ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เมื่อลูกไข้กลับหลังหายจากโควิด: สัญญาณเตือนของภาวะมิสซีในเด็กที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวัง

สัปดาห์ก่อนหน้า ลูกน้อยเพิ่งหายป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 และกลับมาวิ่งเล่นได้ตามปกติ ทว่าจู่ๆ ในสัปดาห์นี้ ลูกกลับมีไข้สูงลอยขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับมีผื่นแดงตามตัว ตาแดงก่ำ และริมฝีปากแห้งแดงอย่างเห็นได้ชัด อาการเหล่านี้มักสร้างความกังวลใจให้แก่คุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก เพราะนี่ไม่ใช่การติดเชื้อซ้ำธรรมดา แต่เป็นสัญญาณเตือนของ ภาวะมิสซีในเด็ก (Multisystem Inflammatory Syndrome in Children: MIS-C) ซึ่งเป็นภาวะอักเสบหลายระบบที่รุนแรงและต้องการการดูแลรักษาจากแพทย์อย่างทันท่วงที

ทำความรู้จักภาวะมิสซีในเด็ก (MIS-C) และอันตรายที่ซ่อนเร้น

ภาวะมิสซีในเด็ก คือกลุ่มอาการอักเสบในหลายระบบของร่างกายที่เกิดขึ้นตามหลังการติดเชื้อโควิด-19 โดยมักจะแสดงอาการหลังจากการติดเชื้อไปแล้วประมาณ 2 ถึง 6 สัปดาห์ แม้ว่าในช่วงที่ติดเชื้อโควิด-19 เด็กจะมีอาการเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีอาการเลยก็ตาม ปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันที่ทำงานมากเกินไป (Hyperinflammation) จะเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อและอวัยวะต่างๆ ของตนเอง

อาการเด่นที่พ่อแม่สามารถสังเกตได้ด้วยตนเอง มีดังนี้:

  • มีไข้สูงต่อเนื่องตั้งแต่ 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไป นานเกิน 24 ชั่วโมง หรือติดต่อกันหลายวัน
  • มีผื่นแดงตามผิวหนัง ซึ่งอาจมีลักษณะเป็นจุดแดง ปื้นแดง หรือผื่นลมพิษ
  • ตาแดงทั้งสองข้าง โดยไม่มีขี้ตาหรืออาการระคายเคืองรุนแรง
  • ริมฝีปากแดงและแห้งแตก ลิ้นมีลักษณะแดงจัดคล้ายผิวสตรอว์เบอร์รี (Strawberry Tongue)
  • มีอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ หรืออาเจียน
  • มือและเท้าบวมแดง หรือผิวหนังลอกบริเวณปลายนิ้ว
หากพบว่าลูกน้อยมีอาการไข้สูงร่วมกับอาการอย่างน้อย 2 อย่างในกลุ่มข้างต้น ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลเพื่อตรวจวินิจฉัยโดยเร็วที่สุด เนื่องจากภาวะนี้อาจรุนแรงถึงขั้นทำให้อวัยวะสำคัญล้มเหลวได้

ความเสี่ยงของภาวะตับอักเสบและกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบจาก MIS-C

ความน่ากังวลที่สุดของภาวะมิสซีในเด็กคือการอักเสบที่ลุกลามไปยังระบบไหลเวียนโลหิตและอวัยวะภายใน โดยเฉพาะ ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ (Myocarditis) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการสูบฉีดเลือดของหัวใจ ทำให้เด็กมีอาการเหนื่อยง่าย หายใจหอบ เจ็บหน้าอก ชีพจรเต้นเร็วหรือเต้นผิดจังหวะ และอาจนำไปสู่ภาวะช็อกจากการทำงานของหัวใจล้มเหลว (Cardiogenic Shock) ได้

นอกจากนี้ การอักเสบยังสามารถส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารและตับ ก่อให้เกิด ภาวะตับอักเสบ ซึ่งตรวจพบได้จากการทำงานของเอนไซม์ตับที่สูงขึ้นผิดปกติ ทำให้เด็กมีอาการตัวเหลือง ตาเหลือง อ่อนเพลียอย่างรุนแรง และปวดท้องบริเวณใต้ชายโครงขวา การตรวจวินิจฉัยด้วยการเจาะเลือด ตรวจคลื่นหัวใจ (ECG) และการทำอัลตราซาวนด์หัวใจ (Echocardiogram) จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการประเมินความเสียหายและวางแผนการรักษาด้วยยาต้านการอักเสบกลุ่มอิมมูโนโกลบูลิน (IVIG) และยาสเตียรอยด์

ภัยเงียบจากไวรัสชนิดอื่น: โรคหัด และ โรคอีสุกอีใส ในเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีน

นอกเหนือจากภัยคุกคามหลังโควิด-19 แล้ว ในกลุ่มเด็กเล็กที่ยังได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วนตามเกณฑ์ ยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเผชิญกับโรคติดเชื้อไวรัสตามฤดูกาลที่มีความรุนแรงและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายถึงชีวิตได้เช่นกัน

1. โรคหัดแทรกซ้อนด้วยปอดอักเสบ: โรคหัดเป็นโรคติดต่อทางเดินหายใจที่แพร่กระจายได้ง่ายมาก ในเด็กที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน อาการจะเริ่มด้วยไข้สูง น้ำมูกไหล ไอแห้ง และตาแดง จากนั้นจะมีผื่นแดงขึ้นตามตัว หากอาการรุนแรง อาจเกิด โรคหัดแทรกซ้อนด้วยปอดอักเสบ (Measles Pneumonia) ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบบ่อยที่สุดในเด็กเล็กที่ติดเชื้อโรคหัด เนื่องจากไวรัสหรือแบคทีเรียแทรกซ้อนเข้าไปทำลายเนื้อเยื่อปอด ทำให้หายใจล้มเหลว

2. โรคอีสุกอีใสแทรกซ้อนด้วยการติดเชื้อแบคทีเรียทางผิวหนัง: แม้ว่าโรคอีสุกอีใสจะดูเหมือนเป็นโรคผิวหนังทั่วไปที่มีตุ่มใสขึ้นตามตัว แต่ในเด็กเล็กที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน ตุ่มน้ำเหล่านี้มักจะทำให้เกิดอาการคันอย่างรุนแรง เมื่อเด็กเกาตุ่มน้ำจนแตก จะกลายเป็นช่องทางให้เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง (เช่น Staphylococcus หรือ Streptococcus) เข้าสู่ร่างกาย ส่งผลให้เกิด โรคอีสุกอีใสแทรกซ้อนด้วยการติดเชื้อแบคทีเรียทางผิวหนัง ทำให้แผลอักเสบเป็นหนอง เกิดเนื้อตายรอบแผล และในรายที่รุนแรง เชื้อแบคทีเรียอาจหลุดรอดเข้าสู่กระแสเลือดจนเกิดภาวะโลหิตเป็นพิษ (Sepsis) ได้

แนวทางการป้องกัน: ตารางการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสตามช่วงวัย

การฉีดวัคซีนตามเกณฑ์กำหนดเป็นวิธีป้องกันโรคและลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด คุณพ่อคุณแม่ควรตรวจสอบสมุดบันทึกสุขภาพของลูกน้อยและเข้ารับการฉีดวัคซีนตามช่วงวัยที่เหมาะสม ดังนี้:

  • วัคซีนป้องกันโรคหัด-คางทูม-หัดเยอรมัน (MMR): เข็มแรกฉีดเมื่อเด็กมีอายุ 9 ถึง 12 เดือน และเข็มที่สองฉีดเมื่ออายุ 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปีครึ่ง เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงในการป้องกันโรคหัดและภาวะปอดอักเสบแทรกซ้อน
  • วัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใส (Varicella): แนะนำให้เริ่มฉีดเข็มแรกเมื่ออายุ 12 ถึง 18 เดือน และฉีดเข็มที่สองกระตุ้นในช่วงอายุ 4 ถึง 6 ปี (หรือห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน)
  • วัคซีนป้องกันโควิด-19 (COVID-19 Vaccine): สามารถฉีดได้ในเด็กอายุตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป โดยเฉพาะกลุ่มเด็กที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจ หรือภาวะอ้วน เพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะมิสซีหลังการติดเชื้อ

การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติร่วมกับสุขอนามัยส่วนบุคคล

นอกเหนือจากการรับวัคซีนป้องกันโรคแล้ว การดูแลร่างกายของลูกน้อยให้มีภูมิต้านทานตามธรรมชาติที่แข็งแรงควบคู่ไปกับการรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล เป็นเกราะป้องกันชั้นเลิศที่พ่อแม่สามารถสร้างให้ลูกได้ในทุกๆ วัน:

  • โภชนาการที่ครบถ้วน: เน้นการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินซี วิตามินดี และซิงค์ (สังกะสี) เช่น ผลไม้ตระกูลส้ม ผักใบเขียว ไข่แดง และปลา เพื่อช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน สำหรับทารก การได้ดื่มนมแม่ติดต่อกันอย่างน้อย 6 เดือนแรกจะช่วยส่งผ่านภูมิคุ้มกันธรรมชาติจากแม่สู่ลูกได้ดีที่สุด
  • การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ: เด็กเล็กต้องการการนอนหลับ 10 ถึง 14 ชั่วโมงต่อวัน การนอนหลับอย่างมีคุณภาพจะช่วยให้ร่างกายหลั่งโกรทฮอร์โมนและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ พร้อมทั้งเพิ่มการสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวในการต่อสู้กับเชื้อโรค
  • สุขอนามัยส่วนบุคคลที่เข้มงวด: ฝึกให้ลูกล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดอย่างถูกวิธีเป็นเวลาอย่างน้อย 20 วินาทีก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสใบหน้า ตา หรือจมูกโดยไม่จำเป็น
  • การรักษาระยะห่างและสวมหน้ากากอนามัย: ในช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงการพาลูกน้อยเข้าไปในพื้นที่แออัดหรืออากาศถ่ายเทไม่สะดวก และสวมหน้ากากอนามัยอย่างเหมาะสมเมื่อต้องออกไปในที่สาธารณะ

การเฝ้าสังเกตความผิดปกติของลูกน้อยอย่างใกล้ชิดและการพาไปรับวัคซีนตรงตามนัดหมาย เป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยปกป้องชีวิตและสุขภาพของลูกรักให้ห่างไกลจากภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของโรคติดเชื้อต่างๆ ได้อย่างยั่งยืน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down