ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภาวะประสานกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานผิดปกติในการขับถ่ายของเด็กแรกเกิด: การแยกแยะความแตกต่างเพื่อการดูแลที่ตรงจุด

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจเคยสังเกตเห็นลูกน้อยวัยทารกเบ่งถ่ายอุจจาระด้วยความยากลำบาก ใบหน้าแดงก่ำ ร้องไห้ และดูเหมือนจะทรมานกับการขับถ่าย แม้จะพยายามเบ่งเท่าไหร่ อุจจาระก็ยังออกมาได้น้อย หรือบางครั้งก็ออกมาเป็นก้อนเล็กๆ แข็งๆ ความกังวลใจย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดาว่าลูกเป็นอะไรกันแน่ เป็นเรื่องของการปรับตัวตามวัย หรือมีปัญหาทางกายภาพร้ายแรงซ่อนอยู่

ในฐานะกุมารแพทย์ เราพบภาวะที่คล้ายคลึงกันนี้บ่อยครั้ง และหนึ่งในสาเหตุที่ควรพิจารณาคือ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานไม่ประสานกันในเด็ก ซึ่งเป็นภาวะที่ไม่ได้เกิดจากความผิดปกติทางโครงสร้างของลำไส้ แต่เป็นปัญหาในการทำงานประสานกันของกล้ามเนื้อที่ควบคุมการขับถ่าย บทความนี้จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่เข้าใจภาวะนี้ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพื่อนำไปสู่การดูแลที่ตรงจุดและเหมาะสม

พยาธิสภาพและกลไกการบีบตัวของลำไส้ใหญ่ส่วนปลายในเด็กแรกเกิด

การขับถ่ายอุจจาระเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหลายระบบ ในภาวะปกติ เมื่ออุจจาระเคลื่อนที่มาถึงลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและทวารหนัก จะกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกอยากขับถ่าย และร่างกายจะตอบสนองด้วยกลไกสำคัญสองส่วน:

  • การบีบตัวของลำไส้ใหญ่ส่วนปลายและกล้ามเนื้อหน้าท้อง: เพื่อเพิ่มแรงดันในช่องท้องและดันอุจจาระลงมา
  • การคลายตัวของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน: โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ Puborectalis ซึ่งปกติจะหดตัวเป็นห่วงคล้องทวารหนัก เมื่อถึงเวลาขับถ่าย กล้ามเนื้อนี้จะคลายตัวลง ทำให้มุมระหว่างลำไส้ตรงและทวารหนัก (Anorectal angle) กว้างขึ้น อุจจาระจึงสามารถผ่านออกมาได้ง่าย

ในเด็กที่มีภาวะ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานไม่ประสานกันในเด็ก กลไกการคลายตัวของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานและหูรูดทวารหนักกลับผิดปกติ แทนที่จะคลายตัว กลับมีการหดเกร็งหรือบีบรัด ในขณะที่พยายามเบ่งถ่าย ทำให้เกิดภาวะเหมือนการพยายามขับรถโดยเหยียบคันเร่งและเบรกไปพร้อมกัน อุจจาระจึงเคลื่อนที่ผ่านออกมาได้ยากลำบาก

อาการร่วมที่ช่วยยืนยันว่าไม่ใช่โรคทางกายภาพร้ายแรง

สิ่งสำคัญคือการแยกแยะภาวะนี้ออกจากสาเหตุอื่นๆ ที่รุนแรงกว่า เช่น โรค Hirschsprung หรือความผิดปกติทางโครงสร้างของลำไส้ ซึ่งในภาวะ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานไม่ประสานกันในเด็ก มักจะพบอาการร่วมดังต่อไปนี้:

  • อาการท้องผูกเรื้อรัง: ลูกจะถ่ายอุจจาระน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเบ่งถ่าย
  • อุจจาระแข็งเป็นก้อน หรือมีขนาดใหญ่: บางครั้งอาจพบอุจจาระที่ปลายก้อนแข็งและมีขนาดใหญ่มาก จนทำให้เจ็บเวลาถ่าย
  • เบ่งถ่ายนาน มีอาการปวดและไม่สบายตัว: ลูกจะหน้าแดงเกร็ง ร้องไห้ หรือดูไม่สบายตัวขณะเบ่ง
  • แต่โดยรวมแล้วน้ำหนักขึ้นดี มีพัฒนาการตามวัย: นี่เป็นจุดสำคัญที่บ่งชี้ว่าไม่ใช่โรคร้ายแรงที่ส่งผลต่อการดูดซึมสารอาหารหรือภาวะสุขภาพโดยรวม
  • ไม่มีอาการอาเจียนเป็นน้ำดี หรือท้องอืดรุนแรง: ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายที่อาจบ่งชี้ถึงการอุดตันของลำไส้
  • อาการอาจดีขึ้นเมื่อได้รับยาระบาย หรือสวนก้น: ซึ่งเป็นการช่วยให้กลไกที่ติดขัดนั้นทำงานได้ชั่วคราว

ความแตกต่างที่สำคัญคือ เด็กกลุ่มนี้มักไม่มีสัญญาณเตือนของโรคทางกายภาพรุนแรง เช่น การอาเจียนอย่างรุนแรง การมีเลือดออกในอุจจาระเป็นปริมาณมาก การเติบโตหยุดชะงัก หรือท้องอืดแข็งกดเจ็บตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตและแจ้งให้กุมารแพทย์ทราบโดยละเอียด

แนวทางการประเมินโดยกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร

เมื่อสงสัยว่าลูกอาจมีภาวะ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานไม่ประสานกันในเด็ก กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารจะทำการประเมินอย่างละเอียดถี่ถ้วน:

  • การซักประวัติอย่างละเอียด: แพทย์จะสอบถามเกี่ยวกับลักษณะการขับถ่าย ความถี่ ความสม่ำเสมอ รูปร่างของอุจจาระ ความยากลำบากในการเบ่งถ่าย อาการร่วมอื่นๆ อาหารที่รับประทาน ประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว และประวัติการใช้ยา
  • การตรวจร่างกาย: เพื่อประเมินภาวะสุขภาพโดยรวม การเติบโต การตรวจช่องท้องเพื่อดูว่ามีการกดเจ็บ ท้องอืด หรือมีอุจจาระค้างในลำไส้หรือไม่ และการตรวจทวารหนักเบื้องต้นเพื่อประเมินความตึงตัวของหูรูดและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน
  • การตรวจพิเศษ (หากจำเป็น): หากยังไม่สามารถแยกแยะจากโรคอื่นได้อย่างชัดเจน แพทย์อาจพิจารณาการตรวจเพิ่มเติม เช่น
    • Anorectal Manometry (การตรวจวัดแรงดันในทวารหนักและลำไส้ตรง): เป็นการตรวจมาตรฐานที่ช่วยประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักและกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน โดยเฉพาะการตรวจหา Rectoanal Inhibitory Reflex (RAIR) และการประเมินการคลายตัวหรือหดเกร็งของกล้ามเนื้อขณะเบ่งถ่าย
    • Barium Enema หรือ Colonoscopy: ในบางกรณีที่สงสัยความผิดปกติทางโครงสร้างของลำไส้
    • Rectal Biopsy: หากสงสัยโรค Hirschsprung’s disease

การติดตามพัฒนาการขับถ่ายและการบันทึกข้อมูลเพื่อใช้ในการรักษา

การดูแลรักษาภาวะ กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานทำงานไม่ประสานกันในเด็ก ต้องอาศัยความร่วมมือจากคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก การติดตามพัฒนาการขับถ่ายและบันทึกข้อมูลอย่างละเอียดเป็นสิ่งสำคัญต่อการวินิจฉัยและการวางแผนการรักษา

  • การบันทึกข้อมูลการขับถ่าย (Poop Diary): คุณพ่อคุณแม่ควรจดบันทึกทุกรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายของลูก เช่น
    • วันและเวลาที่ลูกถ่าย
    • ลักษณะของอุจจาระ (ใช้ Bristol Stool Chart สำหรับเด็กหากทำได้)
    • ความยากง่ายในการเบ่งถ่าย หรืออาการที่ลูกแสดงออกขณะขับถ่าย
    • ปริมาณอุจจาระ
    • ยาที่ลูกได้รับ หรือการดูแลที่ให้ (เช่น การสวนก้น) และผลลัพธ์
  • การปรับพฤติกรรมและอาหาร: การได้รับใยอาหารที่เพียงพอ (สำหรับเด็กที่เริ่มอาหารแข็ง) และน้ำที่เพียงพอ รวมถึงการฝึกขับถ่ายในเวลาที่เหมาะสม เป็นส่วนหนึ่งของการรักษาที่ไม่ใช่ยา
  • การฝึก Biofeedback (ในเด็กโตที่ให้ความร่วมมือได้): เป็นวิธีการที่ช่วยให้เด็กเรียนรู้ที่จะควบคุมการคลายตัวและหดตัวของกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานได้อย่างถูกต้อง
  • การใช้ยาระบาย: แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาระบายเพื่อช่วยให้อุจจาระนิ่มลงและเคลื่อนที่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งเป็นการบรรเทาอาการในระยะแรก แต่ไม่ใช่การรักษาสาเหตุหลัก

สิ่งสำคัญคือการมีความอดทนและปรึกษาแพทย์อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากภาวะนี้ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูและปรับตัวของร่างกาย การได้รับการวินิจฉัยและการดูแลที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ลูกน้อยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และลดความกังวลใจของคุณพ่อคุณแม่ได้เป็นอย่างดี

หากคุณพ่อคุณแม่ยังคงมีความกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาการขับถ่ายของลูกน้อย ขอแนะนำให้ปรึกษากุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหาร เพื่อการตรวจวินิจฉัยและการวางแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูกของคุณ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down