ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิดที่กินนมแม่

ภาวะตัวเหลือง (Neonatal Jaundice) เป็นอาการที่พบได้บ่อยมากในทารกแรกเกิด โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์แรกของชีวิต ซึ่งมักสร้างความกังวลใจให้กับคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดงเป็นอย่างมาก ในทางการแพทย์ภาวะนี้เกิดจากการมีสารสีเหลืองที่เรียกว่า บิลิรูบิน (Bilirubin) ในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากตับของทารกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ในการกำจัดสารตัวนี้ออกจากร่างกาย สำหรับทารกที่กินนมแม่อย่างเดียว (Breastfed Infants) มักพบภาวะตัวเหลืองได้บ่อยและนานกว่าทารกที่กินนมผสม ซึ่งในกรณีส่วนใหญ่มักเป็นภาวะที่ไม่เป็นอันตรายและสามารถหายได้เอง แต่ในขณะเดียวกันก็มีภาวะตัวเหลืองจากโรคตับหรือโรคทางเดินน้ำดีอุดตันที่อันตรายและต้องการการวินิจฉัยอย่างเร่งด่วน การทำความเข้าใจและแยกแยะความแตกต่างระหว่างภาวะดีซ่านจากนมแม่กับโรคตับอันตรายจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องสุขภาพของทารก

กลไกการเกิดภาวะตัวเหลืองและสาเหตุจากนมแม่

สารบิลิรูบินเกิดจากการสลายตัวของเม็ดเลือดแดง เมื่อทารกอยู่ในครรภ์มารดาจะต้องการเม็ดเลือดแดงจำนวนมากเพื่อรับออกซิเจน แต่เมื่อคลอดออกมาแล้วทารกสามารถหายใจเองได้ เม็ดเลือดแดงส่วนเกินเหล่านี้จึงถูกทำลายลง ทำให้เกิดสารบิลิรูบินชนิดที่ไม่ละลายน้ำ (Unconjugated Bilirubin) ซึ่งต้องอาศัยตับในการเปลี่ยนรูปให้ละลายน้ำได้และขับออกทางอุจจาระและปัสสาวะ ในทารกที่กินนมแม่อย่างเดียวสามารถแบ่งภาวะตัวเหลืองออกได้เป็นสองลักษณะสำคัญตามช่วงเวลาและกลไกการเกิด

ภาวะตัวเหลืองจากการได้รับนมแม่ไม่เพียงพอในช่วงแรก

ภาวะนี้มักเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกหลังคลอด (Breastfeeding Jaundice) เกิดจากทารกดูดนมแม่ได้น้อยหรือน้ำนมของแม่ยังมาไม่ ะทำให้ร่างกายของทารกขาดน้ำและได้รับพลังงานไม่เพียงพอ ส่งผลให้ลำไส้มีการเคลื่อนตัวช้า การขับถ่ายขี้เทา (Meconium) ซึ่งมีสารบิลิรูบินปริมาณมากล้าช้าลง สารบิลิรูบินจึงถูกดูดซึมกลับเข้าสู่กระแสเลือดผ่านทางลำไส้ ทำให้ระดับสารเหลืองในเลือดสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว การแก้ไขทำได้โดยการกระตุ้นการให้น้ำนมแม่ให้บ่อยขึ้นและถูกวิธี

ภาวะตัวเหลืองจากน้ำนมแม่

ภาวะนี้ (Breast Milk Jaundice) มักเกิดขึ้นหลังจากทารกอายุได้เจ็ดถึงสิบวันไปแล้ว และอาจคงอยู่ได้นานหลายสัปดาห์หรือนานถึงสองถึงสามเดือน ทารกจะมีสุขภาพแข็งแรงดี น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นตามเกณฑ์ปกติ และดูดนมได้ดี กลไกที่แท้จริงยังไม่แน่ชัด แต่เชื่อว่าสารบางชนิดในน้ำนมแม่ไปขัดขบวนการทำงานของเอนไซม์ในตับที่ทำหน้าที่ขับบิลิรูบิน หรือเพิ่มการดูดซึมบิลิรูบินกลับเข้าสู่กระแสเลือดจากลำไส้ ภาวะนี้ไม่อันตรายและไม่มีความจำเป็นต้องหยุดให้นมแม่ เว้นแต่แพทย์จะวินิจฉัยเป็นอย่างอื่น

อาการและสัญญาณอันตรายของโรคตับอุดตันและโรคทางเดินน้ำดี

แม้ภาวะตัวเหลืองจากนมแม่จะพบได้บ่อย แต่คุณพ่อคุณแม่ต้องไม่ชะล่าใจ เพราะอาการตัวเหลืองอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคตับและทางเดินน้ำดีที่อันตรายถึงชีวิต เช่น โรคท่อน้ำดีตีบตันอุดกั้นแต่กำเนิด (Biliary Atresia) ซึ่งหากได้รับการรักษาล่าช้าเกินอายุสองเดือน จะทำให้เกิดภาวะตับแข็งและตับวายถาวร

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากทารกมีอาการตัวเหลืองนานเกินสองสัปดาห์ร่วมกับลักษณะอุจจาระและปัสสาวะที่ผิดปกติ ต้องรีบพาไปพบกุมารแพทย์ทันที ห้ามรอดูอาการเด็ดขาดเพราะเวลาทุกวันมีค่าต่อเนื้อตับของทารก

ลักษณะอุจจาระและปัสสาวะที่ต้องสังเกต

ในภาวะปกติทารกที่กินนมแม่จะมีอุจจาระสีเหลืองทอง สีเขียว หรือสีมัสตาร์ด แต่หากทารกมีภาวะทางเดินน้ำดีอุดตัน น้ำดีจะไม่สามารถไหลลงสู่ลำไส้ได้ ทำให้อุจจาระขาดสารสีเหลืองจากน้ำดี ส่งผลให้อุจจาระมีสีซีดลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น สีเทา สีขาวโพลน หรือสีเหลืองอ่อนคล้ายดินน้ำมัน ในขณะเดียวกันปัสสาวะจะมีสีเข้มจัดคล้ายสีชาหรือโคคาโคล่า เนื่องจากร่างกายพยายามขับบิลิรูบินที่ละลายน้ำได้ออกทางไต

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

การสังเกตอาการทางคลินิกอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ หากพบอาการเหล่านี้ร่วมกับภาวะตัวเหลือง ควรนำตัวส่งโรงพยาบาลโดยด่วน

  • ตัวเหลืองลามลงมาถึงฝ่ามือและฝ่าเท้า ซึ่งบ่งบอกว่าระดับบิลิรูบินในเลือดสูงมาก
  • ทารกมีอาการซึมมากปลุกตื่นยาก ไม่ยอมดูดนม หรือดูดนมน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ทารกมีเสียงร้องแหลมสูง ผิดปกติ หรือกระสับกระส่ายร้องกวนไม่หยุด
  • มีไข้ร่วมด้วย อาเจียนบ่อย หรือมีภาวะขาดน้ำ เช่น กระหม่อมบุ๋ม ปัสสาวะน้อยลง
  • ตัวอ่อนปวกเปียก กล้ามเนื้อไม่มีแรง หรือมีอาการเกร็งกระตุกของร่างกาย

วิธีตรวจวินิจฉัยทางการแพทย์

เมื่อทารกมาพบแพทย์ด้วยอาการตัวเหลือง แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียด เช่น ประวัติการตั้งครรภ์ กรุ๊ปเลือดของแม่และลูก รูปแบบการให้นม และลักษณะของอุจจาระปัสสาวะ จากนั้นจะทำการตรวจร่างกายเพื่อประเมินระดับความเหลืองและขนาดของตับและม้าม การตรวจทางห้องปฏิบัติการที่สำคัญ ได้แก่

  • การเจาะเลือดตรวจหาระดับบิลิรูบินรวม (Total Bilirubin) และแยกชนิดว่าเป็นชนิดที่ละลายน้ำหรือไม่
  • การตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count) เพื่อดูภาวะการแตกทำลายของเม็ดเลือดแดงและภาวะซีด
  • การตรวจกลุ่มเลือดของแม่และลูกเพื่อดูภาวะความไม่เข้ากันของหมู่เลือด
  • การตรวจการทำงานของตับ (Liver Function Tests) และอัลตราซาวนด์ช่องท้องเพื่อดูความผิดปกติของตับและทางเดินน้ำดีในกรณีที่สงสัยโรคท่อน้ำดีตีบตัน

วิธีดูแลรักษาและการจัดการที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

แนวทางการรักษาภาวะตัวเหลืองจะขึ้นอยู่กับสาเหตุและระดับความรุนแรงของบิลิรูบินในเลือด โดยอยู่ในดุลพินิจของกุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

การรักษาด้วยการส่องไฟ (Phototherapy)

หากระดับบิลิรูบินสูงเกินเกณฑ์ความปลอดภัย ทารกจะได้รับการรักษาด้วยการส่องไฟบำบัด โดยใช้แสงความยาวคลื่นเฉพาะที่ผิวหนัง เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างของสารบิลิรูบินให้ละลายน้ำได้ดีขึ้นและขับออกจากร่างกายได้ทางปัสสาวะและอุจจาระ ระหว่างการส่องไฟทารกจะถูกปิดตาเพื่อป้องกันอันตรายต่อจอประสาทตาและถอดเสื้อผ้าเพื่อให้ผิวหนังสัมผัสแสงมากที่สุด

คำแนะนำจากคุณหมอ: ในกรณีที่เป็นภาวะดีซ่านจากนมแม่และทารกมีสุขภาพแข็งแรงดี ระดับบิลิรูบินไม่สูงถึงเกณฑ์อันตราย แพทย์อาจแนะนำให้ดำเนินการให้นมแม่ต่อไปอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งนัดติดตามอาการและเจาะเลือดซ้ำเป็นระยะ ไม่มีความจำเป็นต้องหยุดนมแม่หรือให้นมผสมทดแทนเว้นแต่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์

การดูแลโภชนาการและการให้นมที่บ้าน

สำหรับคุณแม่ที่ให้นมบุตร ควรให้ทารกดูดนมบ่อยขึ้น วันละแปดถึงสิบสองครั้ง เพื่อกระตุ้นการสร้างน้ำนมและช่วยให้ทารกขับถ่ายอุจจาระบ่อยขึ้น ซึ่งจะช่วยลดการดูดซึมบิลิรูบินกลับเข้าสู่ร่างกาย หลีกเลี่ยงการให้ทารกกินน้ำเปล่าหรือน้ำกลูโคสเสริม เนื่องจากน้ำเปล่าไม่ได้ช่วยลดสารเหลืองและอาจทำให้ทารกอิ่มจนดูดนมแม่ได้น้อยลง รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเกลือแร่ในเลือดต่ำได้

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ความเชื่อที่ผิดๆ เกี่ยวกับการรักษาภาวะตัวเหลืองอาจนำอันตรายมาสู่ทารกได้ สิ่งสำคัญที่ควรตระหนักมีดังนี้

  • ห้ามนำทารกไปตากแดดที่ระเบียงหรือริมหน้าต่างเพื่อหวังรักษาอาการตัวเหลือง การกระทำดังกล่าวไม่สามารถรักษาโรคได้จริง และอาจทำให้ผิวหนังของทารกไหม้แดด สูญเสียน้ำอย่างรวดเร็ว หรือเกิดภาวะอุณหภูมิร่างกายสูงเกินไป
  • ห้ามหยุดให้นมแม่เองโดยไม่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพราะอาจทำให้น้ำนมแม่หดและส่งผลกระทบต่อโภชนาการของทารก
  • ห้ามป้อนยา สมุนไพร หรือน้ำต้มสมุนไพรใดๆ ให้ทารกกินเด็ดขาด เนื่องจากตับของทารกยังทำงานได้ไม่ดี อาจทำให้เกิดพิษต่อตับและเป็นอันตรายถึงชีวิต

วิธีป้องกันและการเสริมสร้างสุขภาพทารกแรกเกิด

การป้องกันภาวะตัวเหลืองรุนแรงเริ่มต้นจากการเตรียมตัวที่ดีตั้งแต่ตั้งครรภ์และการดูแลหลังคลอด

  • ฝากครรภ์สม่ำเสมอเพื่อตรวจหาความผิดปกติและกลุ่มเลือดที่อาจเสี่ยงต่อภาวะตัวเหลืองจากความไม่เข้ากันของเลือดแม่และลูก
  • ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ทันทีหลังคลอด และเรียนรู้วิธีการเข้าเต้าที่ถูกต้องเพื่อให้ทารกได้รับน้ำนมอย่างเพียงพอตั้งแต่เริ่มต้น
  • สังเกตสีผิว สีตา อุจจาระ และปัสสาวะของทารกอย่างใกล้ชิดในช่วงสองสัปดาห์แรกหลังคลอด
  • มาพบแพทย์ตามนัดหมายทุกครั้งเพื่อประเมินอาการและตรวจสุขภาพหลังคลอด

สรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่ผู้ดูแล

ภาวะตัวเหลืองในทารกที่กินนมแม่อย่างเดียวส่วนใหญ่เป็นภาวะธรรมชาติที่ไม่อันตรายและหายได้เอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการสังเกตสีอุจจาระและปัสสาวะร่วมด้วย หากทารกตัวเหลืองร่วมกับอุจจาระสีซีดและปัสสาวะสีเข้มจัด ต้องรีบพาไปพบแพทย์ทันทีภายในช่วงอายุสองสัปดาห์แรก เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที ป้องกันภาวะตับวายและโรคแทรกซ้อนรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down