ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจภาวะแม่ให้นมบุตรน้ำหนักไม่ลดแถมพุ่งขึ้น

ในช่วงเวลาหลังคลอด คุณแม่หลายท่านมักคาดหวังว่าการให้นมบุตรจะช่วยเผาผลาญพลังงานและทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากกระบวนการผลิตน้ำนมต้องใช้พลังงานจำนวนมากจากร่างกาย แต่ในความเป็นจริง มีคุณแม่จำนวนไม่น้อยที่พบว่าน้ำหนักตัวกลับเพิ่มขึ้นสวนทางความคาดหวัง แม่ให้นมบุตรน้ำหนักไม่ลดแถมพุ่งขึ้นเป็นภาวะที่พบได้บ่อยและสร้างความกังวลใจให้คุณแม่เป็นอย่างมาก ภาวะนี้ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ความ ภาวะความมั่นใจในรูปร่าง แต่ยังอาจบ่งบอกถึงความผิดปกติของระบบฮอร์โมน เมตาบอลิซึม หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการรับประทานอาหารในช่วงให้นมบุตรที่จำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์

สาเหตุและกลไกทางสรีรวิทยาของภาวะน้ำหนักเพิ่มขึ้นหลังคลอด

การที่น้ำหนักของคุณแม่ให้นมบุตรเพิ่มขึ้นหรือคั่งค้าง มีกลไกทางสรีรวิทยาและฮอร์โมนเข้ามาเกี่ยวข้องหลายประการ ซึ่งแตกต่างจากภาวะน้ำหนักเกินทั่วไป ดังนี้

  • ฮอร์โมนโปรแลคติน (Prolactin) และออกซิโทซิน (Oxytocin): ฮอร์โมนที่ทำหน้าที่ผลิตน้ำนมเหล่านี้จะกระตุ้นความอยากอาหารของคุณแม่ให้สูงขึ้น เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานเพียงพอสำหรับการสร้างน้ำนม ทำให้คุณแม่รู้สึกหิวบ่อยและมีความต้องการอาหารที่มีพลังงานสูง เช่น แป้งและไขมัน
  • กลไกการกักเก็บพลังงานของร่างกาย: ในทางวิวัฒนาการ ร่างกายของมารดาถูกออกแบบมาให้สะสมไขมันสำรองในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร เพื่อป้องกันภาวะขาดแคลนอาหารและให้ทารกได้รับสารอาหารที่สมบูรณ์ ทำให้ร่างกายมีแนวโน้มที่จะเผาผลาญพลังงานช้าลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนตั้งครรภ์
  • ระดับฮอร์โมนไทรอยด์แปรปรวน (Postpartum Thyroiditis): ภาวะต่อมไทรอยด์อักเสบหลังคลอด ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะพร่องไทรอยด์ฮอร์โมน (Hypothyroidism) ส่งผลให้ระบบเผาผลาญพื้นฐาน (Basal Metabolic Rate) ลดต่ำลงอย่างมาก ทำให้น้ำหนักพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วแม้จะควบคุมอาหาร
  • การอดนอนและความเครียดเรื้อรัง: การต้องตื่นมาให้นมลูกทุกสองถึงสามชั่วโมงทำให้วงจรการนอนหลับถูกรบกวน ส่งผลให้ฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) ซึ่งเป็นฮอร์โมนความเครียดหลั่งออกมามาก ฮอร์โมนตัวนี้มีฤทธิ์กระตุ้นการสะสมไขมันบริเวณหน้าท้องและเพิ่มความอยากอาหารประเภทน้ำตาล

อาการแสดงสำคัญที่มักพบร่วมกับภาวะน้ำหนักพุ่งขึ้น

นอกจากตัวเลขบนตาชั่งที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว คุณแม่อาจมีอาการแสดงอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนว่าระบบภายในร่างกายอาจกำลังทำงานผิดปกติ

  • รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยล้าตลอดเวลา แม้จะได้นอนหลับ (แต่อาจไม่สนิท)
  • มีอาการบวมน้ำบริเวณมือ เท้า หรือใบหน้า มากกว่าปกติหลังคลอด
  • ผิวแห้ง ผมร่วงมากกว่าปกติ และรู้สึกหนาวง่ายกว่าคนอื่น
  • อารมณ์แปรปรวน ซึมเศร้า หรือมีความเครียดสะสมจากรูปร่างที่เปลี่ยนแปลง
  • รู้สึกหิวตลอดเวลา ควบคุมความอยากอาหารได้ยาก โดยเฉพาะอาหารรสหวานหรือคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากคุณแม่มีอาการน้ำหนักเพิ่มขึ้นร่วมกับใจสั่น ขี้หงุดหงิด หรือต่อมากลับน้ำหนักลดฮวบร่วมกับใจเต้นเร็ว อาจเป็นระยะเริ่มต้นของภาวะต่อมไทรอยด์อักเสบหลังคลอดที่สลับจากไทรอยด์เป็นพิษชั่วคราวเป็นภาวะพร่องฮอร์โมน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเลือดระดับฮอร์โมน TSH และ Free T4 อย่างละเอียด ห้ามวินิจฉัยและซื้ออาหารเสริมลดน้ำหนักรับประทานเองเด็ดขาด

วิธีดูแลรักษาและการปรับพฤติกรรมที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การแก้ไขภาวะแม่ให้นมบุตรน้ำหนักไม่ลดแถมพุ่งขึ้น ไม่ควรใช้วิธีอดอาหารอย่างเด็ดขาด เนื่องจากจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณและคุณภาพของน้ำนมแม่ แนวทางที่ถูกต้องประกอบด้วย

  • การตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์: แพทย์จะทำการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และเจาะเลือดเพื่อตรวจการทำงานของต่อมไทรอยด์ (Thyroid Function Test) รวมถึงระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด เพื่อแยกโรคความผิดปกติทางฮอร์โมน
  • การจัดการโภชนาการที่เหมาะสม: เน้นการรับประทานอาหารครบห้าหมู่ในสัดส่วนที่ถูกต้อง ลดแป้งขัดขาวและน้ำตาลเชิงเดี่ยว เพิ่มโปรตีนคุณภาพดี ผักใบเขียว และไขมันดี เพื่อให้อิ่มท้องนานและมีสารอาหารเพียงพอสำหรับการสร้างน้ำนม โดยไม่จำกัดพลังงานจนต่ำเกินไป (ควรได้รับพลังงานไม่น้อยกว่าหนึ่งพันแปดร้อยถึงสองพันกิโลแคลอรีต่อวันสำหรับแม่ให้นมบุตร)
  • การออกกำลังกายระดับปานกลาง: เริ่มต้นด้วยการเดินเร็ว โยคะหลังคลอด หรือการบริหารร่างกายเบาๆ เมื่อแผลฝีเย็บหรือแผลผ่าคลอดหายดีแล้ว เพื่อกระตุ้นการเผาผลาญโดยไม่กระทบต่อการผลิตน้ำนม
  • การบริหารจัดการความเครียดและการนอนหลับ: พยายามนอนหลับพักผ่อนตามเวลาที่ลูกนอน และขอความช่วยเหลือจากสมาชิกในครอบครัวในการช่วยดูแลทารก เพื่อลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลในร่างกาย
คำแนะนำจากคุณหมอ: การลดน้ำหนักหลังคลอดต้องอาศัยความใจเย็นและเข้าใจธรรมชาติของร่างกาย อัตราการลดน้ำหนักที่ปลอดภัยสำหรับแม่ให้นมบุตรคือประมาณครึ่งกิโลกรัมถึงหนึ่งกิโลกรัมต่อสัปดาห์ เพื่อไม่ให้สารพิษที่สะสมในไขมันถูกขับออกมาสู่น้ำนมแม่ในปริมาณที่สูงเกินไป

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อต้องการลดน้ำหนักช่วงให้นมบุตร

เพื่อความปลอดภัยของทั้งคุณแม่และทารกน้อย มีข้อปฏิบัติที่ต้องหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด ดังนี้

  • ห้ามใช้ยาลดความอ้วน อาหารเสริมลดน้ำหนัก หรือชาสมุนไพรลดน้ำหนักทุกชนิด เนื่องจากสารเคมีหรือฤทธิ์ยาอาจซึมผ่านน้ำนมไปสู่ทารกและเป็นอันตรายต่อพัฒนาการทางสมองและร่างกาย
  • ห้ามอดอาหารมื้อหลักหรือทำคีโตเจนิกไดเอทอย่างเข้มข้นด้วยตนเอง เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร เกิดภาวะคีโตซิสที่เป็นอันตราย และทำให้น้ำนมหดหาย
  • ห้ามหักโหมออกกำลังกายอย่างรุนแรงทันทีหลังคลอด เพราะอาจทำให้กล้ามเนื้อหน้าท้องแยกแย่ลง และส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของร่างกาย

กลยุทธ์การป้องกันและการรักษาสุขภาพในระยะยาว

การรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงในระยะยาวต้องอาศัยการปรับวิถีชีวิตอย่างยั่งยืน คุณแม่ควรดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอย่างน้อยวันละสองถึงสามลิตรเพื่อช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญและช่วยในการสร้างน้ำนม รับประทานอาหารที่มีใยอาหารสูงเพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และตรวจสุขภาพประจำปีเพื่อติดตามระดับฮอร์โมนและสารอาหารในร่างกายอย่างต่อเนื่อง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down