ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความน่ากลัวของภัยเงียบที่มาหลังเด็กหายจากโรคโควิด-ไนน์ทีน

เมื่อเด็กติดเชื้อไวรัสโคโรนาสองพันสิบเก้าหรือโรคโควิด-ไนน์ทีน (COVID-19) ส่วนใหญ่จะแสดงอาการไม่รุนแรงและหายได้เองภายในระยะเวลาอัน แต่ในทางการแพทย์กุมารเวชศาสตร์พบว่า มีกลุ่มเด็กจำนวนหนึ่งที่แม้จะหายจากโรคในระยะเฉียบพลันแล้ว และตรวจไม่พบเชื้อไวรัสในร่างกายหลงเหลืออยู่ แต่กลับต้องเผชิญกับกลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในร่างกายที่เกิดขึ้นตามหลัง ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ภาวะนี้เรียกว่า กลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก (Multisystem Inflammatory Syndrome in Children หรือ MIS-C)

โรคนี้ถือเป็นความท้าทายสำคัญของกุมารแพทย์และสร้างความวิตกกังวลให้กับพ่อแม่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาการมักจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่สองถึงสัปดาห์ที่หกหลังจากที่เด็กหายจากโรคโควิด-ไนน์ทีนไปแล้ว ทำให้ผู้ปกครองหลายคนวางใจว่าลูกปลอดภัยดีแล้ว สถิติทางการแพทย์ระบุว่าภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกช่วงอายุ ตั้งแต่ทารกแรกเกิดไปจนถึงวัยรุ่น แต่พบได้บ่อยที่สุดในเด็กกลุ่มวัยเรียน โดยเด็กที่มีโรคประจำตัวหรือเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินอาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดอาการรุนแรงมากกว่าปกติ

กลไกการเกิดโรคและความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายเด็ก

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะกลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก (MIS-C) ยังคงอยู่ระหว่างการศึกษาอย่างต่อเนื่องในวงการแพทย์ แต่ทฤษฎีที่เป็นที่ยอมรับมากที่สุดในปัจจุบันระบุว่า เกิดจากการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายของเด็กที่ทำงานผิดปกติและรุนแรงเกินไป (Immune Dysregulation) หลังจากที่เคยได้รับเชื้อไวรัสโคโรนาสองพันสิบเก้า

เมื่อร่างกายของเด็กสัมผัสกับเชื้อไวรัส ระบบภูมิคุ้มกันจะพยายามต่อสู้กับเชื้อโรค แต่ในเด็กบางราย ระบบภูมิคุ้มกันเกิดความสับสนและยังคงปล่อยสารกระตุ้นการอักเสบ (Cytokines) ออกมาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตัวเชื้อไวรัสจะถูกกำจัดออกไปจากร่างกายหมดแล้วก็ตาม สารอักเสบเหล่านี้จะเดินทางไปกระตุ้นหลอดเลือดทั่วร่างกาย ทำให้เกิดการอักเสบทั่วทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็นระบบหัวใจ ระบบทางเดินอาหาร ระบบประสาท ระบบผิวหนัง และระบบเลือด ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหลอดเลือดหัวใจอาจส่งผลให้เกิดหลอดเลือดหัวใจโป่งพอง (Coronary Artery Aneurysm) ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนระยะยาวที่น่ากลัวที่สุดของโรคนี้

อาการแสดงและระยะของโรคที่ผู้ปกครองต้องสังเกตอย่างใกล้ชิด

ลักษณะเด่นของภาวะ MIS-C คือการมีอาการอักเสบพร้อมกันหลายระบบในร่างกาย อาการมักจะเริ่มต้นด้วยไข้สูงลอยที่รับประทานยาลดไข้แล้วไข้ไม่ค่อยลดลง และมักจะมีอาการร่วมจากระบบต่างๆ ดังต่อไปนี้

  • ไข้สูงเรื้อรัง: มีไข้สูงติดต่อกันมากกว่าสามวันขึ้นไป โดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจนจากการติดเชื้ออื่นๆ
  • อาการทางผิวหนังและเยื่อบุ: ผื่นแดงขึ้นตามตัว ตาแดงทั้งสองข้างโดยไม่มีขี้ตา ริมฝีปากแดงแห้งแตก และลิ้นบวมแดงคล้ายผลสตรอเบอร์รี่
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร: ปวดท้องอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน และมีอาการท้องเสียร่วมด้วย ซึ่งอาการปวดท้องนี้บางครั้งอาจมีความรุนแรงจนแพทย์ต้องตรวจแยกโรคจากภาวะไส้ติ่งอักเสบ
  • อาการทางระบบไหลเวียนโลหิต: ความดันโลหิตต่ำ วิงเวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่น หรือมีอาการแสดงของภาวะช็อก
  • อาการทางระบบประสาท: ปวดศีรษะรุนแรง ซึมลง หรือสับสน

ในระยะเริ่มต้น อาการอาจมีความคล้ายคลึงกับโรคติดเชื้อทั่วไปในเด็ก เช่น โรคคาวาซากิ (Kawasaki Disease) หรือโรคไข้เลือดออก ทำให้การวินิจฉัยต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและการตรวจทางห้องปฏิบัติการอย่างละเอียดเพื่อแยกแยะโรค

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากบุตรหลานของท่านเคยป่วยเป็นโรคโควิด-ไนน์ทีนในช่วงหนึ่งถึงสองเดือนที่ผ่านมา แล้วกลับมามีไข้สูงร่วมกับอาการปวดท้องหรือมีผื่นแดง ห้ามรอสังเกตอาการอยู่ที่บ้านเด็ดขาด ควรพาไปพบกุมารแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยทันที เนื่องจากโรคนี้มีความรวดเร็วในการดำเนินโรคและอาจนำไปสู่ภาวะช็อกได้

สัญญาณเตือนอันตรายระดับวิกฤตที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

มีสัญญาณเตือนภัยบางประการที่บ่งชี้ว่าเด็กกำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤตจากกลุ่มอาการ MIS-C และต้องการการดูแลรักษาจากแพทย์ในห้องฉุกเฉินอย่างเร่งด่วน สัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) เหล่านี้ประกอบด้วย

  • หายใจหอบเหนื่อยหรือหายใจลำบาก: สังเกตเห็นซี่โครงยุบขณะหายใจ ปีกจมูกบาน หรือหายใจเร็วกว่าปกติ
  • ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลง: เด็กซึมมากปลุกตื่นยาก สับสน พูดจาไม่รู้เรื่อง หรือหมดสติ
  • ริมฝีปากหรือปลายนิ้วมีสีเขียวคล้ำ: บ่งบอกถึงภาวะขาดออกซิเจนในเลือด
  • ภาวะขาดน้ำรุนแรง: ปากแห้งสนิท ร้องไห้ไม่มีน้ำตา และปัสสาวะไม่ออกหรือมีสีเข้มจัดติดต่อกันหลายชั่วโมง
  • เจ็บแน่นหน้าอกรุนแรง: รู้สึกอึดอัด แน่นหน้าอก หรือใจสั่นผิดจังหวะ

วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้อง

เมื่อเด็กถูกส่งตัวมาถึงโรงพยาบาลด้วยความสงสัยว่าอาจมีภาวะ MIS-C กุมารแพทย์จะทำการซักประวัติการติดเชื้อโควิด-ไนน์ทีนในอดีต ร่วมกับการตรวจร่างกายอย่างละเอียด และส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันการวินิจฉัย ซึ่งประกอบด้วย

  • การตรวจเลือดเชิงลึก: เพื่อดูระดับการอักเสบในร่างกาย เช่น ค่าซีรีแอกทีฟโปรตีน (CRP) และค่าอัตราการตกตะกอนของเม็ดเลือด (ESR) รวมถึงการตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (CBC)
  • การตรวจการทำงานของอวัยวะภายใน: ตรวจการทำงานของตับ ไต และเอนไซม์หัวใจ เช่นโทรโปนิน (Troponin) และสารบีเอ็นพี (BNP) เพื่อประเมินความเสียหายของกล้ามเนื้อหัวใจ
  • การตรวจทางรังสีวิทยา: การเอกซเรย์ปอดเพื่อดูภาวะการอักเสบ และการทำอัลตราซาวด์หัวใจ (Echocardiogram) ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการประเมินการทำงานของหัวใจและขนาดของหลอดเลือดหัวใจ

เป้าหมายหลักของการรักษาคือการลดการอักเสบที่รุนแรงในร่างกายและประคับประคองการทำงานของอวัยวะสำคัญ โดยกุมารแพทย์อาจพิจารณาให้การรักษาด้วยยาอิมมูโนโกลบูลินทางหลอดเลือดดำ (IVIG) และยาสเตียรอยด์เพื่อระงับการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติ ร่วมกับการให้สารน้ำ เกลือแร่ และยาพยุงความดันโลหิตในกรณีที่เด็กมีภาวะช็อก การรักษาในผู้ป่วยกลุ่มนี้มักต้องดูแลอย่างใกล้ชิดภายในหออภิบาลผู้ป่วยหนักเด็ก (PICU)

การดูแลรักษาและการปฏิบัติที่ถูกต้องสำหรับผู้ปกครอง

ในระหว่างที่เด็กอยู่ระหว่างการรักษาตัวในโรงพยาบาลหรือในช่วงพักฟื้นกลับบ้าน ผู้ปกครองมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

  • การให้ยาตามแพทย์สั่ง: หากแพทย์จ่ายยากลุ่มกดภูมิคุ้มกันหรือยาต้านการอักเสบ ผู้ปกครองต้องให้เด็กรับประทานยาให้ครบถ้วนและตรงเวลา ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด
  • การดูแลโภชนาการ: จัดเตรียมอาหารอ่อนย่อยง่ายที่มีประโยชน์ครบถ้วน เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายของเด็ก
  • การจำกัดกิจกรรม: ในช่วงระยะพักฟื้น แพทย์อาจแนะนำให้เด็กงดการออกกำลังกายหรือกิจกรรมที่ใช้แรงมากชั่วคราว เพื่อลดภาระการทำงานของหัวใจ
คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการไข้ในเด็กที่มีอาการป่วย ควรคำนวณขนาดยาให้ถูกต้องตามน้ำหนักตัว คือ 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมง และห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อให้เด็กรับประทานเองโดยเด็ดขาด เนื่องจากภาวะ MIS-C เกิดจากการอักเสบทางภูมิคุ้มกัน ไม่ใช่การติดเชื้อแบคทีเรีย นอกจากนี้ห้ามใช้ยาแอสไพรินในเด็กยกเว้นแต่จะเป็นคำสั่งและการควบคุมดูแลของกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

วิธีป้องกันและการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันระยะยาวให้เด็ก

เนื่องจากภาวะ MIS-C เป็นโรคแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นตามหลังการติดเชื้อโควิด-ไนน์ทีน วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เด็กติดเชื้อไวรัสตั้งแต่แรกเริ่ม

  • การรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-ไนน์ทีน: การนำบุตรหลานไปรับวัคซีนตามคำแนะนำของกุมารแพทย์ไม่เพียงแต่ช่วยลดความรุนแรงของการติดเชื้อในระยะเฉียบพลันเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะ MIS-C ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การรักษาสุขอนามัยส่วนบุคคล: สอนให้เด็กหมั่นล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาด หรือเจลแอลกอฮอล์เป็นประจำ สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในพื้นที่แออัดหรือมีความเสี่ยงสูง
  • การเสริมสร้างสุขภาพร่างกาย: ส่งเสริมให้เด็กรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบห้าหมู่ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติให้แข็งแรง

บทสรุปแนวทางปฏิบัติสำหรับพ่อแม่ผู้ดูแล

ภาวะกลุ่มอาการอักเสบหลายระบบในเด็ก หรือ MIS-C แม้จะเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ดูน่ากลัวและมีความรุนแรง แต่หากผู้ปกครองมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง คอยสังเกตอาการผิดปกติของลูกหลังจากหายป่วยจากโรคโควิด-ไนน์ทีนอย่างใกล้ชิด และรีบพามาพบแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เมื่อพบสัญญาณเตือน อัตราการรักษาหายและโอกาสรอดชีวิตของเด็กจะมีสูงมาก การใส่ใจดูแลสุขภาพและการป้องกันการติดเชื้อจึงเป็นเกราะคุ้มครองที่ดีที่สุดสำหรับเด็กทุกคน

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down