ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจภาวะแม่ให้นมบุตรน้ำหนักไม่ลดแถมพุ่งขึ้น

ช่วงเวลาหลังคลอดเป็นช่วงที่มารดาหลายท่านคาดหวังว่าน้ำหนักจะค่อย ๆ ลดลงเนื่องจากการผลิตน้ำนมและการเลี้ยงทารกซึ่งต้องใช้พลังงานสูงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์พบมารดาจำนวนไม่น้อยที่ประสบปัญหาแม่ให้นมบุตรน้ำหนักไม่ลดแถมพุ่งขึ้นอย่างผิดปกติ ภาวะนี้ไม่เพียงแต่สร้างความกังวลใจด้านความงามและความมั่นใจเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นสัญญาณเตือนจากระบบต่อมไร้ท่อและระบบเผาผลาญในร่างกายที่กำลังทำงานผิดปกติ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลและแก้ไขอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพเรื้อรังในระยะยาว

สาเหตุและกลไกทางสรีรวิทยาของร่างกายหลังคลอด

การที่น้ำหนักตัวไม่ลดลงหรือกลับเพิ่มสูงขึ้นในช่วงให้นมบุตร มีกลไกทางสรีรวิทยาและฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้องหลายประการ ซึ่งร่างกายของมารดาถูกออกแบบมาเพื่อให้ทารกได้รับสารอาหารที่เพียงพอ แต่วิถีชีวิตและภาวะสุขภาพบางประการสามารถกระตุ้นให้กลไกเหล่านี้ทำงานผิดเพี้ยนไป

ความแปรปรวนของฮอร์โมนโปรแลกตินและอ็อกซิโทซิน

ฮอร์โมนโปรแลกติน (Prolactin) ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นการสร้างน้ำนม มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระตุ้นความอยากอาหารเพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานเพียงพอสำหรับการผลิตน้ำนม หากมารดามีความอยากอาหารเพิ่มขึ้นและรับประทานอาหารที่มีพลังงานสูงเกินความต้องการ น้ำหนักตัวย่อมเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว

ภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์หลังคลอด

ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานน้อยเกินไปหลังคลอด (Postpartum Hypothyroidism) เป็นหนึ่งในสาเหตุทางการแพทย์ที่พบบ่อย ทำให้ระบบเผาผลาญพื้นฐาน (Basal Metabolic Rate) ของร่างกายทำงานช้าลงอย่างมาก ส่งผลให้น้ำหนักพุ่งขึ้นแม้ออกกำลังกายหรือควบคุมอาหารแล้วก็ตาม

ความเครียดและการนอนหลับไม่เพียงพอ

การอดนอนจากการตื่นมาให้นมบุตรช่วงกลางคืนส่งผลให้ระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดหลั่งออกมาสูงขึ้น ฮอร์โมนตัวนี้ไม่เพียงแต่เพิ่มการสะสมไขมันบริเวณหน้าท้อง แต่ยังกระตุ้นให้เกิดความอยากรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูงเพื่อชดเชยพลังงาน

ข้อควรระวังทางการแพทย์: มารดาหลายท่านเข้าใจผิดว่าการอดอาหารจะช่วยลดน้ำหนักในช่วงให้นมบุตร ซึ่งเป็นความเชื่อที่อันตรายมาก เพราะอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณและคุณภาพของน้ำนม รวมถึงทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะจำศีลและเผาผลาญแย่ลงกว่าเดิม

อาการแสดงสำคัญที่มักพบร่วมด้วย

นอกจากตัวเลขบนตาชั่งที่ขยับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว มารดาที่มีภาวะนี้มักจะมีอาการแสดงอื่น ๆ ร่วมด้วย ซึ่งเป็นเบาะแสสำคัญในการวินิจฉัยโรค ได้แก่

  • อาการอ่อนเพลียเรื้อรัง รู้สึกหมดแรงแม้จะได้นอนหลับ
  • ผิวแห้งกร้าน ผมร่วงมากกว่าปกติ (เกินกว่าภาวะผมร่วงหลังคลอดทั่วไป)
  • รู้สึกหนาวง่ายกว่าคนอื่น ทนความเย็นไม่ค่อยไหว
  • อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า หรือมีความวิตกกังวลสูง
  • บวมตามมือ เท้า และใบหน้าอย่างเห็นได้ชัด

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้ภาวะน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลังคลอดส่วนใหญ่จะมาจากฮอร์โมนและวิถีชีวิต แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทางทันที

  • น้ำหนักเพิ่มขึ้นรวดเร็วผิดปกติเกินกว่าสองกิโลกรัมภายในหนึ่งสัปดาห์ร่วมกับอาการบวมทั่วร่างกาย
  • มีอาการใจสั่น แน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือเหนื่อยหอบง่ายผิดปกติ
  • มีอาการคอพอก กลืนลำบาก หรือรู้สึกมีก้อนบริเวณลำคอส่วนหน้า
  • มีอาการเศร้าโศกเสียใจอย่างรุนแรง มีความคิดทำร้ายตนเองหรือบุตร (Postpartum Depression)

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อมารดามาพบแพทย์ด้วยปัญหาแม่ให้นมบุตรน้ำหนักไม่ลดแถมพุ่งขึ้น แพทย์จะดำเนินการประเมินอย่างละเอียด ดังนี้

  • การซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร การนอนหลับ และรูปแบบการให้นมบุตร
  • การตรวจร่างกายทั่วไป รวมถึงการคลำต่อมไทรอยด์และการวัดความดันโลหิต
  • การตรวจเลือดทางห้องปฏิบัติการเพื่อเช็คระดับฮอร์โมนไทรอยด์ (TSH, Free T3, Free T4) และระดับน้ำตาลในเลือด

วิธีดูแลรักษาและปรับพฤติกรรมที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การรักษาภาวะนี้ต้องอาศัยแนวทางที่ปลอดภัยทั้งต่อมารดาและทารกในครรภ์หรือทารกที่กำลังดื่มนมแม่

การรักษาทางการแพทย์

หากตรวจพบว่าเกิดจากภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์ แพทย์จะพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทนซึ่งมีความปลอดภัยสูงและไม่มีผลกระทบต่อทารกที่กินนมแม่ แต่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิด

การปรับโภชนาการสำหรับแม่ให้นม

มารดาควรได้รับพลังงานที่เหมาะสม ไม่ควรต่ำกว่าหนึ่งพันแปดร้อยกิโลแคลอรีต่อวัน เน้นอาหารที่มีโปรตีนคุณภาพสูง ผักใบเขียว ธัญพืชไม่ขัดสี และไขมันดี เพื่อให้ร่างกายนำไปสร้างน้ำนมได้อย่างมีคุณภาพ พร้อมกับหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปและน้ำตาลเชิงเดี่ยว

การออกกำลังกายที่เหมาะสม

เริ่มต้นด้วยการขยับร่างกายเบา ๆ เช่น การเดินเร็ว หรือโยคะหลังคลอด เมื่อร่างกายฟื้นตัวดีแล้วจึงค่อยเพิ่มความหนัก เพื่อช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานโดยไม่กระทบต่อการหลั่งน้ำนม

คำแนะนำจากคุณหมอ: การลดน้ำหนักหลังคลอดต้องอาศัยความใจ20เย็นและทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป อัตราการลดน้ำหนักที่ปลอดภัยสำหรับแม่ให้นมคือประมาณศูนย์จุดพอยต์ห้าถึงหนึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์ เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำนมและสารพิษที่สะสมในไขมันจะไม่ถูกปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดในปริมาณมากจนเกินไป

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

  • ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดน้ำหนักหรือยาลดความอ้วนทุกชนิดเด็ดขาด เนื่องจากสารเคมีบางชนิดสามารถขับออกมาทางน้ำนมและเป็นอันตรายต่อทารกอย่างรุนแรง
  • ห้ามอดอาหารหรือจำกัดอาหารอย่างรุนแรง (Crash Diet) เพราะจะทำให้ร่างกายเครียดและหยุดสร้างน้ำนม
  • ห้ามหักโหมออกกำลังกายอย่างรุนแรงในช่วงสามเดือนแรกหลังคลอด เนื่องจากกล้ามเนื้อหน้าท้องและอุ้งเชิงกรานยังไม่เข้าที่

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับแม่ให้นมบุตร

  • สังเกตอาการผิดปกติของร่างกาย เช่น อาการบวม อ่อนเพลีย หรือน้ำหนักที่พุ่งขึ้นอย่างไร้สาเหตุ
  • ปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจระดับฮอร์โมนไทรอยด์และตรวจสุขภาพประจำปีหลังคลอด
  • รับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการพลังงานในการสร้างน้ำนม
  • จัดสรรเวลาพักผ่อนให้เพียงพอลดความเครียดสะสม
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down