ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจภาวะเบ่งถ่ายในทารกแรกเกิด (Infantile Dyschezia): เรื่องธรรมดาตามวัย หรือสัญญาณผิดปกติ?

อาการที่ทารกเบ่งถ่ายหน้าดำหน้าแดง ส่งเสียงร้องงอแง ตัวเกร็ง ยื่นแขนยื่นขา และดูเหมือนต้องใช้แรงอย่างมหาศาลในการขับถ่าย เป็นภาพที่สร้างความกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่มือใหม่เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ดี ในทางการแพทย์ อาการดังกล่าวส่วนใหญ่มักเกิดจากภาวะที่เรียกว่า Infantile Dyschezia ซึ่งเป็นภาวะทางสรีรวิทยาปกติที่พบได้บ่อยในทารกช่วงอายุแรกเกิดถึง 6 เดือน

ภาวะ Infantile Dyschezia เกิดจากการที่ระบบประสาทและกล้ามเนื้อของทารกยังพัฒนาได้ไม่สมบูรณ์ การขับถ่ายอุจจาระที่ปกติจำเป็นต้องอาศัยการทำงานที่ประสานกันระหว่างการเพิ่มแรงดันในช่องท้อง (การเบ่ง) และการคลายตัวของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานรวมถึงหูรูดทวารหนักส่วนนอก (Pelvic floor muscles and external anal sphincter) แต่ในทารกแรกเกิด ทักษะการคุมกล้ามเนื้อเหล่านี้ยังไม่สัมพันธ์กัน ทารกจึงเบ่งท้องไปพร้อมๆ กับการหดเกร็งของหูรูดทวารหนัก ทำให้เกิดภาพทารกพยายามเบ่งจนหน้าดำหน้าแดง ร้องไห้นาน 10-20 นาที ก่อนที่จะสามารถถ่ายอุจจาระออกมาได้

จุดสังเกตสำคัญของภาวะ Infantile Dyschezia คือ อุจจาระที่ถ่ายออกมาจะมีลักษณะนิ่มหรือเป็นเหลวปกติ ไม่ใช่อุจจาระที่แข็งเป็นก้อน และหลังจากถ่ายเสร็จ ทารกจะสบายตัวขึ้น อารมณ์ดี ทานนมได้ตามปกติ และมีน้ำหนักตัวขึ้นตามเกณฑ์โดยไม่มีอาการท้องอืดตึง

ความสำคัญของการถ่ายขี้เทา (Meconium) ภายใน 24–48 ชั่วโมงแรกคลอด

แม้ว่าอาการทารกเบ่งถ่ายหน้าดำหน้าแดงในหลายกรณีจะเป็นเรื่องของพัฒนาการกล้ามเนื้อ แต่ประวัติการขับถ่ายตั้งแต่วันแรกที่ลืมตาดูโลกถือเป็นดัชนีชี้วัดความปกติของระบบทางเดินอาหารที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่ง โดยปกติแล้ว ทารกแรกเกิดคลอดตามกำหนดมากกว่าร้อยละ 99 จะต้องถ่ายลำไส้ครั้งแรกที่เรียกว่า "ขี้เทา" (Meconium) ออกมาภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และเกือบทั้งหมดจะถ่ายภายใน 48 ชั่วโมง

หากทารกไม่ถ่ายขี้เทาภายใน 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังคลอด (Delayed Meconium Passage) แพทย์จะถือเป็นสัญญาณเตือนสำคัญ (Red Flag) ที่ต้องทำการสืบค้นเพิ่มเติมทันที เนื่องจากอาจเป็นข้อบ่งชี้ของภาวะอุดกั้นทางเดินอาหารส่วนล่างแต่กำเนิด ซึ่งไม่ควรมองข้ามหรือปล่อยทิ้งไว้

โรกลำไส้ผิดปกติแต่กำเนิดที่ต้องระวัง: โรกลำไส้พองและภาวะรูทวารปิด

เมื่อพบว่าทารกมีความผิดปกติในการขับถ่ายร่วมกับการไม่ถ่ายขี้เทาตามกำหนด หรือมีอาการท้องอืด ร้องงอแงผิดปกติ โรคลำไส้ผิดปกติแต่กำเนิดหลักๆ ที่กุมารแพทย์ต้องประเมินและวินิจฉัยแยกโรค ได้แก่

1. โรกลำไส้พองแต่กำเนิด (Hirschsprung's Disease)

เป็นความผิดปกติแต่กำเนิดที่เกิดจากการที่เซลล์ประสาทในผนังลำไส้ (Ganglion cells) ไม่เจริญไปจนถึงปลายสุดของลำไส้ใหญ่ ทำให้ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายนั้นไม่มีเซลล์ประสาทควบคุมการบีบตัว ส่งผลให้ลำไส้ส่วนดังกล่าวเกิดการหดเกร็งอยู่ตลอดเวลาและไม่ยอมคลายตัว อุจจาระและลมจึงไม่สามารถเคลื่อนผ่านไปได้ เกิดการอุดตันทางกายภาพ ลำไส้ส่วนที่อยู่เหนือจุดที่มีปัญหาจะขยายใหญ่ขึ้นจนพองโต

อาการแสดงของโรกลำไส้พองแต่กำเนิด ได้แก่:

  • ไม่ออกขี้เทาภายใน 24-48 ชั่วโมงแรกหลังคลอด
  • ท้องอืดโตขึ้นเรื่อยๆ ตึง แน่น
  • อาเจียนมีน้ำดีปน (สีเขียวหรือสีเหลืองเข้ม)
  • มีภาวะท้องผูกเรื้อรัง ต้องใช้วิธีสวนอุจจาระหรือเหน็บยาจึงจะถ่าย
  • เมื่อแพทย์ทำการตรวจทวารหนักด้วยนิ้วมือ (Digital Rectal Examination) มักพบว่ามีอุจจาระและลมพุ่งออกมาอย่างแรง (Explosive stool)

2. ภาวะทวารหนักตีบหรือรูทวารปิดแต่กำเนิด (Anorectal Malformations)

เป็นกลุ่มความพิการแต่กำเนิดของโครงสร้างทวารหนักและลำไส้ตรง ซึ่งมีความรุนแรงหลายระดับ ตั้งแต่ภาวะเยื่อเปิดทวารหนักไม่เจาะกว้าง (Imperforate anus) รูทวารหนักตีบแคบ (Anal stenosis) ไปจนถึงการที่ลำไส้ตรงต่อเชื่อมผิดปกติเข้าสู่ระบบทางเดินปัสสาวะหรือระบบช่องคลอด (Fistula)

ในกรณีที่รูทวารปิดสมบูรณ์ ทารกจะไม่สามารถถ่ายขี้เทาออกทางรูทวารได้เลย และจะเกิดอาการท้องอืด ตื่นเต้น อาเจียนอย่างรวดเร็ว ส่วนในกรณีที่รูทวารหนักตีบแคบหรือมีรูเปิดผิดตำแหน่ง ทารกอาจพยายามเบ่งถ่ายจนทารกเบ่งถ่ายหน้าดำหน้าแดง อุจจาระออกมาเป็นเส้นเล็กๆ หรือมีขี้เทาปนออกมาทางช่องคลอดหรือท่อปัสสาวะ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจร่างกายอย่างละเอียดโดยกุมารแพทย์ตั้งแต่แรกคลอด

เกณฑ์การประเมินและการส่งต่อทารกไปพบกุมารแพทย์

การแยกแยะระหว่างภาวะ Infantile Dyschezia ซึ่งเป็นภาวะไม่อันตราย กับโรกลำไส้ผิดปกติแต่กำเนิดเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการและพาน้องไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยโดยทันทีหากพบสัญญาณเตือนดังต่อไปนี้:

  • ทารกไม่ถ่ายขี้เทาภายใน 24-48 ชั่วโมงแรกหลังคลอด
  • มีอาการท้องอืดโต ลำตัวแข็ง ตึง หรือกดเจ็บ
  • อาเจียนเป็นพุ่ง หรืออาเจียนมีสีเขียว/เหลืองปนน้ำดี
  • มีไข้ ซึม ไม่ยอมดูดนม หรือร้องไห้กวนอย่างรุนแรงและยาวนานโดยไม่สามารถปลอบให้สงบได้
  • อุจจาระมีลักษณะเป็นก้อนแข็ง แห้ง หรือถ่ายมีเลือดปน
  • ถ่ายอุจจาระยากจนน้ำหนักตัวลดลง หรือเติบโตช้ากว่าเกณฑ์มาตรฐาน

ในการวินิจฉัย กุมารแพทย์จะทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ตรวจบริเวณรอบรูทวาร และอาจส่งตรวจเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เช่น การเอกซเรย์ช่องท้อง (Abdominal X-ray) การตรวจเอกซเรย์ลำไส้โดยการสวนสารทึบรังสี (Barium Enema) หรือการตัดเนื้อเยื่อลำไส้ไปตรวจทางพยาธิวิทยา (Rectal Suction Biopsy) ซึ่งเป็นวิธีมาตรฐานในการยืนยันโรกลำไส้พองแต่กำเนิด เพื่อวางแผนการรักษาด้วยการผ่าตัดอย่างทันท่วงที ป้องกันภาวะลำไส้อักเสบติดเชื้อรุนแรง (Enterocolitis) ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

การสังเกตการขับถ่ายของลูกน้อยอย่างใกล้ชิดจึงเป็นหัวใจสำคัญ หากพบเพียงอาการเบ่งถ่ายหน้าแดงโดยที่อุจจาระนิ่มและทารกแข็งแรงดี คุณพ่อคุณแม่สามารถเบาใจได้ว่าเป็นการเรียนรู้ตามวัย แต่หากมีสัญญาณเตือนข้างต้นร่วมด้วย การพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาอย่างรวดเร็วจะช่วยให้ลูกน้อยได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและปลอดภัยที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down