ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการใช้ยาในช่วงให้นมบุตรและความปลอดภัยของทารก

ช่วงเวลาของการให้นมบุตรเป็นช่วงเวลาที่อ่อนโยนและมีความสำคัญอย่างยิ่งระหว่างแม่และทารก โภชนาการและความรักที่ส่งผ่านทางน้ำนมแม่เปรียบเสมือนเกราะคุ้มกันโรคที่ดีที่สุด อย่างไรก็ตาม เมื่อคุณแม่เกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ปวดศีรษะ ท้องเสีย หรือโรคประจำตัว ความกังวลใจมักจะตามมาทันทีว่า ยาที่รับประทานเข้าไปจะขับออกมาทางน้ำนมและส่งผลกระทบต่อทารกหรือไม่ ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่ายาเกือบทุกชนิดสามารถซึมผ่านเข้าสู่ต่อมน้ำนมและขับออกทางน้ำนมได้ในระดับที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติทางเคมีของยาแต่ละชนิด เช่น ความสามารถในการละลายในไขมัน น้ำหนักโมเลกุล และอัตราการจับกับโปรตีนในเลือดของแม่ ดังนั้น การมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับยาที่ปลอดภัยในแม่ให้นมบุตรจึงเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุด เพื่อให้คุณแม่สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยของตนเองได้อย่างปลอดภัยโดยไม่กระทบต่อปริมาณและคุณภาพน้ำนม รวมถึงไม่เป็นอันตรายต่อพัฒนาการของทารก

กลไกการขับยาลงสู่น้ำนมแม่และการดูดซึมของทารก

การที่ยาจะส่งผลกระทบต่อทารกที่ดื่มนมแม่ได้นั้น จะต้องผ่านกระบวนการหลักสองขั้นตอนคือ การขับยาจากกระแสเลือดของแม่เข้าสู่ต่อมน้ำนม และการที่ทารกดูดซึมยาผ่านทางระบบทางเดินอาหารเข้าสู่ร่างกายของตนเอง ปัจจัยที่มีผลต่อปริมาณยาในน้ำนม ได้แก่ ปริมาณยาในเลือดของแม่ หากระดับยาในเลือดสูง ยาก็มีแนวโน้มจะแพร่กระจายเข้าสู่น้ำนมได้มาก นอกจากนี้ความเป็นกรดด่างและไขมันในน้ำนมยังมีส่วนช่วยให้ยาบางกลุ่มสะสมได้ดีขึ้น ทารกแรกเกิดหรือทารกคลอดก่อนกำหนดจะมีความเสี่ยงสูงกว่าทารกโต เนื่องจากตับและไตยังทำหน้าที่ในการกำจัดยาได้ไม่เต็มที่ ทำให้ยาตกค้างในร่างกายได้นานกว่า อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์ ยาจำนวนมากจัดอยู่ในกลุ่มที่ปลอดภัย เพราะปริมาณที่ทารกได้รับผ่านน้ำนมนั้นมีค่าน้อยมากจนไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ

กลุ่มยาที่ปลอดภัยและสามารถใช้ได้ขณะให้นมบุตร

เมื่อคุณแม่มีอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น ไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ หรือมีอาการภูมิแพ้ มียากลุ่มหลักที่แพทย์และเภสัชกรรองรับว่ามีความปลอดภัยสูงและสามารถรับประทานได้โดยไม่ต้องหยุดให้นมบุตร

ยากลุ่มบรรเทาอาการปวดและลดไข้

ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) ถือเป็นยาอันดับแรกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับแม่ให้นมบุตร ยานี้ขับออกทางน้ำนมในปริมาณที่น้อยมากๆ ไม่มีรายงานผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อทารกเมื่อใช้อยู่ในขนาดยาที่เหมาะสม

ยากลุ่มบรรเทาอาการภูมิแพ้และหวัด

ยาลดน้ำมูกกลุ่มที่ไม่ง่วงนอน เช่น ลอราทาดีน (Loratadine) หรือ เซทิริซีน (Cetirizine) เป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่ายากลุ่มดั้งเดิม เนื่องจากไม่ทำให้ทารกง่วงซึมหรือได้รับผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง

คำแนะนำจากคุณหมอ: หากจำเป็นต้องใช้ยาลดน้ำมูกกลุ่มที่ทำให้ง่วงซึม เช่น คลอร์เฟนิรามีน (Chlorpheniramine) ควรใช้ในระยะเวลาสั้นๆ และคอยสังเกตอาการทารกอย่างใกล้ชิดว่ามีอาการซึมหรือดูดนมน้อยลงหรือไม่

ขนาดยาและวิธีใช้อย่างปลอดภัยสำหรับคุณแม่

การรับประทานยาในช่วงให้นมบุตรไม่เพียงแต่ต้องเลือกชนิดของยาให้ถูกต้อง แต่ยังต้องคำนึงถึงขนาดยาและช่วงเวลาในการทานยา เพื่อลดปริมาณยาที่ทารกจะได้รับให้น้อยที่สุด

  • ยาพาราเซตามอล รับประทานขนาดห้าร้อยมิลลิกรัม ถึง หนึ่งพันมิลลิกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีอาการปวดหรือไข้ โดยไม่ควรทานเกินสี่พันมิลลิกรัมต่อวัน
  • ช่วงเวลาในการทานยาที่ดีที่สุดคือ ทานยาทันทีหลังจากให้นมเสร็จ หรือทานก่อนช่วงเวลาที่ทารกจะนอนหลับยาว เพื่อให้ร่างกายของแม่มีเวลาในการกำจัดยาออกบางส่วนก่อนที่จะถึงมื้อนมถัดไป
  • หลีกเลี่ยงการใช้ยาแบบผสมหลายตัวในเม็ดเดียว (Combination drugs) หากมีอาการเพียงอาการเดียว เพื่อลดการรับสารเคมีที่ไม่จำเป็น

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและวิธีสังเกตอาการในทารก

แม้ว่ายาหลายชนิดจะปลอดภัย แต่คุณแม่ควรมีความตระหนักรู้และคอยสังเกตความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับลูกน้อยระหว่างที่แม่กำลังใช้ยา หากทารกได้รับยาในปริมาณที่ไวต่อความรู้สึก อาจแสดงอาการเตือนบางประการ

  • อาการง่วงซึมผิดปกติ หลับนานเกินไปจนไม่ยอมตื่นมากินนมตามเวลา
  • ภาวะกระสับกระส่าย ร้องกวน งอแงผิดปกติ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ
  • อาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ท้องเสีย อาเจียน หรือปฏิเสธการดูดนม
  • ผื่นแพ้ผิวหนังหรือลมพิษตามร่างกายของทารก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากพบอาการผิดปกติเหล่านี้ในทารก ควรหยุดยาที่แม่กำลังใช้อย่างระมัดระวังและรีบนำทารกไปพบกุมารแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยทันที

ยาอันตรายที่ห้ามซื้อทานเองเด็ดขาดระหว่างให้นมบุตร

มีกลุ่มยาหลายประเภทที่ห้ามใช้เด็ดขาดในแม่ให้นมบุตร เนื่องจากตัวยาจะขับออกทางน้ำนมในปริมาณสูงและส่งผลกระทบรุนแรงต่อทารก

  • ยาแอสไพริน (Aspirin) เสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการเรย์ซินโดรม (Reye syndrome) ซึ่งเป็นภาวะรุนแรงที่มีผลต่อตับและสมองในเด็ก
  • ยากลุ่มแก้อักเสบชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์บางตัว เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) แม้บางกรณีจะใช้ได้ แต่ควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และห้ามใช้ในแม่ที่มีปัญหาโรคกระเพาะอาหารหรือเกล็ดเลือดผิดปกติ
  • ยาปฏิชีวนะบางชนิด เช่น เตไซคลีน (Tetracycline) และ คลอแรมเฟนิคอล (Chloramphenicol) ซึ่งมีผลต่อกระดูก ฟัน และระบบเลือดของทารก
  • ยากล่อมประสาท ยานอนหลับ และยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของโคเดอีน (Codeine) เนื่องจากกดระบบหายใจของทารกได้อย่างรุนแรง
  • สมุนไพรและอาหารเสริมบางประเภทที่ไม่มีการรับรองความปลอดภัย เนื่องจากอาจมีสารตกค้างในน้ำนม

วิธีปฏิบัติตัวเมื่อคุณแม่เจ็บป่วย

เมื่อเกิดอาการเจ็บป่วย สิ่งแรกที่คุณแม่ควรทำคือการปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อยามาทานเอง แจ้งให้บุคลากรทางการแพทย์ทราบเสมอว่ากำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตรและแจ้งอายุของทารก นอกจากนี้ควรเน้นการรักษาตามอาการและการดูแลสุขภาพเบื้องต้น เช่น การพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ ทานอาหารที่มีประโยชน์เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทาน และใช้วิธีบรรเทาอาการทางกายภาพ เช่น การประคบอุ่นหรือประคบเย็นร่วมด้วย

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับคุณแม่ให้นมบุตร

เพื่อให้การดูแลตนเองและการให้นมบุตรดำเนินไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย คุณแม่สามารถปฏิบัติตามแนวทางสรุปดังนี้

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ ยานอนหลับ หรือยาแก้ไอที่มีส่วนผสมของสารเสพติดมารับประทานเองเด็ดขาด
  • เลือกใช้ยาพาราเซตามอลเป็นอันดับแรกเมื่อมีไข้หรือปวดศีรษะ โดยใช้ตามขนาดยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว
  • ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนเริ่มใช้ยาใหม่ รวมถึงยาทาภายนอกและวิตามินเสริม
  • สังเกตพฤติกรรมของทารกอย่างใกล้ชิด หากมีอาการซึมหรือผิดปกติให้หยุดยาและพบแพทย์ทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down