครอบครัว หรืออัลตราซาวนด์พบความผิดปกติ แพทย์จะร่วมพูดคุยและประเมินทางเลือกอื่น เช่น การตรวจคัดกรองชนิดอื่น หรือแนะนำให้เข้ารับการตรวจวินิจฉัยยืนยันโดยตรง เช่น การเจาะน้ำคร่ำ (Amniocentesis) เพื่อหาคำตอบที่ชัดเจนและแม่นยำที่สุด

การทำความเข้าใจข้อจำกัดของการตรวจและรับฟังคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้คุณแม่คลายความกังวลใจ และสามารถตัดสินใจเลือกแนวทางการดูแลครรภ์ที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับเจ้าตัวเล็กในครรภ์ได้สำเร็จ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down