ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับปัญหานมแม่กับอาการท้องอืดในทารก

การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับทารก เนื่องจากนมแม่มีสารอาหารครบถ้วนและมีภูมิต้านทานโรค แต่คุณแม่หลายท่านมักพบปัญหาลูกกินนมแม่แล้วท้องอืด ร้องกวนไม่ยอมนอน ซึ่งสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้เลี้ยงดูเป็นอย่างมาก อาการนี้มักเกิดขึ้นจากระบบทางเดินอาหารของทารกยังเจริญเติบโตไม่เต็มสมบูรณ์ ทำให้เกิดแก๊สในกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ง่าย แม้ว่านมแม่จะย่อยง่ายกว่านมผสม แต่เทคนิคการให้นมที่ผิดพลาด เช่น ลูกอมหัวนมไม่ลึกพอ หรือการกลืนอากาศเข้าไปขณะดูดนม ก็เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ลูกน้อยมีลมในท้องและเกิดอาการโคลิก (Colic) ตามมา

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการท้องอืดและร้องกวนในทารก

อาการท้องอืดในทารกที่กินนมแม่เกิดจากปัจจัยทางสรีรวิทยาและพฤติกรรมในการดูดนม โดยมีกลไกสำคัญดังนี้

  • การกลืนอากาศระหว่างดูดนม ทารกที่หิวมจัดมักจะดูดนมเร็วและแรง ทำให้กลืนอากาศเข้าไปในกระเพาะอาหารจำนวนมาก
  • ท่านั่งหรือท่าอุ้มให้นมที่ไม่เหมาะสม ทำให้ทารกไม่สามารถออมหัวนมได้กระชับ มีช่องว่างให้อากาศรั่วเข้าไปได้
  • ระบบเอนไซม์ในทางเดินอาหารยังทำงานได้ไม่เต็มที่ ทารกแรกเกิดยังมีปริมาณเอนไซม์ย่อยอาหารบางชนิดน้อย ทำให้เกิดการหมักตัวของสารอาหารและเกิดแก๊ส
  • อาหารที่คุณแม่รับประทาน อาหารบางประเภทที่คุณแม่ทานเข้าไป เช่น อาหารรสจัด ผลิตภัณฑ์จากนมวัว หรือผักตระกูลกะหล่ำ อาจส่งผ่านทางน้ำนมและกระตุ้นให้เกิดแก๊สในลำไส้ของลูกน้อยได้

อาการแสดงสำคัญและระยะของความผิดปกติ

อาการท้องอืดในทารกสามารถสังเกตได้จากพฤติกรรมและลักษณะทางกายภาพ โดยมีลำดับอาการดังนี้

  • ระยะเริ่มต้น ทารกจะมีอาการแหวะนมบ่อย หลังกินนมจะกระสับกระส่าย ขยับตัวไปมา และมีเสียงโครกครากในท้อง
  • ระยะแสดงอาการเด่นชัด ลูกน้อยจะร้องกวนงอแงไม่ยอมนอน งอขาเข้าหาหน้าอก กำมือแน่น ใบหน้าแดงก่ำจากการเบ่ง และท้องจะป่องตึงเมื่อสัมผัส
  • ระยะฟื้นตัว หลังจากสามารถขับลม (เรอหรือผายลม) ออกมาได้ ทารกจะสงบลง ผ่อนคลาย และสามารถนอนหลับได้ตามปกติ
คำแนะนำจากคุณหมอ: การที่ทารกร้องกวนตอนเย็นหรือหัวค่ำติดต่อกันนานหลายชั่วโมงโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อาจเป็นภาวะโคลิก (Colic) ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงอายุสองสัปดาห์ถึงสี่เดือน และจะดีขึ้นได้เองเมื่อระบบย่อยอาหารพัฒนามากขึ้น

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการท้องอืดส่วนใหญ่จะไม่เป็นอันตรายและหายได้เอง แต่หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ควรพาไปพบกุมารแพทย์ทันที เนื่องจากอาจเป็นสัญญาณของโรคทางศัลยกรรมหรือการติดเชื้อในทางเดินอาหาร

  • อาเจียนพุ่ง (Projectile Vomiting) หรืออาเจียนเป็นน้ำดีสีเขียว
  • ท้องแข็งมากและกดเจ็บ ทารกจะร้องไห้เสียงดังมากขึ้นเมื่อกดโดนหน้าท้อง
  • มีไข้สูง ซึม ไม่ยอมดูดนม หรือไม่ยอมตื่นมากินนม
  • ถ่ายอุจจาระมีมูกเลือดปน หรือท้องเสียรุนแรงจนมีภาวะขาดน้ำ
  • น้ำหนักตัวไม่เพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ หรือเติบโตช้ากว่าปกติ

วิธีดูแลรักษาและบรรเทาอาการที่บ้าน

การบรรเทาอาการท้องอืดให้ได้ผลดีต้องอาศัยการปรับพฤติกรรมและการดูแลอย่างถูกวิธีตามหลักการแพทย์

  • เทคนิคการอุ้มเรอที่ถูกต้อง หลังมื้อนมทุกครั้งต้องอุ้มทารกพาดบ่าหรือให้นั่งตัก ลูบหลังเบาๆ จากล่างขึ้นบนเพื่อให้ลมในกระเพาะออกมา
  • การนวดท้องลดแก๊ส (Infant Tummy Massage) ใช้นิ้วมือนวดวนตามเข็มนาฬิกาเบาๆ บริเวณรอบสะดือ เพื่อช่วยให้ลมเคลื่อนตัวในลำไส้ได้ดีขึ้น
  • ท่าปั่นจักรยานอากาศ วางลูกนอนหงายแล้วจับขาขยับงอเข้าหาท้องสลับซ้ายขวาเบาๆ คล้ายท่าปั่นจักรยาน
  • การปรับท่าให้นม ตรวจสอบให้แน่ใจว่าลูกอมลึกถึงลานหัวนม ปากแบะออก เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศเข้าทางมุมปาก
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามให้ทารกกินยาขับลมหรือยาสสมุนไพรพื้นบ้านที่ไม่มีใบรับรองทางการแพทย์โดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจระคายเคืองกระเพาะอาหารและลำไส้ที่ยังบอบบางของทารก หากต้องการใช้ยาขับลมชนิดหยด ควรปรึกษากุมารแพทย์เพื่อประเมินความจำเป็นและความปลอดภัย

วิธีการป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพทางเดินอาหารในระยะยาว

การป้องกันสามารถทำได้โดยการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ผ่อนคลายขณะให้นม แม่ควรสังเกตอาหารที่ตนเองรับประทาน หากพบว่าลูกมีอาการท้องอืดมากขึ้นหลังจากทานอาหารบางชนิด ควรหลีกเลี่ยงอาหารนั้นชั่วคราว นอกจากนี้การให้ลูกนอนในท่าที่เหมาะสมและหลีกเลี่ยงการปล่อยให้ลูกหิวกระหายจนร้องไห้หนักก่อนให้นม จะช่วยลดปริมาณอากาศที่ลูกกลืนเข้าไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down