ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความทรมานของแม่มือใหม่กับอาการปวดคอและปวดหลังเรื้อรัง

การเป็นคุณแม่มือใหม่นั้นเต็มไปด้วยความสุขและความท้าทาย แต่ในขณะเดียวกันร่างกายของคุณแม่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งฮอร์โมนที่แปรปรวน การอดนอนสะสม และท่าทางในการดูแลทารกน้อยตลอดวันตลอดคืน หนึ่งในปัญหาสุขภาพอันดับต้นๆ ที่สร้างความทุกข์ทรมานอย่างเงียบๆ และพบบ่อยมากที่สุดคือ อาการปวดคอและปวดหลังเรื้อรังจากการให้นม (แม่มือใหม่ปวดคอและปวดหลังเรื้อรังจา) ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต สภาพจิตใจ และความสามารถในการเลี้ยงดูทารกน้อย อาการนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วคราวแต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง อาจพัฒนาไปสู่ภาวะหมอนรองกระดูกเสื่อมหรือกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังได้

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการปวดคอและปวดหลังในคุณแม่ให้นมบุตร

อาการปวดกล้ามเนื้อและกระดูกสันหลังในช่วงหลังคลอดไม่ได้เกิดจากสาเหตุใดสาเหตุหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัจจัยร่วมหลายประการที่เข้ามาบั่นทอนร่างกายของคุณแม่พร้อมๆ กัน

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย: ในช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตร ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนรีแล็กซิน (Relaxin) ออกมาเพื่อช่วยให้ข้อต่อและเอ็นยืดขยายตัวเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ฮอร์โมนนี้ยังคงหลั่งออกมาในช่วงให้นมบุตร ทำให้ความมั่นคงของข้อต่อกระดูกสันหลังและคอลดลง กล้ามเนื้อจึงต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อพยุงกระดูกสันหลัง
  • ท่าทางที่ไม่เหมาะสมขณะให้นมบุตร: นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้แม่มือใหม่ปวดคอและปวดหลังเรื้อรังจา การนั่งอุ้มลูกนานๆ โดยไม่มีหมอนรองรับ การก้มหน้ามองลูกตลอดเวลา หรือการโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อเอาเต้านมเข้าปากทารก ทำให้กล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ และหลังส่วนล่างต้องเกร็งตัวค้างไว้เป็นเวลานานจนเกิดภาวะขาดเลือดไปเลี้ยงและเป็นตะคริวที่กล้ามเนื้อ
  • การอุ้มและการยกของซ้ำๆ: การอุ้มลูก อาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม และการก้มๆ เงยๆ จากเปลเด็กตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างได้รับแรงกดดันสะสม
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอ: การนอนหลับที่ไม่ต่อเนื่องทำให้กล้ามเนื้อไม่มีเวลาฟื้นตัวตามธรรมชาติ ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อลดลง และมีความไวต่อความรู้สึกเจ็บปวดมากขึ้น

อาการสำคัญและลักษณะความเจ็บปวดที่พบบ่อย

อาการปวดที่เกิดขึ้นในคุณแม่ให้นมบุตรสามารถแสดงออกได้หลายรูปแบบตั้งแต่ระดับน้อยไปจนถึงระดับรุนแรง

  • อาการปวดกล้ามเนื้อช่วงคอและบ่า: รู้สึกตึงแข็งบริเวณต้นคอ ลามขึ้นไปที่ขมับหรือท้ายทอย บางรายมีอาการปวดร้าวลงไปที่สะบักและหัวไหล่ ทำให้หันคอได้ไม่สุด
  • อาการปวดหลังส่วนล่าง: รู้สึกปวดตึงบริเวณเอวและสะโพก อาการมักจะกำเริบหนักขึ้นเมื่อต้องลุกขึ้นยืนหลังจากนั่งให้นมเป็นเวลานาน หรือเมื่อต้องก้มตัวอุ้มทารก
  • อาการชาหรืออ่อนแรง: ในรายที่มีการกดทับของเส้นประสาท อาจมีอาการชาบริเวณนิ้วมือ แขน หรือขา ร่วมด้วย ซึ่งถือเป็นสัญญาณเตือนที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที (Red Flag Symptoms): หากคุณแม่มีอาการปวดร้าวลงขาอย่างรุนแรงร่วมกับมีอาการชาที่ขาหรือเท้า มีปัญหาในการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะหรืออุจจาระ มีไข้ร่วมกับอาการปวดหลัง หรืออาการปวดรุนแรงมากจนไม่สามารถขยับตัวได้เลย ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อทันทีเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือการเอกซเรย์

วิธีรักษาและการใช้ยาที่ปลอดภัยสำหรับคุณแม่ให้นมบุตร

หลักการรักษาอาการปวดคอและปวดหลังในแม่ให้นมบุตรจะต้องมีความระมัดระวังสูงสุด เนื่องจากยาหรือสารเคมีต่างๆ สามารถถูกขับออกมาทางน้ำนมและส่งผลกระทบต่อทารกได้ การรักษาจึงต้องแบ่งออกเป็นการปรับพฤติกรรม การทำกายภาพบำบัด และการใช้ยาภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาตามอาการ

  • ยาแก้ปวดพาราเซตามอล (Paracetamol): เป็นยาบรรเทาปวดตัวแรกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับคุณแม่ให้นมบุตร สามารถรับประทานได้ตามขนาดยาที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัว
  • ยากลุ่มต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs): เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือไดโคลฟีแนค (Diclofenac) อาจใช้ในกรณีที่ปวดมาก แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ เนื่องจากยาบางตัวอาจขับออกทางน้ำนมในปริมาณน้อย
  • ยากลายกล้ามเนื้อ (Muscle Relaxants): แพทย์อาจพิจารณาจ่ายในกรณีที่กล้ามเนื้อเกร็งตัวรุนแรง แต่ต้องใช้ในระยะเวลาสั้นๆ และเฝ้าระวังอาการง่วงซึมในทารก
  • ยาทาภายนอกหรือแผ่นแปะบรรเทาปวด: เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยช่วยลดการดูดซึมยาเข้าสู่กระแสเลือดและน้ำนม
คำแนะนำจากคุณหมอเรื่องขนาดยาพาราเซตามอล: การรับประทานยาพาราเซตามอลที่ถูกต้องสำหรับผู้ใหญ่คือ ขนาดยา 10 ถึง 15 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม หรือรับประทานขนาด 500 มิลลิกรัม ครั้งละ 1 ถึง 2 เม็ด ห่างกันทุก 4 ถึง 6 ชั่วโมงเมื่อมีอาการ และห้ามรับประทานเกิน 4,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อป้องกันความเป็นพิษต่อตับ

ยาอันตรายและข้อห้ามเด็ดขาดสำหรับแม่ให้นมบุตร

คุณแม่ให้นมบุตรต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งในการซื้อยามาทานเอง ห้ามใช้ยาเหล่านี้โดยเด็ดขาดหากไม่ได้รับคำสั่งจากแพทย์

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาแก้ปวดแรงๆ ทานเอง: ยาแก้ปวดบางชนิด เช่น ทรามาดอล (Tramadol) หรือยากลุ่มโอลพิออยด์ ห้ามใช้ในแม่ให้นมบุตรเด็ดขาด เพราะอาจกดการหายใจของทารก
  • ห้ามใช้ยาสสมุนไพรหรือยาชุดที่ไม่ทราบส่วนผสม: เนื่องจากอาจมีสารสเตียรอยด์หรือโลหะหนักปนเปื้อนซึ่งเป็นอันตรายต่อทารกที่ดื่มนมแม่
  • ห้ามใช้ยากลุ่มสเตียรอยด์ชนิดรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน: โดยไม่มีการควบคุมดูแลจากแพทย์ผู้รักษา

การดูแลตนเองและการปรับพฤติกรรมเพื่อการรักษาที่ยั่งยืน

นอกจากการใช้ยาแล้ว การปรับเปลี่ยนท่าทางในชีวิตประจำวันเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้อาการปวดคอและปวดหลังเรื้อรังหายขาดได้

  • ปรับท่าให้นมบุตรให้ถูกต้อง: ใช้หมอนหนุนสูงรองรับตัวทารกให้อยู่ในระดับเดียวกับเต้านม เพื่อที่คุณแม่ไม่ต้องก้มตัวลงไปหาลูก ใช้หมอนรองหลังส่วนล่างและแขนให้มีที่พักผ่อนคลาย
  • จัดระเบียบร่างกายในชีวิตประจำวัน: เมื่อต้องยกของหรืออุ้มลูก ให้ย่อเข่าลงแล้วใช้กำลังจากกล้ามเนื้อต้นขาแทนการก้มหลัง
  • การประคบอุ่นและประคบเย็น: หากมีอาการปวดเฉียบพลันให้ประคบเย็นเพื่อลดการอักเสบในช่วง 48 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นให้ใช้การประคบอุ่นเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตึงตัว
  • การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ: หมั่นทำท่าบริหารยืดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ และหลังอย่างสม่ำเสมอระหว่างวัน

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับแม่มือใหม่ (Actionable Checklist)

  • ตรวจสอบท่าให้นมบุตรทุกครั้งโดยหลีกเลี่ยงการก้มตัวและเกร็งคอ
  • ใช้หมอนรองหลังและหมอนรองแขนทุกครั้งที่ให้นมบุตร
  • หากมีอาการปวดเล็กน้อย สามารถรับประทานยาพาราเซตามอลได้ตามขนาดยาที่แนะนำ
  • ห้ามซื้อยาแก้ปวดแรงๆ หรือยาคลายกล้ามเนื้อทานเองเด็ดขาด
  • หากมีอาการชาที่แขนขาหรือปวดรุนแรงจนขยับไม่ได้ต้องไปพบแพทย์ทันที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down