ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

สัญญาณเตือนอันตรายจากภาวะลำไส้อุดตันในทารกแรกเกิด

การสังเกตพฤติกรรมและอาการแสดงของทารกแรกเกิดในสัปดาห์แรกๆ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในการปกป้องชีวิตของลูกน้อย อาการแหวะนมเล็กน้อยหลังกินอิ่มเป็นเรื่องปกติที่พบได้บ่อย แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณพ่อคุณแม่พบว่ามีภาวะทารกอาเจียนพุ่งท้องอืด ร่วมกับอาการร้องกวนงอแงอย่างรุนแรง นั่นอาจไม่ใช่อาการท้องอืดธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ของภาวะลำไส้อุดตันหรือโรคทางศัลยกรรมทางเดินอาหารที่ต้องได้รับการตรวจรักษาทันที

อาการแสดงอันตรายที่คุณพ่อคุณแม่ต้องพิจารณาและนำส่งโรงพยาบาลโดยด่วน ได้แก่

  • การอาเจียนพุ่งและมีสีน้ำดีปน: อาเจียนที่มีแรงดันสูง พุ่งออกไปไกล และมีลักษณะเป็นสีเขียวหรือเหลืองเข้มของน้ำดี แสดงถึงการอุดตันของทางเดินอาหารที่อยู่ต่ำกว่าระดับลำไส้เล็กส่วนต้น ซึ่งถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางศัลยศาสตร์กุมารเวช
  • ท้องอืดตึงอย่างรุนแรง: หน้าท้องของทารกจะขยายใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ผิวหนังบริเวณหน้าท้องตึง มันวาว หรือมองเห็นเส้นเลือดบนหน้าท้องขยายตัวชัดเจน เมื่อกดเบาๆ ทารกจะมีอาการเจ็บและร้องงอแงรุนแรงขึ้น
  • อาการร้องกวนโยเยและงอตัว: ทารกจะร้องไห้ด้วยเสียงแหลมสูงอย่างต่อเนื่อง ดิ้นงอขาเข้าหาหน้าท้องเนื่องจากความเจ็บปวดจากการบีบตัวของลำไส้ที่พยายามส่งผ่านอาหารผ่านตำแหน่งที่อุดตัน
  • อุจจาระผิดปกติหรือไม่มีการถ่ายอุจจาระ: ทารกไม่ถ่ายอุจจาระ ไม่ผายลม หรือถ่ายเป็นเลือดสดปนเมือก

ความสำคัญของระยะเวลาการถ่ายขี้เทาครั้งแรก (Delayed Meconium Passage)

โดยปกติแล้ว ทารกคลอดกำหนดครบมากกว่าร้อยละ 90 จะถ่ายขี้เทา (Meconium) ซึ่งเป็นอุจจาระแรกเกิดสีเขียวเข้มจัดจนเกือบดำภายใน 24 ชั่วโมงแรกหลังคลอด และเกือบทั้งหมดจะถ่ายภายใน 48 ชั่วโมงแรก การที่ทารกถ่ายขี้เทาช้าเกินกว่า 24 ถึง 48 ชั่วโมงแรกหลังเกิด ถือเป็นสัญญาณบ่งชี้ทางคลินิกที่สำคัญอย่างยิ่ง

ความล่าช้าในการถ่ายขี้เทาครั้งแรกไม่ได้เป็นเพียงปัญหาท้องผูกธรรมดา แต่เป็นข้อบ่งชี้แรกๆ ของโรคระบบทางเดินอาหารแต่กำเนิดที่ส่งผลต่อการเคลื่อนตัวของลำไส้ หรือการอุดตันทางโครงสร้าง

หากทารกไม่ถ่ายขี้เทาในระยะเวลาที่กำหนด แพทย์จำเป็นต้องทำการสืบค้นหาสาเหตุอย่างละเอียดทันที เพื่อป้องกันภาวะลำไส้อักเสบเน่าเปื่อยและการติดเชื้อในกระแสเลือดที่อาจตามมา

โรคลำไส้โป่งพองแต่กำเนิดและภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์แต่กำเนิด

เมื่อพบภาวะอุจจาระล่าช้าร่วมกับอาการทารกอาเจียนพุ่งท้องอืด พยาธิสภาพหลักที่แพทย์มักต้องคำนึงถึงและทำการวินิจฉัยแยกโรค ได้แก่

1. โรคลำไส้โป่งพองแต่กำเนิด (Hirschsprung's Disease)

เกิดจากการที่เซลล์ประสาทลำไส้ (Ganglion cells) ไม่เจริญไปจนถึงปลายสุดของลำไส้ใหญ่ในระหว่างการพัฒนาของตัวอ่อน ทำให้ลำไส้ใหญ่ส่วนปลายสุดนั้นหดเกร็งอยู่ตลอดเวลาและไม่สามารถบีบตัวดันอุจจาระให้ออกมาได้ เกิดการอุดตันขึ้น ลำไส้ส่วนที่อยู่เหนือตำแหน่งที่ไม่มีเซลล์ประสาทจะขยายใหญ่และโป่งพองขึ้นเรื่อยๆ ทารกมักมาด้วยอาการไม่ถ่ายขี้เทาใน 24-48 ชั่วโมงแรก ท้องอืดตึง และเมื่อกุมารแพทย์ทำการตรวจทางรูทวารหนัก (Digital Rectal Examination) อุจจาระและลมจะพุ่งทะลักออกมาตามนิ้วมือ (Blast sign)

2. ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์แต่กำเนิด (Congenital Hypothyroidism)

ฮอร์โมนไทรอยด์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาระบบประสาทและการบีบตัวของกล้ามเนื้อเรียบในทางเดินอาหาร เมื่อทารกขาดฮอร์โมนนี้ จะทำให้ระบบเผาผลาญและการเคลื่อนตัวของลำไส้ทำงานช้าลงอย่างมาก ส่งผลให้ทารกมีอาการท้องอืด ร้องเสียงห้าว ซึม ไม่ค่อยดูดนม ตัวเหลืองนาน และถ่ายขี้เทาล่าช้า หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาด้วยการทดแทนฮอร์โมนอย่างทันท่วงที อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางสมองอย่างถาวร

ภาวะทวารหนักตีบหรือรูทวารปิดแต่กำเนิด (Anorectal Malformations)

ภาวะความผิดปกติทางโครงสร้างแต่กำเนิดของส่วนปลายทางเดินอาหาร เป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการอุดตันโดยตรง ทารกอาจมีภาวะรูทวารหนักปิดสนิท (Imperforate Anus) หรือมีรูทวารหนักตีบแคบอย่างรุนแรง รวมถึงการเปิดของรูทวารหนักผิดตำแหน่ง (เช่น เปิดเข้าสู่ระบบอวัยวะสืบพันธุ์หรือระบบขับถ่ายปัสสาวะ)

การตรวจร่างกายเพื่อประเมินความผิดปกติ

แพทย์จะดำเนินการตรวจร่างกายระบบทางเดินอาหารอย่างถี่ถ้วนตั้งแต่ทารกแรกเกิด ดังนี้

  • การสังเกตภายนอก (Inspection): ตรวจดูตำแหน่ง ขนาด และลักษณะของรูทวารหนัก สังเกตว่ามีรูเปิดผิดปกติบริเวณฝีเย็บหรือไม่
  • การประเมินการเปิดกว้างของรูทวาร (Patency Evaluation): ตรวจดูว่ามีขี้เทาออกมาทางรูทวารปกติหรือไม่ หรือใช้สายยางขนาดเล็กทดสอบเปิดทางเข้าอย่างระมัดระวัง
  • การตรวจคลำหน้าท้อง (Abdominal Palpation): คลำหาก้อนลำไส้ที่โป่งพอง ตรวจดูการตึงตัวของกล้ามเนื้อหน้าท้อง และฟังเสียงการบีบตัวของลำไส้ (Bowel Sounds)
  • การถ่ายภาพทางรังสีวินิจฉัย (X-ray studies): เช่น การถ่ายภาพเอกซเรย์หน้าท้องในท่าตั้งหรือท่ากลับหัว (Invertogram) เพื่อประเมินระดับตำแหน่งการอุดตันและระยะห่างของปลายลำไส้กับผิวหนัง

การตรวจพบความผิดปกติเหล่านี้ได้รวดเร็ว จะช่วยให้ศัลยแพทย์กุมารเวชวางแผนการผ่าตัดแก้ไขโครงสร้างหรือทำทางเปิดลำไส้ทางหน้าท้องชั่วคราวได้อย่างถูกต้อง ป้องกันไม่ให้เกิดภาวะลำไส้แตกทะลุซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิต

คำแนะนำสำหรับคุณพ่อคุณแม่

อาการท้องอืดและอาเจียนในทารกแรกเกิดอาจดูเป็นเรื่องใกล้ตัว แต่หากมีลักษณะของภาวะทารกอาเจียนพุ่งท้องอืด มีน้ำดีปนสีเขียว หรือทารกไม่ถ่ายขี้เทาภายในวันแรกหลังคลอด ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ไม่ควรรอสังเกตอาการที่บ้าน การพามาพบกุมารแพทย์ทันทีจะช่วยให้ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และได้รับการรักษาทางศัลยกรรมหรือทางแพทย์ได้อย่างทันท่วงที ปลอดภัยต่อชีวิตของลูกน้อยมากที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down