ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนมีไข้สูง ปัญหาใหญ่ของคุณแม่ให้นมบุตร

การให้นมบุตรเป็นช่วงเวลาที่งดงามและสร้างความผูกพันระหว่างแม่และลูก แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นช่วงที่ร่างกายของคุณแม่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนและความเสี่ยงด้านสุขภาพ โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับเต้านม อาการเต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนมีไข้สูง เป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยและสร้างความเจ็บปวดทรมานอย่างมาก หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที อาจลุกลามจนกลายเป็นฝีหนองขนาดใหญ่ที่ต้องทำการผ่าตัดระบายหนอง หรือส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำนมและการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้

ในฐานะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพบว่าคุณแม่หลายท่านมักมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เช่น การพยายามหยุดให้นมทันทีเมื่อเจ็บเต้านม หรือการนวดเค้นแรงๆ เพื่อให้ท่อน้ำนมหายตัน ซึ่งวิธีเหล่านี้ยิ่งทำให้อาการอักเสบรุนแรงขึ้นไปอีก บทความนี้จึงรวบรวมแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อให้คุณแม่สามารถจัดการกับอาการเต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจน ได้อย่างปลอดภัยและฟื้นตัวได้เร็วที่สุด

สาเหตุและกลไกการเกิดเต้านมAอักเสบและฝีหนอง

ภาวะเต้านมAอักเสบ (Mastitis) และการเกิดฝีที่เต้านม (Breast Abscess) มีกลไกการเกิดที่สัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด โดยมีจุดเริ่มต้นจากภาวะท่อน้ำนมตัน (Clogged Duct) ซึ่งทำให้น้ำนมคั่งค้างอยู่ภายใน นมที่คั่งค้างนี้จะเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรียชั้นดี โดยเฉพาะเชื้อสตาฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) ที่มักเข้าสู่ร่างกายทางรอยแยกหรือแผลแตกที่หัวนม (Nipple Fissures) อันเนื่องมาจากการอมหัวนมที่ไม่ถูกวิธีของทารก

เมื่อเชื้อแบคทีเรียเจริญเติบโต ร่างกายจะเกิดการอักเสบเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัว เม็ดเลือดขาวเคลื่อนมาที่บริเวณนั้น เกิดอาการบวม แดง ร้อน และเจ็บปวด หากการอักเสบรุนแรงและไม่ได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะที่เหมาะสม หรือระบายน้ำนมออกไม่หมด การอักเสบจะพัฒนาไปสู่การตายของเนื้อเยื่อและเกิดเป็นหนองสะสมกลายเป็นฝีในที่สุด กลุ่มเสี่ยงสำคัญ ได้แก่ คุณแม่มือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์ในการให้นมบุตร คุณแม่ที่มีภาวะน้ำนมล้นเต้า (Oversupply) คุณแม่ที่ใส่เสื้อชั้นในคับแน่นจนเกินไป หรือคุณแม่ที่มีความเครียดและพักผ่อนน้อยจนภูมิคุ้มกันลดลง

อาการสำคัญและลำดับขั้นการดำเนินโรค

การสังเกตอาการตั้งแต่ระยะเริ่มต้นมีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันไม่ให้อาการลุกลาม โดยลำดับขั้นการดำเนินโรคแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น (ท่อน้ำนมตันและเต้านมAอักเสบระยะแรก): คุณแม่จะเริ่มรู้สึกเจ็บแปลบที่เต้านมเฉพาะจุด มีก้อนแข็งตึงคลำได้ ผิวหนังบริเวณนั้นอาจเริ่มมีสีแดงเรื่อๆ แต่ยังไม่มีไข้ ระบบร่างกายยังปกติ
  • ระยะอักเสบติดเชื้อ (Mastitis): อาการปวดจะรุนแรงขึ้น ก้อนเนื้อบวมแดงชัดเจน ผิวหนังร้อนเมื่อสัมผัส และเริ่มมีไข้หนาวสั่น อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยตามตัวคล้ายอาการไข้หวัดใหญ่
  • ระยะเกิดฝีหนอง (Breast Abscess): หากปล่อยทิ้งไว้ อาการไข้จะสูงขึ้น ก้อนเนื้อจะนิ่มลงตรงกลางเนื่องจากมีหนองสะสมอยู่ภายใน (Fluctuation) ผิวหนังบริเวณนั้นอาจตึงมากจนมีสีม่วงคล้ำหรือใส และมีความเจ็บปวดทรมานตลอดเวลา

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากคุณแม่มีอาการเต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนร่วมกับอาการเหล่านี้ ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่ต้องไปพบแพทย์โดยทันที ห้ามรอดูอาการที่บ้าน:
  • มีไข้สูงมากกว่าสามสิบแปดจุดห้าองศาเซลเซียสต่อเนื่องเกินยี่สิบสี่ชั่วโมง แม้จะทานยาลดไข้แล้วไข้ก็ยังไม่ลดลง
  • มีอาการหนาวสั่นรุนแรง หัวใจเต้นเร็ว หายใจหอบเหนื่อย ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อในกระแสเลือด (Sepsis)
  • เต้านมมีสีแดงลุกลามอย่างรวดเร็ว มีแผลแตกหรือเนื้อตายสีดำเกิดขึ้นที่บริเวณหัวนมหรือลานนม
  • มีหนองหรือเลือดปนออกมาจากหัวนมร่วมกับน้ำนม หรือฝีแตกออกเป็นแผลเปิด
  • อ่อนเพลียมากจนไม่สามารถลุกขึ้นมาอุ้มหรือให้นมบุตรได้ตามปกติ

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อเดินทางมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการวินิจฉัยด้วยวิธีการต่างๆ ดังนี้ เพื่อประเมินความรุนแรงและวางแผนการรักษาที่แม่นยำ

  • การซักประวัติและการตรวจร่างกาย: แพทย์จะสอบถามระยะเวลาของการให้นม ลักษณะความเจ็บปวด อุณหภูมิร่างกาย และทำการคลำเต้านมเพื่อประเมินขนาดของก้อน ความตึง และลักษณะของผิวหนัง
  • การอัลตราซาวด์เต้านม (Breast Ultrasound): เป็นเครื่องมือสำคัญที่ไม่เจ็บปวดและปลอดภัยสำหรับแม่ให้นมบุตร ช่วยแยกระหว่างภาวะเต้านมAอักเสบธรรมดากับการมีฝีหนองภายใน รวมถึงบอกขนาดและตำแหน่งที่แน่นอนของหนองเพื่อเตรียมระบายออก
  • การเจาะตรวจหนอง (Aspiration) หรือเพาะเชื้อ: ในกรณีสงสัยว่ามีการติดเชื้อรุนแรง แพทย์อาจใช้เข็มเจาะดูดหนองส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาชนิดของเชื้อแบคทีเรียและเลือกยาปฏิชีวนะที่ตรงกับโรคมากที่สุด
  • การตรวจเลือด: เพื่อดูปริมาณเม็ดเลือดขาวว่ามีการติดเชื้อในร่างกายมากน้อยเพียงใด

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการปฏิบัติที่บ้าน

คำแนะนำจากคุณหมอ: การดูแลรักษาเต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนต้องทำควบคู่กันระหว่างการรักษาทางการแพทย์และการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีที่บ้าน ดังนี้

การรักษาด้วยยาโดยแพทย์: หากเป็นการติดเชื้อแบคทีเรีย แพทย์จะจ่ายยาปฏิชีวนะที่ปลอดภัยสำหรับแม่ให้นมบุตร (เช่น กลุ่มเพนิซิลลินหรือเซฟาโลสปอริน) คุณแม่ต้องทานยาให้ครบตามกำหนดทุกเม็ดแม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันการดื้อยาและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ สำหรับอาการปวดและไข้ สามารถทานยาพาราเซตามอลในขนาดที่เหมาะสม หรือยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ตามคำแนะนำของแพทย์

การระบายน้ำนมอย่างถูกวิธี: หัวใจสำคัญของการรักษาคือการระบายน้ำนมออกจากเต้านมข้างที่เป็นอย่างต่อเนื่อง ห้ามหยุดให้นมเด็ดขาด การให้ลูกดูดนมเป็นวิธีที่ดีที่สุดเนื่องจากทารกสามารถดูดน้ำนมและระบายท่อน้ำนมได้มีประสิทธิภาพมากกว่าเครื่องปั๊มนม หากเจ็บมากจนลูกดูดไม่ไหว ให้ใช้เครื่องปั๊มนมด้วยแรงดูดที่นุ่มนวล หรือใช้วิธีบีบน้ำนมด้วยมือ (Hand Expression)

การประคบอุ่นและประคบเย็น: ก่อนให้นมหรือปั๊มนม ให้ประคบอุ่นบริเวณเต้านมประมาณสิบถึงสิบห้านาทีเพื่อช่วยให้ท่อน้ำนมขยายตัวและน้ำนมไหลออกได้ง่ายขึ้น หลังให้นมหรือปั๊มนมเสร็จ ให้ประคบเย็นด้วยเจลเย็นหรือผ้าห่อน้ำแข็งประมาณสิบหนาทีเพื่อลดอาการบวมและบรรเทาความเจ็บปวด

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในการดูแลภาวะเต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจน มีข้อห้ามเด็ดขาดและข้อควรระวังทางการแพทย์ที่สำคัญอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้อาการแย่ลง:

  • ห้ามให้นวดเค้นหรือนวดสลายก้อนด้วยความรุนแรงเด็ดขาด: การนวดแรงๆ จะทำให้เนื้อเยื่อเต้านมที่กำลังอักเสบอยู่บอบช้ำหนักขึ้น การติดเชื้อจะกระจายตัวลุกลามเป็นวงกว้าง และอาจทำให้ฝีแตกทะลุภายในได้
  • ห้ามหยุดให้นมบุตรหรือหยุดปั๊มนมจากเต้านมข้างที่เป็น: ความเข้าใจผิดว่าน้ำนมมีเชื้อโรคและเป็นอันตรายต่อลูกนั้นไม่เป็นความจริง น้ำนมสามารถให้ลูกกินต่อได้ตามปกติ (ยกเว้นกรณีที่หนองไหลปนออกมาในน้ำนมหรือแพทย์สั่งงดเป็นรายบุคคล) การหยุดให้นมจะยิ่งทำให้น้ำนมคั่งค้างและอาการอักเสบรุนแรงขึ้นไปอีก
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาฆ่าเชื้อทานเอง: การใช้ยาไม่ถูกขนาดหรือไม่ตรงกับชนิดของเชื้อจะไม่ได้ผลและก่อให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยา
  • ห้ามเจาะหรือบีบฝีด้วยตนเองที่บ้าน: การพยายามเจาะหรือเค้นหนองออกเองจะทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียชนิดอื่นซ้ำซ้อนและเกิดแผลเป็นรุนแรง

วิธีป้องกันและการดูแลสุขภาพระยะยาว

การป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำทำได้โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและใส่ใจสุขอนามัยในการให้นมบุตร:

  • จัดท่าทางในการให้นมให้ถูกต้อง ให้ลูกอมลานนมให้ลึกพอดีเพื่อป้องกันการเกิดแผลที่หัวนม
  • ให้นมบุตรอย่างสม่ำเสมอตามความต้องการของทารก หรือทุกๆ สองถึงสามชั่วโมง ไม่ปล่อยให้เต้านมคั่งค้างนานเกินไป
  • สวมเสื้อชั้นในที่หลวมสบาย ไม่กดทับเต้านม และควรเปลี่ยนแผ่นซับน้ำนมบ่อยๆ เพื่อความสะอาดแห้งสนิท
  • พักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ และรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ครบถ้วนเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันร่างกาย
คำแนะนำจากคุณหมอ: หากคุณแม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเล็กเพื่อระบายหนอง (Incision and Drainage) แผลมักจะหายได้เร็วหากดูแลทำความสะอาดแผลอย่างเคร่งครัด และยังคงสามารถให้นมจากเต้านมอีกข้างได้ตามปกติ รวมถึงสามารถกลับมาให้นมเต้านมข้างที่เป็นได้เมื่อแผลหายดีแล้วตามคำแนะนำของแพทย์ศัลยกรรมและแพทย์เฉพาะทางด้านนมแม่
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down