ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

"ลูกไม่ถ่ายมาหลายวันแล้ว จะเป็นอะไรไหม?" หนึ่งในคำถามยอดฮิตที่กุมารแพทย์พบบ่อยที่สุด

สำหรับคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ การเห็นลูกน้อยนอนเล่นอารมณ์ดี แต่กลับไม่ถ่ายอุจจาระเลยเป็นเวลาหลายวัน หรือบางครั้งอาจนานเป็นสัปดาห์ มักสร้างความกังวลใจเป็นอย่างมาก ยิ่งเมื่อสังเกตเห็นหน้าท้องของลูกดูป่องกลม ก็มักจะคิดไปก่อนว่าลูกกำลังเผชิญกับ อาการท้องผูกในทารกแรกเกิด อย่างแน่นอน จนนำไปสู่ความพยายามที่จะเสาะหาวิธีช่วยสวนอุจจาระหรือหายามาให้ลูกทาน ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว พฤติกรรมการขับถ่ายของทารกที่ดื่มนมแม่อย่างเดียวนั้นมีความพิเศษเฉพาะตัวที่แตกต่างจากผู้ใหญ่และทารกที่ดื่มนมผงอย่างสิ้นเชิง

มหัศจรรย์น้ำนมแม่กับการดูดซึมที่หมดจด: เหตุใดทารกจึงไม่ถ่ายหลายวันแต่ยังปกติ

น้ำนมแม่คือสารอาหารที่ออกแบบมาเพื่อทารกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด โครงสร้างโมเลกุลของนมแม่นั้นย่อยง่ายและถูกดูดซึมไปใช้ในการเจริญเติบโตของร่างกายได้เกือบทั้งหมด ส่งผลให้เหลือกากอาหารหรือของเสียที่จะกลายเป็นอุจจาระน้อยมาก

ในช่วงอายุ 1 เดือนแรก ทารกมักจะถ่ายบ่อยเนื่องจากลำไส้ยังทำงานด้วยระบบสะท้อนกลับ (Reflex) เมื่อมีนมเข้าสู่กระเพาะ ลำไส้ใหญ่จะบีบตัวทันที ทำให้ถ่ายแทบทุกครั้งหลังดูดนม แต่เมื่อทารกอายุเข้าสู่วันที่ 20-30 เป็นต้นไป ระบบสะท้อนกลับนี้จะเริ่มลดบทบาทลง ประกอบกับลำไส้สามารถดูดซึมสารอาหารจากนมแม่ได้เกือบ 100% ทำให้อุจจาระสะสมช้าลงมาก

ข้อมูลทางสถิติทางการแพทย์พบว่า ทารกที่ดื่มนมแม่ล้วนหลังจากอายุ 1 เดือนไปแล้ว สามารถไม่ถ่ายอุจจาระได้นานถึง 7 ถึง 14 วัน หรือในบางรายอาจนานถึง 21 วัน โดยที่ร่างกายยังเป็นปกติ ไม่ได้เจ็บป่วย และอุจจาระที่ขับถ่ายออกมาในท้ายที่สุดยังมีลักษณะนิ่ม เหลว หรือเป็นสีเหลืองทองตามปกติ ไม่ใช่ลักษณะที่แห้งแข็งแต่อย่างใด

วิธีตรวจคลำหน้าท้องลูกน้อยอย่างถูกวิธี: แยกแยะระหว่าง "ท้องป่องตามธรรมชาติ" กับ "ท้องอืดตึง"

เนื่องจากกล้ามเนื้อผนังหน้าท้องของทารกแรกเกิดยังพัฒนาไม่เต็มที่ ท้องของทารกจึงมักจะดูป่องกลมเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการดูดนมอิ่มใหม่ๆ การประเมินว่าลูกท้องอืดตึงจริงหรือไม่ จึงไม่อาจตัดสินได้ด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องใช้วิธีการคลำอย่างถูกวิธีดังนี้

  • ประเมินในขณะที่ลูกสงบ: ควรตรวจคลำในขณะที่ลูกกำลังนอนเล่นสบายๆ ไม่ร้องไห้ เนื่องจากเสียงร้องไห้จะทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องของทารกเกร็งตัวและแข็งตึงโดยอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้การประเมินคลาดเคลื่อน
  • ใช้ฝ่ามือและนิ้วมือสัมผัสเบาๆ: วางฝ่ามือที่อบอุ่นลงบนหน้าท้องของลูกเบาๆ ใช้ปลายนิ้วกดลงไปอย่างนุ่มนวลกระจายไปตามจังหวะ
  • ลักษณะหน้าท้องที่ปกติ: เมื่อกดลงไปเบาๆ หน้าท้องจะมีความนุ่ม หยุ่น ยุบลงไปตามแรงกดได้ง่าย คล้ายกับการกดลงบนแป้งโดว์หรือหมอนนุ่มๆ ลูกไม่มีท่าทีเจ็บปวดหรือต่อต้าน
  • ลักษณะหน้าท้องที่ผิดปกติ (ท้องอืดตึงจริง): หน้าท้องจะรู้สึกตึงแน่นต้านมือ คล้ายกับผิวของลูกบอลที่สูบลมจนเต็ม เมื่อเคาะเบาๆ จะได้ยินเสียงโปร่งเหมือนกลอง และมักจะพบว่าลูกมีอาการร้องโยเยหรือแสดงสีหน้าเจ็บปวดเมื่อสัมผัสบริเวณหน้าท้อง

สัญญาณร่วมที่บ่งชี้ว่าทารกกำลังเผชิญ "อาการท้องผูกในทารกแรกเกิด" ที่แท้จริง

การที่ลูกไม่ถ่ายหลายวันไม่ได้แปลว่าเป็นโรคท้องผูกเสมอไป หากต้องการจำแนกว่าลูกกำลังมีภาวะท้องผูกจริงหรือไม่ คุณพ่อคุณแม่ควรสังเกตอาการร่วมทางคลินิกเหล่านี้ร่วมด้วย

อาการท้องผูกในทารกแรกเกิดที่ดื่มนมแม่ล้วนพบได้ยากมาก แต่หากเกิดขึ้นจริง มักจะมีสัญญาณเตือนที่ชัดเจนดังต่อไปนี้

  • ลักษณะอุจจาระที่ขับถ่ายออกมา: เมื่อถ่ายออกมาแล้ว อุจจาระมีลักษณะเป็นเม็ดแข็งคล้ายกระสุน แห้ง หรือเหนียวข้นคล้ายดินเหนียวปั้นแห้งๆ หากอึนุ่มหรือเหลว แม้จะไม่ถ่ายหลายวันก็ไม่ถือว่าท้องผูก
  • มีอาการเบ่งอย่างรุนแรงและเจ็บปวด: ทารกอาจมีอาการหน้าดำหน้าแดงขณะเบ่ง ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่เรียกว่า Dyschezia เนื่องจากกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักยังทำงานไม่ประสานกันกับการเบ่ง แต่หากลูกร้องไห้จ๊ากด้วยความเจ็บปวดขณะพยายามขับถ่าย หรือมีเลือดปนเคลือบอุจจาระเนื่องจากรูทวารฉีกขาด (Anal Fissure) ถือเป็นสัญญาณของอาการท้องผูก
  • อาการทางระบบทางเดินอาหารอื่นๆ: ลูกมีอาการอาเจียนบ่อยครั้ง โดยเฉพาะหากอาเจียนออกมาเป็นสีเขียวหรือสีเหลืองปนน้ำดี ท้องอืดตึงมากอย่างต่อเนื่อง ซึมลง ไม่ยอมดูดนม หรือน้ำหนักตัวลดลงหรือไม่ขึ้นตามเกณฑ์

แนวทางการดูแลเบื้องต้นและการป้องกันอย่างถูกวิธี

หากประเมินแล้วพบว่าลูกเพียงแค่ไม่ถ่ายหลายวันแต่หน้าท้องยังนุ่มดี ไม่มีอาการผิดปกติอื่นๆ แนะนำให้สังเกตอาการต่อไปและสามารถช่วยกระตุ้นการเคลื่อนตัวของลำไส้ได้ด้วยวิธีธรรมชาติ เช่น การนวดหน้าท้องเบาๆ ในทิศทางตามเข็มนาฬิกา (I Love You Massage) การจับขาของลูกน้อยปั่นจักรยานอากาศสลับไปมา หรือการให้ลูกแช่น้ำอุ่นเพื่อช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก

สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการใช้ยาเหน็บสวนก้นทารกเองโดยเด็ดขาดหากแพทย์ไม่ได้สั่ง เนื่องจากอาจทำให้ลำไส้ของทารกเกิดความชินชาและไม่ยอมบีบตัวขับถ่ายเองตามธรรมชาติในระยะยาว และหากพบสัญญาณเตือนของภาวะท้องผูกจริงหรือลูกดูป่วย ซึม ท้องอืดตึงมาก ควรพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียดต่อไป

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down