เต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนมีไข้สูง: วิกฤตที่คุณแม่ให้นมบุตรต้องรู้เท่าทัน
ภาวะเต้านมอักเสบและการเกิดฝีที่เต้านมถือเป็นหนึ่งในอุปสรรคทางสุขภาพที่สร้างความเจ็บปวดทรมานอย่างมากสำหรับคุณแม่หลังคลอด โดยเฉพาะในช่วงที่คุณแม่กำลังให้นมบุตร ภาวะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ความรู้สึกตึงคัดเต้านมธรรมดา แต่เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียในเนื้อเยื่อเต้านมที่ลุกลามจนร่างกายตอบสนองด้วยการอักเสบรุนแรง มีไข้สูงหนาวสั่น ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที อาจพัฒนาไปสู่การเกิดฝีหนองขนาดใหญ่ที่ต้องทำการผ่าตัดระบายหนอง และอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการให้นมบุตรในระยะยาวได้ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุ อาการเตือน และแนวทางการรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ จึงเป็นเกราะป้องกันชีวิตและสุขภาพของคุณแม่ทุกคน
สาเหตุและกลไกการเกิดโรคเมื่อเต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนมีไข้สูง
การที่เต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนมีไข้สูง มีจุดเริ่มต้นสำคัญมาจากภาวะท่อน้ำนม (Lactiferous duct) อุดตัน ซึ่งทำให้น้ำนมคั่งค้างอยู่ภายในเต้านม (Milk stasis) น้ำนมที่คั่งค้างนี้เป็นอาหารชั้นดีสำหรับแบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) ที่อาศัยอยู่บนผิวหนังบริเวณเต้านมและหัวนม ซึ่งสามารถลุกลามเข้าสู่ท่อน้ำนมผ่านทางรอยแตกหรือแผลถลอกบริเวณหัวนม (Nipple fissure) ที่มักเกิดขึ้นในช่วยแรกของการเริ่มต้นให้นมบุตร
เมื่อแบคทีเรียเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายจะส่งเซลล์เม็ดเลือดขาวเข้ามาต่อสู้ เกิดเป็นกระบวนการอักเสบ (Inflammation) ทำให้หลอดเลือดขยายตัว มีอาการบวม แดง ร้อน และเจ็บปวดอย่างรุนแรง หากกระบวนการอักเสบนี้ไม่ได้รับการควบคุมด้วยยาปฏิชีวนะและการระบายน้ำนมที่เหมาะสม เชื้อโรคจะทำลายเนื้อเยื่อเต้านมจนเกิดการตายของเนื้อเยื่อและกลายเป็นหนองสะสมอยู่ภายใน จนกระทั่งกลายเป็นฝีที่เต้านม (Breast abscess) ในที่สุด
อาการสำคัญและระยะลุกลามของภาวะเต้านมอักเสบและฝีที่เต้านม
อาการของภาวะเต้านมอักเสบมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยคุณแม่อาจสังเกตเห็นพัฒนาการของอาการตามลำดับดังนี้
- ระยะเริ่มต้น (Initial Stage): เริ่มมีอาการเจ็บแปล๊บที่เต้านม เต้านมเป็นก้อนแข็งตึงบางส่วน ผิวหนังบริเวณนั้นเริ่มมีสีแดงและรู้สึกร้อนเมื่อสัมผัส ในช่วงนี้อาจยังไม่มีไข้หรือมีเพียงไข้ต่ำๆ
- ระยะลุกลามและติดเชื้อ (Infection Stage): อาการปวดจะรุนแรงมากขึ้น ก้อนแข็งขยายใหญ่ขึ้น ผิวหนังแดงชัดเจน และเริ่มมีอาการไข้สูงหนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว อ่อนเพลียอย่างรุนแรงคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่
- ระยะเป็นฝีหนอง (Abscess Stage): หากไม่ได้รับการรักษาในระยะก่อนหน้า บริเวณก้อนแข็งจะนิ่มลงตรงกลางเนื่องจากการสะสมของหนอง (Fluctuation) เจ็บปวดทรมานมาก ผิวหนังอาจมีสีคล้ำขึ้นหรือบางใสจนมองเห็นหนองข้างใน และอาจมีหนองหรือเลือดปนออกมาทางหัวนมร่วมด้วย
สัญญาณเตือนอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องรีบพบแพทย์ทันที
คุณแม่ไม่ควรปล่อยให้อาการทุเลาลงเองหากพบสัญญาณอันตรายเหล่านี้ เพราะอาจนำไปสู่ภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis) ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
- มีไข้สูงเกินสามสิบแปดองศาเซลเซียสติดต่อกันเกินยี่สิบสี่ชั่วโมง แม้จะพยายามเช็ดตัวหรือทานยาลดไข้แล้วไข้ก็ยังไม่ลดลง
- อาการปวดและบวมแดงที่เต้านมลุกลามอย่างรวดเร็วภายในไม่กี่ชั่วโมง
- มีหนองหรือเลือดไหลออกมาจากหัวนมหรือรอยแตกที่ผิวหนังเต้านม
- รู้สึกใจสั่น หายใจเร็ว เวียนศีรษะคล้ายจะเป็นลม ซึ่งเป็นสัญญาณของการติดเชื้อลุกลามเข้าสู่กระแสเลือด
- มีอาการอาเจียนอย่างรุนแรงจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือยาได้
วิธีตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์ที่ถูกต้อง
เมื่อคุณแม่มาพบแพทย์ด้วยอาการเต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนมีไข้สูง แพทย์จะทำการซักประวัติระยะเวลาการให้นม ประวัติการเกิดแผลที่หัวนม และทำการตรวจร่างกายบริเวณเต้านมอย่างละเอียด ในรายที่สงสัยว่ามีการก่อตัวของฝีหนอง แพทย์อาจพิจารณาทำอัลตราซาวด์เต้านม (Breast ultrasound) เพื่อประเมินขนาดและตำแหน่งของหนองที่อยู่ภายใน
แนวทางการรักษาหลักประกอบด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ที่มีความปลอดภัยต่อทารกที่ดื่มนมแม่ เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรีย ร่วมกับการใช้ยาแก้ปวดและยาลดไข้ตามความเหมาะสม นอกจากนี้ การระบายน้ำนมออกจากเต้าอย่างสม่ำเสมอเป็นหัวใจสำคัญของการรักษา แม้ว่าจะมีความเจ็บปวดในขณะให้นมหรือปั๊มนมก็ตาม เพราะการระบายน้ำนมจะช่วยลดความดันภายในท่อน้ำนมและช่วยให้ยาปฏิชีวนะออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น
ในกรณีที่ตรวจพบว่าเป็นฝีหนองขนาดใหญ่ แพทย์จำเป็นต้องทำการรักษาด้วยการเจาะดูดหนองด้วยเข็ม (Needle aspiration) หรือในกรณีที่ฝีมีขนาดใหญ่มากหรืออยู่ลึก อาจต้องเข้ารับการผ่าตัดเล็กเพื่อระบายหนองออก (Incision and drainage) โดยแพทย์จะเลือกใช้เทคนิคและยาชาที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการให้นมบุตร
การดูแลตนเองที่บ้านร่วมกับการรักษาของแพทย์
การปฏิบัติตัวที่ถูกต้องในช่วงพักฟื้นจะช่วยเร่งให้แผลหายเร็วและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ
- รับประทานยาปฏิชีวนะที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วนตามกำหนด ห้ามหยุดยาเองแม้ว่าอาการไข้จะหายไปแล้วก็ตาม
- ประคบอุ่นบริเวณเต้านมก่อนให้นมหรือปั๊มนมประมาณสิบถึงสิบห้านาที เพื่อช่วยให้ท่อน้ำนมขยายตัวและน้ำนมไหลได้ง่ายขึ้น และสามารถประคบเย็นหลังให้นมเพื่อช่วยลดอาการบวมและบรรเทาอาการปวด
- จัดท่าทางการให้นมบุตรให้ถูกต้อง โดยให้คางของทารกชี้ไปทางด้านที่มีก้อนอักเสบ เพื่อช่วยระบายน้ำนมจากส่วนนั้นได้ดีที่สุด
- ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่มากๆ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
- พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับในเวลาเดียวกับที่ทารกนอน
การป้องกันภาวะเต้านมอักเสบและการเกิดฝีในระยะยาว
การป้องกันสามารถทำได้ตั้งแต่เริ่มต้นระยะหลังคลอด โดยเน้นการจัดท่าอุ้มลูกเข้าเต้าให้ถูกวิธีเพื่อให้ทารกอมลานนมได้ลึกพอ ป้องกันการเกิดแผลที่หัวนม หมั่นให้นมบุตรบ่อยๆ ตามความต้องการของทารก หรืออย่างน้อยทุกๆ สองถึงสามชั่วโมง หลีกเลี่ยงการใส่เสื้อชั้นในที่รัดแน่นจนเกินไป และหากรู้สึกว่ามีก้อนไตแข็งเกิดขึ้นควรรีบระบายออกทันทีด้วยการนวดเบาๆ ขณะประคบอุ่นหรืออาบน้ำอุ่น