ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจปัญหาลูกกินนมแม่แล้วท้องอืด ร้องกวนไม่ยอมนอน

ภาวะลูกกินนมแม่แล้วท้องอืดและร้องกวนไม่ยอมนอนถือเป็นหนึ่งในปัญหาชวนปวดหัวที่คุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงต้องเผชิญเกือบทุกครอบครัว แม้นมแม่จะเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารกและย่อยง่ายที่สุด แต่ด้วยระบบทางเดินอาหารของทารกแรกเกิดและทารกวัยขวบปีแรกยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ การทำงานของลำไส้ การสร้างเอนิมย่อยอาหาร และการประสานงานของการดูดและการกลืนจึงยังไม่สมบูรณ์ ส่งผลให้ทารกมีโอกาสเกิดภาวะแก๊สในทางเดินอาหารส่วนเกิน มีลมในท้อง ท้องอืด แน่นท้อง และแสดงออกด้วยอาการร้องกวน งอแง ไม่ยอมนอน รวมถึงการบิดตัว ขาเกร็ง ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับผู้เลี้ยงดูเป็นอย่างมาก

ในทางการแพทย์ ทารกในช่วงวัยสามเดือนแรกมักพบภาวะโคลิก (Colic) ร่วมกับอาการท้องอืดได้บ่อย ซึ่งทารกจะร้องไห้หนักโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน นานเกินสามชั่วโมงต่อวัน และเกิดขึ้นติดต่อกันเกินสามวันต่อสัปดาห์ การทำความเข้าใจถึงสาเหตุที่แท้จริง กลไกการเกิดอาการ และแนวทางการดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักกุมารเวชศาสตร์ จะช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถรับมือและบรรเทาความไม่สบายตัวของลูกน้อยได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการท้องอืดในทารกที่กินนมแม่

หลายท่านมักเข้าใจผิดว่าการที่ลูกกินนมแม่แล้วท้องอืดเกิดจากคุณภาพของนมแม่ไม่ดี ซึ่งในความเป็นจริงแล้วน้ำนมแม่ปรับเปลี่ยนสารอาหารให้เหมาะสมกับลูกน้อยเสมอ สาเหตุหลักที่ทำให้ลูกกินนมแม่แล้วท้องอืดและร้องกวนมาจากกลไกทางกายภาพและพฤติกรรมในการดูดนม ดังนี้

การกลืนอากาศในปริมาณมากขณะดูดนม

สาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดเกิดจากการที่ทารกอมหัวนมไม่ถูกวิธี หรือมีช่องว่างระหว่างริมฝีปากกับลานนม ทำให้มีอากาศรั่วไหลเข้าไปในช่องปากและถูกกลืนลงสู่กระเพาะอาหารพร้อมกับน้ำนม นอกจากนี้ ทารกที่หิวนมจัด ร้องไห้งอแงก่อนดูดนม จะหายใจเร็วและกลืนอากาศเข้าไปจำนวนมาก ทำให้เกิดลมในกระเพาะอาหารอย่างรวดเร็ว

ความไม่สมดุลของปริมาณน้ำนมส่วนหน้าและน้ำนมส่วนหลัง

ในคุณแม่ที่มีน้ำนมมามากและไหลพุ่งแรง ทารกจะดูดน้ำนมส่วนหน้า (Fore-milk) ซึ่งมีน้ำตาลแลคโตส (Lactose) ในปริมาณสูง แต่ได้รับน้ำนมส่วนหลัง (Hind-milk) ที่มีไขมันและเอนไซม์ช่วยย่อยน้อยเกินไป ปริมาณแลคโตสที่เข้าสู่ลำไส้เล็กมีจำนวนมากเกินกว่าที่เอนไซม์แลคเตส (Lactase) จะย่อยได้หมด น้ำตาลแลคโตสที่เหลือจึงเคลื่อนตัวลงสู่ลำไส้ใหญ่และถูกย่อยโดยแบคทีเรีย ทำให้เกิดกระบวนการหมักและสร้างแก๊สปริมาณมาก ส่งผลให้ทารกท้องอืด ปวดท้อง ท้องเสีย และมีอุจจาระเป็นฟอง

อาหารใน Diet ของคุณแม่ให้นมบุตร

อาหารบางประเภทที่คุณแม่รับประทานสามารถส่งผ่านทางน้ำนมและกระตุ้นให้ทารกเกิดอาการท้องอืดได้ เช่น อาหารที่มีรสจัด อาหารหมักดอง หรือผักบางชนิดที่ทำให้เกิดแก๊ส เช่น บรอกโคลี กะหล่ำปลี หอมหัวใหญ่ ถั่วต่างๆ รวมถึงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและผลิตภัณฑ์จากนมวัวในกรณีที่ทารกมีความไวต่อโปรตีนนมวัว (Cow's Milk Protein Allergy)

อาการแสดงสำคัญของทารกที่มีลมในท้องและท้องอืด

ทารกที่กำลังเผชิญกับปัญหาท้องอืดและแน่นท้องจะไม่สามารถบอกความรู้สึกได้ด้วยคำพูด แต่จะแสดงออกผ่านพฤติกรรมและภาษากายที่ผู้ปกครองสามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจน

  • ร้องกวนไม่ยอมนอน โดยเฉพาะในช่วงเวลาเย็นหรือหัวค่ำ ร้องไห้เสียงดังอุ้มปลอบยาก
  • อาการบิดตัว งอขาเข้าหาหน้าท้อง กำมือแน่น ใบหน้าแดงก่ำจากอาการปวดเกร็งช่องท้อง
  • ท้องป่องตึง เมื่อเคาะเบาๆ จะมีเสียงโปร่งเหมือนกลอง
  • เรอ บ่อยครั้งหลังดูดนม หรือมีอาการแหวะนมร่วมด้วยเนื่องจากแรงดันในกระเพาะอาหารสูง
  • ผายลมบ่อยและมีกลิ่นแรง
คำแนะนำจากคุณหมอ: การที่ทารกบิดตัวและร้องไห้งอแงในช่วงสัปดาห์แรกๆ ถือเป็นพัฒนาการและการปรับตัวของระบบทางเดินอาหารตามธรรมชาติ หากทารกยังสามารถดื่มนมได้ดี น้ำหนักขึ้นตามเกณฑ์ และมีช่วงเวลาที่อารมณ์ดี ไม่ซึม คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลจนเกินไป แต่ควรเน้นการจัดท่าทางการให้นมและการอุ้มเรอให้ถูกต้อง

วิธีดูแลรักษาและบรรเทาอาการท้องอืดอย่างถูกวิธี

การดูแลรักษาทารกกินนมแม่แล้วท้องอืด เน้นการปรับพฤติกรรม เทคนิคการให้นม และการบรรเทาอาการไม่สบายตัวโดยหลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่จำเป็น ยกเว้นอยู่ภายใต้คำสั่งของแพทย์

การปรับเทคนิคการให้นมแม่และการอุ้มเรอ

  • จัดท่าทางให้ลูกอมหัวนมให้ลึกถึงลานนม เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเล็ดลอดเข้าไปในช่องปาก
  • ให้ลูกดูดนมจากเต้าหนึ่งให้หมดเกลี้ยงก่อนสลับไปอีกเต้า เพื่อให้ลูกได้รับน้ำนมส่วนหลังที่อุดมด้วยไขมันและช่วยชะลอการเคลื่อนตัวของน้ำตาลแลคโตส
  • อุ้มลูกเรอทุกครั้งหลังมื้อนม โดยใช้วิธีอุ้มพาดบ่า ลูบหลังขึ้นเบาๆ หรือใช้วิธีให้นั่งตักโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยและประคับประคองคางและหน้าอก
  • ระหว่างมื้อนม หากลูกดูดนมเป็นเวลานาน ควรหยุดพักเพื่ออุ้มเรอเป็นระยะ

การนวดหน้าท้องและการออกกำลังกายข้อต่อ

การนวดหน้าท้องช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้และช่วยขับลมออกจากร่างกาย คุณพ่อคุณแมวสามารถทำได้โดยใช้น้ำมันนวดสำหรับทารก นวดวนตามเข็มนาฬิกรอบสะดือ หรือใช้วิธีปั่นจักรยานอากาศ (Bicycle Legs) โดยการขยับขาของทารกงอเข้าหาหน้าท้องทีละข้างสลับกันเบาๆ ซึ่งช่วยให้ลมในลำไส้เคลื่อนตัวได้ดีขึ้น

การใช้ยารักษาภายใต้คำแนะนำของแพทย์

ในกรณีที่ทารกมีอาการท้องอืดมากและร้องกวนรุนแรง กุมารแพทย์อาจพิจารณาใช้ยาขับลมที่ปลอดภัย เช่น ยาน้ำซิเมทิโคน (Simethicone drops) ซึ่งช่วยรวมฟองแก๊สในทางเดินอาหารให้เป็นฟองใหญ่ขึ้นเพื่อให้ทารกเรอหรือผายลมออกได้ง่ายขึ้น โดยต้องใช้ตามขนาดยาที่แพทย์หรือเภสัชกรกำหนดอย่างเคร่งครัด

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดในการดูแลทารกท้องอืด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามให้ทารกกินยาขับลม ยาสสมุนไพรโบราณ หรือยาแผนโบราณใดๆ ที่ไม่มีฉลากระบุส่วนผสมชัดเจน เนื่องจากตับและไตของทารกยังขับสารพิษได้ไม่ดี อาจเกิดอันตรายรุนแรงได้ และห้ามสอดสิ่งแปลกปลอมใดๆ เข้าทางทวารหนักเพื่อช่วยขับลมโดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้ลำไส้บาดเจ็บหรือเกิดแผลติดเชื้อได้

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาลูกไปพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms)

แม้ว่าอาการท้องอืดส่วนใหญ่จะเกิดจากภาวะปกติที่พัฒนาการของระบบทางเดินอาหาร แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรพาไปพบกุมารแพทย์ทันทีเพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคทางศัลยกรรมหรือภาวะเจ็บป่วยรุนแรง

  • อาเจียนพุ่ง (Projectile vomiting) หรืออาเจียนเป็นน้ำดีสีเขียวปนออกมา
  • อุจจาระมีมูกเลือดปน ท้องเสียรุนแรง หรือท้องผูกเรื้อรัง
  • มีไข้สูง ซึม ไม่ยอมดูดนม หรืออ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด
  • หน้าท้องบวมแข็งตึงมาก ร้องกวนตลอดเวลาไม่ยอมหยุดพัก
  • หายใจหอบเหนื่อย ซี่โครงบุ๋ม หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ

การป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพทางเดินอาหารระยะยาว

การป้องกันอาการท้องอืดเริ่มต้นจากการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ผ่อนคลายขณะให้นม คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงความเครียดเพราะส่งผลต่อปริมาณและฮอร์โมนน้ำนม การบันทึกรายการอาหารที่คุณแม่รับประทานในแต่ละวันจะช่วยคัดกรองอาหารที่อาจกระตุ้นอาการแพ้หรือท้องอืดในทารกได้ นอกจากนี้ การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันด้วยการให้ทารกกินนมแม่อย่างเดียวในช่วงหกเดือนแรกตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก จะช่วยพัฒนาจุลินทรีย์สุขภาพในลำไส้ (Gut Microbiota) ให้แข็งแรง ลดปัญหาท้องอืดและเสริมสร้างสุขภาพโดยรวมในระยะยาว

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down