ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจภาวะปวดคอและปวดหลังในคุณแม่ป้ายแดง

การเป็นคุณแม่มือใหม่นำมาซึ่งความสุขและความผูกพันอันลึกซึ้งกับลูกน้อย แต่ในขณะเดียวกันก็เต็มไปด้วยความท้าทายทางร่างกาย โดยเฉพาะปัญหาอาการปวดคอและปวดหลังที่มักเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง อาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องแปลกและพบได้บ่อยมากในกลุ่มคุณแม่ให้นมบุตร สถิติทางการแพทย์พบว่ากว่าเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของคุณแม่หลังคลอดต้องเผชิญกับอาการปวดกล้ามเนื้อบริเวณคอ บ่า ไหล่ และกระดูกสันหลังส่วนเอว ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพชีวิต การนอนหลับ และความสามารถในการดูแลทารกแรกเกิดได้อย่างเต็มที่ ปัจจัยหลักมักเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกายหลังคลอดที่ทำให้ข้อต่อและเอ็นมีความยืดหยุ่นมากกว่าปกติ ประกอบกับท่าทางในการอุ้มให้นมหรือการก้มมองลูกเป็นระยะเวลานานในแต่ละวัน

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการปวดกล้ามเนื้อจากการให้นม

อาการปวดคอและปวดหลังเรื้อรังในคุณแม่ป้ายแดงไม่ได้เกิดขึ้นจากสาเหตุเดียว แต่เกิดจากหลายปัจจัยร่วมกันทั้งทางกายภาพและฮอร์โมน ดังนี้

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนรีแลกซิน (Relaxin): ฮอร์โมนชนิดนี้ยังคงหลงเหลือและส่งผลต่อร่างกายหลังคลอด ทำให้เอ็นและข้อต่อทั่วร่างกายมีความหลวมและหย่อนตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการคลอด ส่งผลให้กระดูกสันหลังขาดความมั่นคงและบาดเจ็บได้ง่ายเมื่อต้องรับน้ำหนัก
  • ท่าทางที่ไม่เหมาะสมขณะให้นม (Poor Posture): การก้มตัวลงหาลูก การไหล่ห่อ หรือการนั่งเก้าอี้ที่ไม่มีพนักพิงหลังที่รองรับกระดูกสันหลังส่วนเอวอย่างเหมาะสม ทำให้กล้ามเนื้อคอ บ่า และหลังต้องเกร็งตัวค้างไว้เป็นเวลานานหลายชั่วโมงต่อวัน
  • น้ำหนักเต้านมที่เพิ่มขึ้น: ขนาดและน้ำหนักของเต้าที่ขยายใหญ่ขึ้นเพื่อผลิตน้ำนม ทำให้จุดศูนย์ถ่วงของร่างกายเปลี่ยนแปลงไปด้านหน้า ส่งผลให้กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อพยุงลำตัว
  • การพักผ่อนไม่เพียงพอและความเครียด: การอดนอนเพื่อตื่นมาให้นมลูกทุกสองถึงสามชั่วโมงทำให้กล้ามเนื้อไม่มีเวลาฟื้นตัวตามธรรมชาติ และความเครียดสะสมยังกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหดเกร็งตัวมากยิ่งขึ้น

ลักษณะอาการและลำดับความรุนแรงของอาการปวด

อาการปวดในคุณแม่สามารถพัฒนาจากความรู้สึกไม่สบายเล็กน้อยไปจนถึงอาการปวดเรื้อรังที่รบกวนชีวิตประจำวัน โดยสามารถแบ่งออกเป็นระยะต่างๆ ได้แก่

  • ระยะเริ่มต้น: รู้สึกตึงบริเวณต้นคอ บ่า และหลังส่วนล่างหลังจากการให้นมเสร็จสิ้น อาการมักจะดีขึ้นได้เองเมื่อได้พักผ่อนหรือนอนราบ
  • ระยะลุกลาม: อาการตึงกล้ามเนื้อเริ่มเปลี่ยนเป็นความเจ็บปวดแบบหน่วงๆ หรือปวดแปลบเมื่อขยับตัว เริ่มมีอาการปวดร้าวลงสะบักหรือร้าวลงสะโพก และอาการปวดไม่หายไปแม้จะนอนพักผ่อนแล้ว
  • ระยะเรื้อรัง: กล้ามเนื้อหดเกร็งเป็นก้อนแข็ง มีอาการปวดตลอดเวลา ขยับคอหรือหลังได้จำกัด ส่งผลกระทบต่อการอุ้มลูกและการทำกิจวัตรประจำวัน และอาจมีอาการชาที่ปลายมือร่วมด้วยหากมีการกดทับของเส้นประสาท
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากอาการปวดหลังร้าวลงขาทั้งสองข้าง ร่วมกับมีอาการชาบริเวณอวัยวะเพศหรือทวารหนัก หรือมีปัญหาเรื่องการควบคุมการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ นี่คือภาวะเร่งด่วนที่ต้องรีบไปพบแพทย์โดยทันที เพราะอาจเกิดจากภาวะกดทับเส้นประสาทครั้งใหญ่ที่เรียกว่ากลุ่มอาการหางม้า (Cauda Equina Syndrome)

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการปวดคอและปวดหลังส่วนใหญ่จะเกิดจากการใช้งานกล้ามเนื้อที่ไม่ถูกต้อง แต่มีบางอาการที่เป็นสัญญาณเตือนของโรคทางกระดูกและข้อที่รุนแรง ซึ่งคุณแม่ไม่ควรนิ่งนอนใจและควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทาง ได้แก่

  • อาการปวดหลังรุนแรงมากจนไม่สามารถขยับตัวหรือนอนราบได้เลย
  • มีอาการชา อ่อนแรงที่แขน ขา หรือมืออย่างเห็นได้ชัด เช่น ทำของตกหล่นบ่อยครั้ง หรือยกขาไม่ขึ้น
  • อาการปวดร่วมกับมีไข้หนาวสั่น น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • อาการปวดที่ไม่ดีขึ้นเลยแม้ว่าจะพักผ่อนอย่างเต็มที่หรือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแล้วเป็นเวลาเกินสองสัปดาห์

วิธีดูแลรักษาและบรรเทาอาการปวดที่บ้านอย่างถูกวิธี

การบรรเทาอาการปวดคอและปวดหลังในคุณแม่ให้นมบุตรสามารถทำได้โดยเน้นความปลอดภัยต่อทั้งคุณแม่และทารก โดยมีแนวทางปฏิบัติที่แนะนำดังนี้

  • การปรับท่าทางในการให้นม: ใช้หมอนรองให้นมเพื่อยกตัวทารกขึ้นมาหาระดับเต้านม แทนการก้มตัวลงไปหาลูก นั่งพิงพนักเก้าอี้ให้เต็มแผ่นหลัง และหาเก้าอี้เตี้ยมารองรับฝ่าเท้าเพื่อให้เข่าอยู่ในระดับที่สูงกว่าสะโพกเล็กน้อย
  • การประคบอุ่นและประคบเย็น: หากเป็นอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรังหรือมีอาการตึง ให้ใช้แผ่นประคบอุ่นบริเวณคอ บ่า หรือหลังครั้งละสิบห้าถึงยี่สิบนาที เพื่อช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวและคลายการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ แต่หากเพิ่งมีอาการบาดเจ็บเฉียบพลันให้ใช้ความเย็นประคบในช่วงสองวันแรก
  • การยืดเหยียดกล้ามเนื้อเบาๆ: ฝึกท่าบริหารยืดกล้ามเนื้อคอและหลังอย่างนุ่มนวลระหว่างวัน เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและลดการสะสมของกรดแลคติกในกล้ามเนื้อ
  • การใช้ยาที่ปลอดภัยในช่วงให้นม: หากจำเป็นต้องใช้ยาแก้ปวด ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง โดยยาพาราเซตามอลเป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัยในแม่ให้นมบุตร แต่ต้องระมัดระวังการใช้ยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เนื่องจากยาบางตัวอาจขับออกทางน้ำนมได้
คำแนะนำจากคุณหมอ: การอุ้มลูกน้อยควรใช้กำลังจากกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกในการย่อตัวลงอุ้ม แทนการก้มหลังลงไปยกโดยตรง และควรสลับข้างในการอุ้มให้นมเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้กล้ามเนื้อข้างใดข้างหนึ่งต้องทำงานหนักจนเกินไป

สิ่งที่ควรทำและข้อห้ามเด็ดขาดในการดูแลตัวเอง

การจัดการอาการปวดอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ในทางตรงกันข้าม การทำบางสิ่งที่ไม่เหมาะสมอาจทำให้อาการทรุดหนักลงได้

  • สิ่งที่ควรทำ: พักผ่อนให้เพียงพอเท่าที่จะทำได้ ดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ เพื่อความชุ่มชื้นของหมอนรองกระดูกสันหลัง และขอความช่วยเหลือจากสมาชิกในครอบครัวในการช่วยอุ้มลูกหรือทำงานบ้านบางอย่าง
  • ข้อห้ามเด็ดขาด: ห้ามซื้อยากลคลายกล้ามเนื้อหรือยาแก้ปวดแรงๆ ทานเองโดยเด็ดขาดเพราะอาจส่งผลถึงลูกน้อยผ่านทางน้ำนม ห้ามยกของหนักในท่าที่ผิดสุขลักษณะ และห้ามฝืนทนทำกิจกรรมที่ทำให้มีอาการปวดแปลบสะดุ้งเกิดขึ้น

การป้องกันระยะยาวและการปรับสภาพแวดล้อม

การป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดซ้ำซ้อนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด คุณแม่ควรปรับแต่งสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้เอื้อต่อสรีระ เช่น จัดเตรียมมุมให้นมที่สะดวกสบาย มีเบาะรองหลังและที่วางแขนที่มั่นคง ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวและกล้ามเนื้อหลังภายหลังคลอดเมื่อแพทย์อนุญาต และรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมเพื่อลดภาระของกระดูกสันหลัง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down