สถานการณ์เต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนมีไข้สูง: สิ่งที่คุณแม่ต้องรู้
การให้นมบุตรเป็นช่วงเวลาที่งดงามแต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทาย โดยเฉพาะปัญหาทางสุขภาพเต้านมที่มักเกิดขึ้นได้อย่างกะทันหัน อาการเต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนมีไข้สูง ถือเป็นภาวะเร่งด่วนที่สร้างความเจ็บปวดอย่างมากและส่งผลกระทบโดยตรงต่อความสามารถในการให้นมบุตร รวมถึงสุขภาพจิตของคุณแม่ ภาวะนี้พบได้บ่อยในคุณแม่ให้นมบุตรช่วงสัปดาห์แรกๆ หรือช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงรอบการให้นม โดยมีสาเหตุหลักมาจากการระบายน้ำนมที่ไม่เกลี้ยงเต้า จนเกิดการคั่งค้างของน้ำนม และเปิดโอกาสให้แบคทีเรียเข้าสู่เนื้อเยื่อเต้านมผ่านรอยแตกบริเวณหัวนม
กลไกการเกิดโรคและสาเหตุหลักของเต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนมีไข้สูง
ภาวะเต้านมคั่ง (Engorgement) มักเป็นจุดเริ่มต้น หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ระบายน้ำนมออก น้ำนมที่ค้างอยู่จะกลายเป็นอาหารชั้นดีของแบคทีเรีย ส่งผลให้เกิดภาวะเต้านม 4 ระดับ ได้แก่ ท่อน้ำนมตัน เต้านม 3 อักเสบ (Mastitis) ฝีในเต้านม (Breast Abscess) และการติดเชื้อในกระแสเลือดในรายที่รุนแรง
- ท่อน้ำนมตีบตันจากแรงกดทับหรือการระบายน้ำนมไม่ดี
- แบคทีเรีย โดยเฉพาะเชื้อสแตฟิโลค็อกคัส ออเรียส (Staphylococcus aureus) เข้าสู่เนื้อเยื่อผ่านแผลแตกที่หัวนม
- การใส่เสื้อชั้นในที่คับแน่นเกินไป
- ความเครียดและการพักผ่อนไม่เพียงพอที่ทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง
อาการสำคัญและระยะของการดำเนินโรค
อาการเต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนมีไข้สูง มักเริ่มต้นจากอาการเต้านมบวมแดง เจ็บแปล๊บเฉพาะจุด จากนั้นจะเริ่มมีไข้หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัวคล้ายเป็นไข้หวัดใหญ่ หากพัฒนาไปเป็นฝี จะพบก้อนเนื้อแข็งตึงที่กดเจ็บมาก มีผิวหนังสีแดงคล้ำ และอาจมีหนองไหลออกมาจากหัวนมหรือบริเวณที่มีการแตกของผิวหนังร่วมด้วย
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที
หากคุณแม่มีอาการเต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนมีไข้สูง และพบสัญญาณเตือนเหล่านี้ ควรรีบไปโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางทันที
- ไข้สูงมากกว่า 38.5องศาเซลเซียส และไม่ลดลงหลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง
- มีอาการหนาวสั่นอย่างรุนแรง หัวใจเต้นเร็ว
- ก้อนที่เต้านมมีขนาดใหญ่ขึ้น ผิวหนังมีสีม่วงคล้ำหรือมีรอยแตกเป็นแผลเปิด
- มีหนองหรือเลือดปนออกมากับน้ำนม
- มีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลมจากภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์
เมื่อมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการซักประวัติระยะเวลาการให้นมและลักษณะอาการ ตรวจร่างกายโดยการคลำเต้านมอย่างระมัดระวัง ในบางกรณีที่มีความซับซ้อนหรือสงสัยว่ามีฝีหนองลึก แพทย์อาจพิจารณาอัลตราซาวด์เต้านม (Breast Ultrasound) เพื่อดูปริมาณหนองและการกระจายตัวของการติดเชื้อ รวมถึงการส่งตรวจเพาะเชื้อจากน้ำนมในรายที่ดื้อยา
วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์และการดูแลที่บ้าน
การรักษาหลักประกอบด้วยการใช้ยาปฏิชีวนะที่ปลอดภัยต่อการให้นมบุตร การระบายน้ำนม และการบรรเทาอาการปวดร่วมกับการดูแลตนเองที่บ้านอย่างเคร่งครัด
- ทานยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่งจนครบโดส ห้ามหยุดยาเองแม้ว่าอาการไข้จะหายไปแล้ว
- ประคบอุ่นบริเวณเต้านมก่อนให้นมหรือก่อนปั๊มนมเพื่อช่วยให้ท่อน้ำนมขยายตัวและระบายน้ำนมได้ดีขึ้น
- ประคบเย็นหลังให้นมเพื่อลดอาการบวมและบรรเทาอาการปวดอักเสบ
- จัดท่าทางการให้นมให้ถูกต้องเพื่อให้ลูกอมหัวนมลึกถึงลานนม ช่วยลดแรงเสียดทานและระบายน้ำนมได้หมดเต้า
- ดื่มน้ำสะอาดในปริมาณที่มากเพียงพอ และพักผ่อนให้สนิทในยที่ลูกนอนหลับ
สิ่งสำคัญและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลตนเอง
สำหรับคุณแม่ที่มีภาวะเต้านมแม่เป็นฝีหรืออักเสบติดเชื้อจนมีไข้สูง มีข้อควรปฏิบัติและข้อห้ามที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษดังนี้
- ห้ามหยุดให้นมหรือหยุดปั๊มนmจากเต้าที่อักเสบ เว้นแต่แพทย์จะตรวจพบว่ามีหนองปนออกมาในปริมาณมากและต้องรอการระบายหนองออกโดยแพทย์
- ระมัดระวังการใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นสเตด (NSAIDs) ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้
- หลีกเลี่ยงการสวมใส่ชุดชั้นในที่กดทับเต้านม
วิธีป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว
การป้องกันการเกิดซ้ำทำได้โดยการให้นนมบุตรอย่างสม่ำเสมอทุก 2 ถึง 3 ชั่วโมง ไม่ปล่อยให้เต้านมคั่งนานเกินไป รักษาความสะอาดบริเวณหัวนมเสมอ และดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงด้วยการทานอาหารที่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่