ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับอาการลูกกินนมแม่แล้วท้องอืด ร้องกวนไม่ยอมนอน

อาการทารกน้อยที่ดื่มนมแม่แล้วเกิดภาวะท้องอืด ท้องเฟ้อ มีลมในระบบทางเดินอาหารเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้เด็กมีอาการร้องกวน งอแง ไม่ยอมนอน หรือที่ในทางการแพทย์เรียกว่าภาวะโคลิก (Colic) หรืออาการไม่สบายท้องจากแก๊สเกินในลำไส้ ถือเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงเป็นอย่างมาก แม้มนุษย์แม่จะพยายามควบคุมอาหารอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม ทว่าระบบทางเดินอาหารของทารกแรกเกิดยังคงอยู่ในช่วงของการเจริญเติบโตและการพัฒนา ส่งผลให้การย่อยอาหารและการขับลมยังทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

จากสถิติทางการแพทย์พบว่าทารกในช่วงอายุตั้งแต่สองสัปดาห์แรกจนถึงอายุประมาณสี่ถึงหกเดือน มีโอกาสประสบปัญหานี้ได้สูงถึงยี่สิบถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ โดยเด็กมักจะมีอาการร้องไห้งอแงในช่วงเวลาเดิมของทุกวัน มักเป็นช่วงเย็นหรือหัวค่ำ ตัวงอ กำมือแน่น และผายลมบ่อย ซึ่งหากคุณพ่อคุณแม่ไม่มีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ยาและการดูแลที่เหมาะสม อาจเผลอซื้อยาอันตรายมาให้ลูกกินเองจนเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของทารกได้

สาเหตุและกลไกการเกิดแก๊สในทางเดินอาหารของทารกกินนมแม่

หลายท่านมักสงสัยว่าในเมื่อนมแม่คืออาหารที่ดีที่สุดและมีความบริสุทธิ์ที่สุด เหตุใดลูกกินนมแม่แล้วท้องอืด ร้องกวนไม่ยอมนอน จึงเกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง กลไกทางการแพทย์อธิบายไว้ว่าสาเหตุหลักไม่ได้มาจากคุณภาพของนมแม่ แต่มาจากปัจจัยทางด้านสรีรวิทยาของตัวทารกและพฤติกรรมในการดูดนม ได้แก่

  • การกลืนอากาศเข้าไปในปริมาณมากขณะดูดนม (Air Swallowing): เกิดจากท่าอุ้มให้นมที่ไม่ถูกต้อง ทารกอมหัวนมไม่ลึกพอ หรือรูเปิดของหัวนมแม่หรือขวดนมไม่เหมาะสม ทำให้มีอากาศรั่วไหลเข้าไปในกระเพาะอาหารพร้อมกับน้ำนม
  • ความยังไม่สมบูรณ์ของระบบเอนไซม์ย่อยอาหาร: ทารกยังไม่สามารถสร้างเอนไซม์ย่อยอาหารบางชนิดได้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดกระบวนการหมักของน้ำตาลแลคโตสในลำไส้ใหญ่โดยแบคทีเรียประจำถิ่น เกิดเป็นก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซมีเทนสะสม
  • ความไวต่ออาหารที่แม่รับประทาน: ในกรณีที่คุณแม่รับประทานอาหารบางประเภท เช่น อาหารรสจัด ผลิตภัณฑ์จากนมวัว ถั่ว หรือคาเฟอีน โปรตีนบางชนิดสามารถผ่านทางน้ำนมแม่และกระตุ้นให้เกิดการอักเสบหรือสร้างแก๊สในลำไส้ทารกได้
  • การเติบโตอย่างรวดเร็วของลำไส้: การเคลื่อนตัวของลำไส้ทารกยังไม่ประสานกันดี ทำให้เกิดการบีบตัวที่ผิดจังหวะและมีแก๊สติดค้างอยู่ภายใน
>

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและแนวทางการใช้ยาอย่างปลอดภัย

เมื่อทารกมีอาการท้องอืด ร้องกวนไม่ยอมนอนอย่างรุนแรง การใช้ยาเพื่อช่วยขับลมหรือบรรเทาอาการจึงเป็นหนึ่งในแนวทางการรักษาทางการแพทย์ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของกุมารแพทย์เท่านั้น โดยกลุ่มยาหลักที่มีการใช้งานในปัจจุบันประกอบด้วย

  • ยาขับลมกลุ่มไซเมทิโคน (Simethicone Drops): เป็นยาที่ได้รับความนิยมสูงสุดในการรักษาอาการท้องอืดในทารก กลไกการออกฤทธิ์คือช่วยลดแรงตึงผิวของฟองอากาศ ทำให้ฟองแก๊สขนาดเล็กมารวมตัวกันเป็นฟองใหญ่ขึ้น ทำให้ทารกร้องเรอหรือผายลมออกมาได้ง่ายขึ้น ยานี้มีความปลอดภัยสูงมากเพราะตัวยาไม่ถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด แต่จะขับถ่ายออกมาทางอุจจาระทั้งหมด
  • ยาสสมุนไพรขับลมหรือน้ำมันหอมระเหย: เช่น น้ำมันมหาหิงคุ์ (Asafoetida) ซึ่งเป็นภูมิปัญญาไทยโบราณ ใช้สำหรับทาภายนอกบริเวณหน้าท้อง ฝ่ามือ และฝ่าเท้า เพื่อช่วยขับลมและบรรเทาอาการเกร็งของลำไส้ แต่ต้องระวังเรื่องการแพ้และกลิ่นที่ฉุนเกินไป
  • เอนไซม์ช่วยย่อยหรือโพรไบโอติกส์ (Probiotics): ในบางกรณีแพทย์อาจพิจารณาให้จุลินทรีย์ชนิดดีสายพันธุ์ที่เหมาะสมสำหรับทารก เช่น บิฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) เพื่อช่วยปรับสมดุลในลำไส้และลดการสร้างแก๊สส่วนเกิน
>
คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยาไซเมทิโคนควรหยดตามขนาดยาที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดอย่างเคร่งครัด โดยมักจะให้พร้อมนมหรือหลังนมทันที ไม่ควรปรับเพิ่มขนาดยาเองตามอำเภอใจแม้ลูกจะยังมีอาการร้องกวนก็ตาม

ขนาดยาและวิธีใช้ยาไซเมทิโคนอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์

การคำนวณขนาดยาสำหรับทารกต้องใช้ความระมัดระวังสูงสุด เนื่องจากน้ำหนักตัวของเด็กมีความแตกต่างกันมาก โดยทั่วไปสำหรับยาหยดขับลมไซเมทิโคนที่มีความเข้มข้นมาตรฐาน (ทั่วไปอยู่ที่สี่สิบมิลลิกรัมต่อศูนย์จุดห้าซีซี) มีแนวทางขนาดยา ดังนี้

  • ทารกแรกเกิดถึงอายุสองปี: ขนาดยาโดยทั่วไปคือ ศูนย์จุดสามซีซี ถึง ศูนย์จุดห้าซีซี (ประมาณยี่สิบมิลลิกรัมถึงสี่สิบมิลลิกรัม) ให้ยาวันละสี่ครั้ง หลังอาหารและก่อนนอน หรือให้เมื่อมีอาการกำเริบ
  • วิธีบริหารยา: สามารถหยดใส่ช้อนป้อนให้เด็กโดยตรง ผสมกับน้ำนมแม่ที่ปั๊บเก็บไว้ หรือผสมลงในน้ำสุกที่สะอาดเล็กน้อย ห้ามหยดใส่ปากทารกโดยตรงจากหลอดหยดขวดใหญ่เพื่อป้องกันการปนเปื้อนของเชื้อโรค
  • ข้อสังเกตหลังใช้ยา: โดยทั่วไปอาการท้องอืดจะดีขึ้นภายในสิบถึงสามสิบนาทีหลังได้รับยา ทารกจะสามารถผายลมหรือเรอออกมา และนอนหลับได้ดีขึ้น

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยาและการสังเกตอาการ

แม้ว่ายาขับลมในเด็กส่วนใหญ่จะมีความปลอดภัยสูง แต่คุณพ่อคุณแม่ยังคงต้องเฝ้าระวังผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ถึงแม้จะพบได้ค่อนข้างน้อยก็ตาม

  • อาการแพ้ยาเฉพาะบุคคล เช่น มีผื่นแดงขึ้นตามผิวหนัง ลมพิษ หายใจลำบาก หรือบวมบริเวณใบหน้าและริมฝีปาก ซึ่งหากพบอาการเหล่านี้ต้องหยุดยาและพาไปพบแพทย์ทันที
  • อาการท้องเสียหรือถ่ายเหลวชั่วคราว จากส่วนผสมของสารแต่งกลิ่นหรือสารละลายในตัวยาหยดบางยี่ห้อ
  • อาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเด็กดูซึมลงกว่าปกติ ซึ่งอาจบ่งบอกว่าเด็กไม่ถูกกับตัวยานั้นๆ

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาดในทารก

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาเหล่านี้ให้ทารกกินเองเด็ดขาดเนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อชีวิต

มีกลุ่มยาหลายประเภทที่ผู้ใหญ่มักเข้าใจผิดคิดว่าสามารถนำมาใช้บรรเทาอาการท้องอืดในทารกได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วจัดเป็นยาอันตรายร้ายแรง ได้แก่

  • ยาขับลมหรือยาลดกรดของผู้ใหญ่: ยาลดกรดบางชนิดมีส่วนผสมของสารที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของกระดูกและระบบประสาทของทารก
  • ยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อ: ห้ามซื้อมากินเองเด็ดขาดเมื่อเด็กมีอาการท้องอืดหรือท้องเสียจากไวรัส เพราะนอกจากจะไม่ช่วยรักษาแล้วยังทำลายสมดุลแบคทีเรียในลำไส้
  • ยาดองเหล้าหรือยาสมุนไพรพื้นบ้านที่ผสมแอลกอฮอล์: แอลกอฮอล์มีความเป็นพิษสูงมากต่อตับและสมองของทารกแรกเกิด อาจทำให้เกิดภาวะพิษจากแอลกอฮอล์และเป็นอันตรายถึงชีวิต
  • ยาระบายหรือยาขับถ่ายชนิดรุนแรง: ส่งผลให้ลำไส้ของทารกสูญเสียการทำงานตามธรรมชาติและเกิดภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

แม้ลูกกินนมแม่แล้วท้องอืด ร้องกวนไม่ยอมนอน จะเป็นอาการที่พบได้ทั่วไป แต่หากมีอาการร่วมเหล่านี้ถือเป็นสัญญาณอันตราย (Red Flag Symptoms) ที่ต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  • มีไข้สูงร่วมด้วย โดยเฉพาะทารกที่มีอายุน้อยกว่าสามเดือน
  • อาเจียนพุ่งออกมาเป็นสีเขียวเข้มหรือมีเลือดปน
  • ท้องกางป่องตึง แข็งเมื่อคลำ และเด็กแสดงอาการเจ็บปวดอย่างรุนแรงเมื่อกดโดนหน้าท้อง
  • ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน หรือมีลักษณะเหมือนเยลลี่ลูกเกด
  • มีอาการซึม ไม่ยอมดูดนม ปัสสาวะน้อยลง หรือไม่มีปัสสาวะเลยนานเกินหกชั่วโมง ซึ่งบ่งบอกถึงภาวะขาดน้ำ
  • มีอาการหายใจหอบเหนื่อย ปีกจมูกบาน หรือหน้าอกบุ๋มขณะหายใจ

วิธีดูแลและพยาบาลที่บ้านอย่างถูกวิธี

นอกจากการใช้ยาตามคำสั่งแพทย์แล้ว การปรับพฤติกรรมและการดูแลอย่างถูกวิธีสามารถช่วยลดอาการท้องอืดในทารกได้อย่างยั่งยืน

  • จัดท่าอุ้มเรอให้ถูกวิธี: ทุกครั้งหลังมื้อนม ควรจับทารกเรอโดยใช้วิธีอุ้มพาดบ่าแล้วลูบหลังเบาๆ หรือใช้วิธีอุ้มท่านั่งตักแล้วใช้มือประคองคางและหน้าอกพร้อมกับลูบหลังขึ้น
  • ปรับท่าทางการให้นม: ให้แน่ใจว่าทารกอมลานหัวนมลึกพอ ไม่ใช่เพียงแค่หัวนม เพื่อลดปริมาณอากาศที่จะไหลเข้าสู่กระเพาะอาหาร
  • การนวดท้องไล่ลม (Tummy Massage): ใช้นิ้วมือวดเบาๆ บริเวณหน้าท้องของทารกในลักษณะเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกา หรือใช้ท่าปั่นจักรยานอากาศโดยการขยับขาของทารกทีละข้างเบาๆ
  • การควบคุมอาหารของคุณแม่: แม่ที่ให้นมบุตรควรสังเกตว่าตนเองรับประทานอาหารชนิดใดแล้วลูกมีอาการงอแงมากขึ้น และควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนั้นชั่วคราว

สรุปแนวปฏิบัติสำหรับคุณพ่อคุณแม่

อาการท้องอืดและร้องกวนในทารกที่ดื่มนมแม่เป็นสิ่งที่พบได้และมักจะหายไปได้เองเมื่อระบบทางเดินอาหารของเด็กโตขึ้น การใช้ยาควรเป็นทางเลือกเสริมภายใต้คำแนะนำของแพทย์ และต้องระมัดระวังยาอันตรายห้ามซื้อกินเองเด็ดขาด การดูแลด้วยความรัก ความเข้าใจ และการปรับท่าทางให้นมรวมถึงการอุ้มเรออย่างสม่ำเสมอ จะช่วยบรรเทาความทุกข์ทรมานให้กับลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยที่สุด

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down