ความมหัศจรรย์ของนมแม่และกลไกการขับถ่ายในทารกแรกเกิด
คุณพ่อคุณแม่มือใหม่อมยิ้มพร้อมกับความกังวลใจเมื่อพบว่าลูกน้อยวัยทารกมักจะถ่ายอุจจาระทุกครั้งหลังจากดื่มนมแม่เสร็จ หรือแม้กระทั่งระหว่างที่กำลังดูดนมอยู่ เสียงปุ๋ยปแป๋และปริมาณอุจจาระที่ล้นออกมาจนเลอะเสื้อผ้าอาจทำให้เกิดความตกใจว่าลูกน้อยกำลังท้องเสียหรือไม่ อาการลูกถ่ายอุจจาระบ่อยหลังกินนมแม่ทุกมื เป็นปรากฏการณ์ทางสรีรวิทยาที่พบได้บ่อยมากในทารกที่กินนมแม่ล้วน (Exclusive Breastfeeding) ซึ่งมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับการถ่ายอุจจาระผิดปกติจากโรคติดเชื้อหรืออาการท้องเสีย
น้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก มีสารอาหารครบถ้วน ย่อยง่าย และมีภูมิคุ้มกันโรคอย่างเต็มเปี่ยม กลไกทางธรรมชาติของร่างกายทารกในขวบปีแรกจะมีสิ่งที่เรียกว่าปฏิกิริยาแกโตรคอลิก (Gastrocolic Reflex) ซึ่งเป็นรีฟล็กซ์ตามธรรมชาติที่กระตุ้นให้ลำไส้ใหญ่บีบตัวทันทีเมื่อมีอาหารหรือนมลงไปในกระเพาะอาหาร ด้วยเหตุนี้ เมื่อทารกดูดนมแม่เข้าไป ลำไส้จึงตอบสนองด้วยการบีบไล่อุจจาระเก่าออกมาทันที ทำให้ทารกถ่ายอุจจาระบ่อยครั้ง บางรายอาจมากถึงแปดถึงสิบครั้งต่อวัน หรือถ่ายทุกมื้อที่กินนม ส่งผลให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านเกิดความสับสนระหว่างภาวะปกติกับภาวะท้องเสียในทารก
ความแตกต่างระหว่างอุจจาระปกติของทารกกินนมแม่กับอาการท้องเสีย
การสังเกตลักษณะของอุจจาระเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการประเมินสุขภาพของลูกน้อย ทารกที่กินนมแม่ล้วนจะมีลักษณะอุจจาระที่แตกต่างจากเด็กที่กินนมผงอย่างชัดเจน อุจจาระปกติของเด็กกินนมแม่จะมีลักษณะเหลว คล้ายเนื้อครัสตาร์ดหรือมะละกอบด มีเนื้อปนน้ำเล็กน้อย มีสีเหลืองทอง สีมัสตาร์ด หรือบางครั้งอาจมีสีเขียวปนได้ซึ่งเกิดจากกระบวนการย่อยตามปกติ และมีกลิ่นเปรี้ยวนิดๆ ไม่เหม็นบูด
ในทางตรงกันข้าม หากทารกมีอาการท้องเสียจริง (Diarrhea) ลักษณะอุจจาระจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง คือมีความเป็นน้ำมากกว่าเนื้อ มีปริมาณน้ำกระจายตัวซึมออกนอกขอบเขตของผ้าอ้อม มีกลิ่นเหม็นรุนแรง คาว หรือเหม็นเน่า และที่สำคัญคือมักมีมูกเลือดปน มีฟองมาก หรือมีไข้ร่วมด้วย ทารกที่ถ่ายบ่อยจากนมแม่แต่ยังร่าเริง กินนมได้ดี น้ำหนักตัวขึ้นตามเกณฑ์ และไม่มีอาการซึม ถือว่าเป็นเด็กที่มีสุขภาพแข็งแรงดีตามธรรมชาติ
สาเหตุและปัจจัยที่ส่งผลให้ทารกถ่ายบ่อย
นอกจากปฏิกิริยาแกสโตรคอลิกแล้ว ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลให้ทารกถ่ายอุจจาระบ่อยหลังจากดื่มนมแม่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับส่วนประกอบของน้ำนมแม่โดยตรง น้ำนมแม่ในช่วงแรกของการดูดในแต่ละมื้อจะเรียกว่านมส่วนหน้า (Fore-milk) ซึ่งมีน้ำและแลคโตส (Lactose) เป็นส่วนประกอบหลัก เพื่อช่วยดับกระหายและให้พลังงานอย่างรวดเร็ว หากทารกดูดนมแม่ระยะเวลาสั้นเกินไปและเปลี่ยนข้างเร็วเกินไป ทารกจะได้รับน้ำนมส่วนหน้าปริมาณมาก แต่ได้รับนมส่วนหลัง (Hind-milk) ซึ่งมีไขมันเข้มข้นน้อยลง ปริมาณแลคโตสที่ได้รับปริมาณมากนี้อาจทำให้ลำไส้ใช้เวลาในการย่อยแลคโตสไม่ทัน ส่งผลให้อุจจาระมีลักษณะเป็นฟอง มีลมในท้อง และถ่ายบ่อยขึ้นได้
อีกหนึ่งสาเหตุคือพัฒนาการของระบบทางเดินอาหารที่ยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ผนังลำไส้ของทารกแรกเกิดยังมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นสูง การบีบตัวของลำไส้จึงยังไม่สม่ำเสมอและมักจะไวต่อการกระตุ้นจากอาหารทุกชนิดที่ไหลผ่าน เมื่อโตขึ้นและมีการเริ่มอาหารตามวัย (Weaning foods) เมื่ออายุครบหกเดือน ระบบทางเดินอาหารจะมีความสมบูรณ์มากขึ้น ความถี่ในการถ่ายอุจจาระจะค่อยๆ ลดลงและเป็นเวลามากขึ้นตามลำดับ
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบกุมารแพทย์ทันที
แม้ว่าการถ่ายบ่อยหลังกินนมแม่จะเป็นเรื่องปกติ แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องเฝ้าระวังอาการผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นร่วมด้วย ซึ่งบ่งบอกถึงโรคติดเชื้อหรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องรีบนำลูกน้อยไปพบแพทย์ทันทีประกอบด้วย
- อุจจาระมีมูกเลือดปน มีสีดำสนิท หรือมีสีขาวซีดเหมือนดินน้ำมัน
- มีไข้สูงอาเจียนพุ่งทุกครั้งหลังดื่มนม หรืออาเจียนเป็นน้ำ ีสีเขียว
- มีภาวะขาดน้ำรุนแรง เช่น ปากแห้ง ตาโหล ไม่ปัสสาวะนานเกินหกชั่วโมง กระหม่อมบุ๋มลึก
- ลูกซึมลงมาก ไม่ยอมดูดนม อ่อนเพลีย ร้องกวนตลอดเวลาโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ท้องอืดแน่นแข็ง ผนังหน้าท้องตึง ร้องไห้กระสับกระส่ายด้วยความเจ็บปวด
วิธีดูแลรักษาและการประเมินอาการที่บ้าน
หากลูกน้อยมีอาการถ่ายบ่อยหลังกินนมแม่แต่ไม่มีสัญญาณอันตราย แนวทางการดูแลรักษาคือการให้ลูกกินนมแม่อย่างต่อเนื่องตามความต้องการ (On-demand feeding) โดยควรให้ลูกดูดนมเกลี้ยงเต้าในแต่ละข้าง เพื่อให้ทารกได้รับนมส่วนหลังที่มีไขมันช่วยให้อิ่มท้องนานขึ้นและช่วยชะลอการเคลื่อนตัวของลำไส้ การอุ้มเรอหลังกินนมทุกมื้อก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดปริมาณลมในทางเดินอาหารและลดอาการท้องอืดได้เป็นอย่างดี
สำหรับการดูแลผิวบริเวณก้นของทารก เนื่องจากต้องสัมผัสกับอุจจาระบ่อยครั้ง อาจทำให้เกิดอาการผื่นผ้าอ้อม (Diaper rash) ได้ง่าย คุณพ่อคุณแม่ควรทำความสะอาดผิวบริเวณก้นของลูกด้วยน้ำสะอาด ซับให้แห้งสนิททุกครั้งหลังเปลี่ยนผ้าอ้อม และทาครีมเคลือบผิวที่มีส่วนผสมของซิงค์ออกไซด์ (Zinc oxide) เพื่อป้องกันความอับชื้นและการระคายเคืองจากกรดในอุจจาระ หลีกเลี่ยงการใช้ทิชชูเปียกที่มีส่วนผสมของน้ำหอมหรือแอลกอฮอล์ซึ่งอาจทำให้ผิวหนังของทารกเกิดการอักเสบได้รุนแรงขึ้น
การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพลำไส้ในระยะยาว
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันและระบบย่อยอาหารที่ดีให้กับลูกน้อยเริ่มต้นจากโภชนาการของคุณแม่เอง คุณแม่ที่ให้นมบุตรควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบถ้วนตามหลักโภชนาการ หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด อาหารหมักดอง หรืออาหารที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ผ่านทางน้ำนมแม่ เช่น นมวัว แป้งสาลี หรืออาหารทะเล หากคุณแม่สังเกตว่าเมื่อรับประทานอาหารบางชนิดแล้วลูกมีอาการถ่ายเหลวมากขึ้น ท้องอืด หรือร้องกวน ควรหลีกเลี่ยงอาหารชนิดนั้นชั่วคราว
การรักษาสุขอนามัยพื้นฐาน เช่น การล้างมือก่อนอุ้มลูกหรือเตรียมให้นม การทำความสะอาดขวดนมและอุปกรณ์ปั๊มนมอย่างถูกสุขลักษณะ (หากมีการใช้งาน) จะช่วยป้องกันการติดเชื้อทางเดินอาหารที่อาจแทรกซ้อนได้ การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรกไม่เพียงแต่ช่วยให้ระบบทางเดินอาหารเติบโตอย่างแข็งแรง แต่ยังเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อต่างๆ ในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด