ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

เข้าใจความเชื่อมโยงระหว่างผื่นแพ้และอาการโคลิกในทารก

ทารกในช่วงขวบปีแรกมักเผชิญกับปัญหาสุขภาพที่สร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ปกครองเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะปัญหาผื่นแพ้ทางผิวหนังและอาการร้องกอดอก งอแงจากโรคโคลิก (Colic) ซึ่งภาวะทั้งสองนี้อาจเกิดขึ้นร่วมกันได้บ่อย เนื่องจากระบบทางเดินอาหารและระบบภูมิคุ้มกันของทารกยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ การทำความเข้าใจกลไกการเกิดโรคจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการดูแลทารกอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์

สาเหตุและกลไกการเกิดโรคผื่นแพ้และโคลิก

อาการผื่นแพ้ในทารก มักมีสาเหตุมาจากโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic Dermatitis) หรือการแพ้อาหาร เช่น การแพ้นมวัว (Cow Milk Protein Allergy) ซึ่งโปรตีนแปลกปลอมสามารถกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันของทารกเกิดปฏิกิริยาการอักเสบ แสดงออกทางผิวหนังเป็นผื่นแดง คัน และแห้งกร้าน นอกจากนี้ โปรตีนที่ก่อให้เกิดการแพ้ยังส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดการอักเสบ ท้องอืด มีแก๊สสะสมจำนวนมาก ซึ่งเป็นชนวนเหตุสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดอาการร้องกอดอกไม่หยุด หรือที่เรียกว่าโรคโคลิกนั่นเอง

อาการสำคัญและสัญญาณเตือนของภาวะโคลิกและผื่นแพ้

ทารกที่มีอาการโคลิกมักจะมีลักษณะการร้องไห้ที่เรียว่าเป็นกฎสามประการ คือ ร้องนานกว่าสามชั่วโมงต่อวัน เป็นมากกว่าสามวันต่อสัปดาห์ และเป็นต่อเนื่องนานกว่าสามสัปดาห์ โดยไม่มีสาเหตุทางกายภาพที่ชัดเจน ทารกจะมีอาการกำหมัด งอขาเข้าหาหน้าท้อง หน้าแดงขณะร้อง ร่วมกับอาการท้องป่องตึง ในส่วนของผื่นแพ้ จะพบผื่นแดงบริเวณแก้ม ซอกคอ ข้อพับแขนและขา ทารกจะมีอาการคันและนอนหลับไม่สนิท

ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากทารกมีอาการร้องไห้โยเยรุนแรงร่วมกับอาเจียนพุ่งเป็นสีเขียว ถ่ายมีมูกเลือดปน ซึมลง หรือมีไข้สูง ผู้ปกครองต้องรีบพาไปพบกุมารแพทย์ทันที เพราะอาจไม่ใช่แค่โคลิกธรรมดา แต่อาจเป็นภาวะลำไส้กลืนกันหรือการติดเชื้อรุนแรง

ท่าอุ้มให้นมที่ช่วยลดการกลืนลมและบรรเทาอาการปวดท้อง

การให้นมที่ไม่ถูกวิธี เช่น ทารกอ้าปากอมหัวนมไม่สนิท ทำให้มีอากาศกลืนเข้าไปในกระเพาะอาหารปริมาณมาก (Air Swallowing) แก๊สเหล่านี้จะไปดันผนังลำไส้ทำให้ทารกปวดท้องทรมาน การปรับเปลี่ยนท่าอุ้มให้นมและการจัดท่าทางจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยลดปริมาณลมในท้อง

เทคนิคการอุ้มให้นมและการจัดท่า

  • ท่าศีรษะสูง (Upright Feeding Position): ควรให้ทารกอยู่ในท่าที่ศีรษะสูงกว่าลำตัวประมาณ 45 องศาขณะดื่มนม ไม่ควรให้นมในท่านอนราบสนิท เพราะจะทำให้น้ำนมไหลย้อนและกลืนลมได้ง่ายขึ้น
  • ท่าอุ้มพาดบ่าหลังให้นม (Burping Position): หลังมื้อนมทุกครั้ง ต้องอุ้มทารกพาดบ่าหรือให้นั่งตักโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย พร้อมกับลูบหลังเบาๆ จากล่างขึ้นบน เพื่อช่วยให้ลมที่กลืนเข้าไปในกระเพาะอาหารสามารถเรอออกมาได้ง่าย
  • การจัดริมฝีปากอมหัวนมให้สนิท: ไม่ว่าจะเป็นการให้นมแม่จากเต้าหรือนมขวด ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าริมฝีปากของทารกบานออกและอมลานหัวนมหรือจุกนมได้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้อากาศรั่วไหลเข้าไปขณะดูดนม
คำแนะนำจากคุณหมอ: การแบ่งมื้อนมให้บ่อยขึ้นแต่ปริมาณน้อยลงในแต่ละมื้อ จะช่วยลดภาระการทำงานของระบบย่อยอาหารในทารกที่เป็นโคลิกและลดอาการท้องอืดได้เป็นอย่างดี

วิธีรักษาและการดูแลทารกอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์

เมื่อทารกได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นผื่นแพ้และโคลิก แพชาจะวางแผนการรักษาตามความรุนแรงของอาการ ดังนี้

การรักษาทางการแพทย์

  • การใช้ยาทาเฉพาะที่: สำหรับผื่นแพ้ผิวหนัง แพทย์อาจพิจารณาใช้ยาสเตียรอยด์ชนิดทาที่มีความแรงต่ำในระยะสั้นเพื่อควบคุมการอักเสบ ร่วมกับการใช้ครีมบำรุงผิว (Emollient) เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิวหนัง
  • การปรับเปลี่ยนชนิดของนม: หากแพทย์วินิจฉัยว่าเกิดจากการแพ้นมวัว ทารกที่กินนมผสมอาจต้องเปลี่ยนไปใช้นมสูตรโปรตีนย่อยอย่างละเอียด (Extensively Hydrolyzed Formula) หรือนมสูตรกรดอะมิโน ส่วนคุณแม่ที่ให้นมบุตรอาจต้องงดผลิตภัณฑ์จากนมวัวในอาหารของตนเอง

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ห้ามซื้อยาทาสเตียรอยด์ที่มีความแรงสูงมาทาผิวหนังทารกด้วยตนเองโดยไม่มีคำสั่งแพทย์ เนื่องจากผิวหนังทารกบางมากและอาจเกิดผลข้างเคียงสะสม ห้ามให้ทารกกินยาขับลมหรือยาแผนโบราณที่ไม่ผ่านการรับรองจากกุมารแพทย์ และห้ามเขย่าตัวทารกอย่างรุนแรงเพื่อหยุดร้องไห้เด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกในสมอง (Shaken Baby Syndrome)

การป้องกันและการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันระยะยาว

การป้องกันสามารถทำได้โดยการส่งเสริมให้ทารกได้รับนมแม่ล้วนอย่างน้อย 6 เดือนแรก เนื่องจากนมแม่มีสารอาหารและภูมิคุ้มกันที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้ หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นภายในบ้าน เช่น ฝุ่นละออง ไรฝุ่น ควันบุหรี่ และสารเคมีที่อาจระคายเคืองผิวหนังทารก ดูแลรักษาความสะอาดผิวหนังด้วยผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่อ่อนโยน ปราศจากน้ำหอมและสารระคายเคือง

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down