ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทารกตัวเหลืองและง่วงซึม: สัญญาณเตือนที่พ่อแม่ต้องใส่ใจอย่างใกล้ชิด

ภาวะทารกตัวเหลือง (Neonatal Jaundice) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยมากในเด็กแรกเกิดช่วงสัปดาห์แรกของชีวิต เกิดจากการมีสารสีเหลืองที่เรียกว่า บิลิรูบิน (Bilirubin) ในกระแสเลือดสูงกว่าปกติ เนื่องจากตับของทารกยังทำงานได้ไม่เต็มที่ในการกำจัดสารนี้ออกจากร่างกาย แม้ว่าภาวะตัวเหลืองในระดับน้อยอาจหายไปได้เอง แต่หากทารกมีอาการง่วงซึมร่วมด้วย นี่คือสัญญาณเตือนสำคัญทางการแพทย์ที่บ่งบอกว่าระดับบิลิรูบินอาจสูงมากจนเริ่มส่งผลกระทบต่อระบบประสาท ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินจากกุมารแพทย์อย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง

สาเหตุและกลไกการเกิดภาวะตัวเหลืองในทารกแรกเกิด

สาเหตุหลักของภาวะตัวเหลืองแบ่งออกเป็นชนิดที่ไม่อันตราย (Physiologic Jaundice) ซึ่งเกิดจากกระบวนการทำงานของร่างกายทารกที่กำลังปรับตัว และชนิดที่ผิดปกติ (Pathologic Jaundice) ซึ่งเกิดจากโรคหรือความผิดปกติทางร่างกาย ปัจจัยหลักได้แก่ การแตก (Hemolysis) ของเม็ดเลือดแดงที่มีมากกว่าผู้ใหญ่ การที่ตับยังขับบิลิรูบินออกทางอุจจาระและปัสสาวะได้ไม่ดี และภาวะที่ตับทำงานบกพร่อง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเสริม เช่น ภาวะความไม่เข้ากันของหมู่เลือดระหว่างแม่กับลูก (เช่น หมู่เลือดอาร์เอชหรือระบบเอบีโอไม่ตรงกัน) ภาวะพร่องเอนไซม์จีหกพีดี (G6PD Deficiency) การติดเชื้อในกระแสเลือด หรือภาวะน้ำนมแม่น้อยทำให้ทารกได้รับสารอาหารและน้ำไม่เพียงพอส่งผลให้ขับถ่ายได้น้อย

อาการสำคัญและการดำเนินของโรคที่ต้องสังเกต

อาการตัวเหลืองมักจะเริ่มปรากฏให้เห็นจากบริเวณใบหน้าก่อน แล้วจึงลามลงมาที่หน้าอก หน้าท้อง แขน และขา ตามลำดับ สังเกตได้ชัดเจนขึ้นเมื่อใช้นิ้วกดลงบนผิวหนังของทารกแล้วปล่อย จะเห็นผิวเป็นสีเหลืองชัดเจน ส่วนอาการง่วงซึม (Lethargy) จะสังเกตได้จากการที่ทารกไม่ยอมตื่นมากินนม หลับลึกปลุกตื่่นยาก ร้องไห้เสียงแหลมผิดปกติ หรือมีภาวะกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก ซึ่งอาการเหล่านี้แสดงว่าสารบิลิรูบินอาจเริ่มสะสมในเนื้อสมอง ทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่เรียกว่า เคอร์นิเทอร์ส (Kernicterus) ซึ่งอันตรายถึงชีวิตหรือทุพพลภาพระยะยาวได้

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามวางทารกรับแสงแดดจัดที่ริมหน้าต่างเพื่อรักษาอาการตัวเหลืองตามความเชื่อโบราณ เพราะอาจทำให้ทารกเกิดภาวะขาดน้ำ ผิวหนังไหม้จากแสงแดด และเสียเวลาในการรักษาด้วยวิธีทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งอาจทำให้ระดับบิลิรูบินสูงขึ้นจนเป็นอันตรายต่อสมอง

วิธีดูแลและประเมินอาการที่บ้านอย่างถูกต้อง

หากทารกมีอาการตัวเหลืองเล็กน้อยและยังตื่นกินนมได้ดี การดูแลเบื้องต้นที่บ้านสามารถทำได้โดยการให้ทารกดูดนมแม่บ่อยๆ ทุกสองถึงสามชั่วโมง เพื่อกระตุ้นให้ทารกขับถ่ายอุจจาระและปัสสาวะบ่อยขึ้น ซึ่งช่วยขับสารบิลิรูบินออกจากร่างกายตามธรรมชาติ ผู้ดูแลต้องสังเกตสีผิวของทารกในห้องที่มีแสงสว่างเพียงพอ โดยเฉพาะแสงธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการใช้หลอดไฟนีออนสีเหลืองเพราะจะบังคับให้มองเห็นสีผิวผิดเพี้ยนไป

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพาไปพบแพทย์ทันที

ทารกตัวเหลืองที่มีอาการร่วมเหล่านี้ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ต้องรีบพาไปโรงพยาบาลทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงนัดหมาย

  • อาการตัวเหลืองลามลงมาถึงระดับสะโพก ต้นขา หรือฝ่ามือฝ่าเท้า
  • ทารกง่วงซึมมาก ไม่ยอมตื่นมากินนม หรือดูดนมน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
  • ปัสสาวะมีสีเข้มจัดคล้ายสีชา หรืออุจจาระมีสีซีดขาวเหมือนสีดินน้ำมัน
  • ทารกมีไข้ ตัวร้อน ร้องกวนมากผิดปกติ หรือร้องเสียงแหลมสูง
  • มีอาการเกร็ง กระตุก หรือกล้ามเนื้ออ่อนปวกเปียก
คำแนะนำจากคุณหมอ: การรักษาภาวะตัวเหลืองที่ได้มาตรฐานและปลอดภัยที่สุดคือการส่องไฟรักษา (Phototherapy) ที่โรงพยาบาล โดยกุมารแพทย์จะเป็นผู้ประเมินระดับบิลิรูบินในเลือดร่วมกับอายุของทารกเป็นชั่วโมง เพื่อพิจารณาความเข้มของแสงและระยะเวลาที่เหมาะสม

การตรวจวินิจฉัยและการรักษาทางการแพทย์

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล แพทย์จะทำการซักประวัติการตั้งครรภ์ การคลอด หมู่เลือดของแม่และเด็ก และทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด พร้อมทั้งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น การเจาะเลือดเพื่อหาระดับบิลิรูบินรวม (Total Bilirubin) และบิลิรูบินชนิดละลายน้ำ (Direct Bilirubin) ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด และตรวจหาภาวะพร่องเอนไซม์จีหกพีดี หากพบว่าระดับบิลิรูบินสูงเกินเกณฑ์ความปลอดภัย แพทย์จะทำการรักษาด้วยการส่องไฟ หรือในรายที่มีอาการรุนแรงมากอาจต้องพิจารณาเปลี่ยนถ่ายเลือด (Exchange Transfusion) เพื่อลดระดับสารบิลิรูบินอย่างรวดเร็ว

กล่องสรุปคำแนะนำสำหรับพ่อแม่และผู้ดูแล

  • สังเกตสีผิวของทารกในห้องที่มีแสงสว่างธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอทุกวัน
  • ให้ทารกดูดนมแม่อย่างสม่ำเสมอทุกสองถึงสามชั่วโมงเพื่อกระตุ้นการขับถ่าย
  • บันทึกจำนวนครั้งของปัสสาวะและอุจจาระของทารกในแต่ละวัน
  • หากพบว่าทารกตัวเหลืองลามลงต่ำกว่าหน้าอก หรือมีอาการง่วงซึมร่วมด้วย ให้รีบพาไปพบแพทย์ทันที
  • ปฏิบัติตามนัดหมายของกุมารแพทย์อย่างเคร่งครัดเพื่อติดตามระดับบิลิรูบินจนกว่าจะกลับสู่ภาวะปกติ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down