ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

อันตรายจากการโดนแตนต่อยในช่องปากและลำคอ

การโดนแมลงมีพิษจำพวกแตน ต่อ หรือผึ้ง ต่อatบริเวณช่องปาก ลำคอ หรือลิ้น ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่อันตรายถึงชีวิต เนื่องจากพิษของแมลงจะกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการอักเสบอย่างรุนแรง ส่งผลให้เนื้อเยื่อบริเวณทางเดินหายใจส่วนบนบวมอย่างรวดเร็ว ปิดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้ออกซิเจนไม่สามารถเข้าสู่ปอดได้ แม้ว่าผู้ป่วยจะมีอาการเพียงเล็กน้อยในตอนแรก แต่สถานการณ์สามารถพลิกผันกลายเป็นภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจเฉียบพลันภายในไม่กี่นาที บทความนี้จึงรวบรวมแนวทางการใช้ยา ขนาดยาที่ถูกต้อง และข้อควรระวังทางการแพทย์ เพื่อการรับมือและปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องที่สุด

กลไกการเกิดพิษและอาการแสดงตามระยะเวลา

เมื่อแตนต่อย พิษของแตน (Wasp Venom) ซึ่งประกอบด้วยสารเคมีหลายชนิด เช่น ฮีสตามีน เซโรโทนิน และเอนไซม์ย่อยโปรตีน จะถูกฉีดเข้าสู่เนื้อเยื่อโดยตรง ทำให้เกิดปฏิกิริยาสองส่วนหลัก ได้แก่ ปฏิกิริยาเฉพาะที่ (Local Reaction) และปฏิกิริยาทั่วร่างกาย (Systemic Reaction)

อาการในระยะแรก

  • ปวดแสบปวดร้อนทันทีบริเวณที่ถูกต่อย
  • มีอาการบวมแดงและคันบริเวณริมฝีปาก ลิ้น หรือเพดานปาก
  • น้ำลายไหล กลืนลำบาก หรือเจ็บคออย่างรุนแรง

อาการในระยะอันตราย

  • เสียงแหบ เสียงเปลี่ยน หายใจมีเสียงหวีด (Stridor)
  • หายใจลำบาก หายใจหอบเหนื่อย อกบุ๋ม
  • บวมลามไปยังใบหน้า ตา และลำคอส่วนนอก
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด ความดันโลหิตต่ำจากภาวะแพ้รุนแรง (Anaphylactic Shock)
ข้อควรระวังทางการแพทย์: หากผู้ป่วยถูกต่อยภายในช่องปาก ห้ามรอสังเกตอาการที่บ้านนานเกินไป ควรนำส่งโรงพยาบาลทันทีแม้จะยังหายใจได้ปกติ เพราะเนื้อเยื่อในปากบวมได้เร็วมากจนคาดไม่ถึง

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและการจัดการทางการแพทย์

การรักษาผู้ป่วยที่โดนแตนต่อยในช่องปากหรือคอต้องดำเนินการโดยแพทย์ในสถาน วีดีวี หรือห้องฉุกเฉินเป็นหลัก โดยกลุ่มยาหลักที่แพทย์พิจารณาใช้ตามความรุนแรงของอาการมีดังนี้

ยาอะดรีนาลีน (Adrenaline หรือ Epinephrine)

เป็นยาช่วยชีวิตที่สำคัญที่สุดในกรณีที่มีอาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) หรือมีอาการบวมของทางเดินหายใจ ออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดหดตัว ลดการบวมของเนื้อเยื่อ และขยายหลอดลมทันที โดยแพทย์จะฉีดเข้าที่กล้ามเนื้อต้นขาในทันที

ยากลุ่ม antihistamines

ยาต้านฮีสตามีนช่วยลดอาการบวม คัน และลมพิษ แพทย์อาจให้ยาฉีดในระยะเฉียบพลัน เช่น คลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine) หรือไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) และให้รับประทานต่อเนื่องเพื่อลดอาการอักเสบในภายหลัง

ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids)

เช่น เดกซาเมทาโซน (Dexamethasone) หรือเพรดนิโซโลน (Prednisolone) ช่วยลดการอักเสบและการบวมของเนื้อเยื่อในระยะยาว ป้องกันไม่ให้เกิดอาการบวมซ้ำหลังจากฤทธิ์ยาอะดรีนาลีนหมดลง

ยาขยายหลอดลมชนิดพ่นหรือพ่นละอองยา (Bronchodilators)

ใช้ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการหลอดลมเกร็ง หายใจมีเสียงหวีด เพื่อช่วยเปิดทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น

ขนาดยาและวิธีใช้อย่างปลอดภัยตามหลักการแพทย์

การใช้ยาในกรณีฉุกเฉินนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด:

  • อะดรีนาลีนสำหรับเด็ก: ขนาดยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อขนาดศูนย์จุดหนึ่งห้าถึงศูนย์จุดสามมิลลิกรัม (ตามน้ำหนักตัว)
  • อะดรีนาลีนสำหรับผู้ใหญ่: ขนาดยาฉีดเข้ากล้ามเนื้อขนาดศูนย์จุดสามถึงศูนย์จุดห้ามิลิกรัม
  • ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน: ต้องรับประทานติดต่อกันตามที่แพทย์สั่งจนหมด เพื่อการลดอักเสบที่สมบูรณ์ ห้ามหยุดยาเองทันที
คำแนะนำจากคุณหมอ: ในระหว่างเดินทางไปโรงพยาบาล หากผู้ป่วยมีประวัติแพ้รุนแรงและมีปากกาฉีดอะดรีนาลีนพกพา (EpiPen) สามารถใช้ฉีดที่ต้นขาด้านนอกได้ทันทีก่อนถึงมือแพทย์

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา

การใช้ยาในกลุ่มฉุกเฉินเหล่านี้อาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่ผู้ป่วยและญาติควรทราบ ได้แก่

  • ใจสั่น หัวใจเต้นเร็ว มือสั่น และวิตกกังวล จากฤทธิ์ของยาอะดรีนาลีน
  • ง่วงซึม ปากแห้ง จากฤทธิ์ของยาต้านฮีสตามีนรุ่นเก่า
  • ระคายเคืองกระเพาะอาหาร คลื่นไส้ หรือนอนไม่หลับ หากใช้สเตียรอยด์ขนาดสูงเป็นระยะเวลาสั้นๆ

ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาด

ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีอาการบวมในช่องปาก ห้ามกระทำการเหล่านี้เด็ดขาดเนื่องจากเป็นอันตรายถึงชีวิต:

  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะ (ยาฆ่าเชื้อ) รับประทานเอง: เพราะอาการบวมไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย แต่เกิดจากพิษและปฏิกิริยาภูมิแพ้
  • ห้ามใช้ยาลดน้ำมูกหรือยาแก้ไอทั่วไปแทนยาขยายหลอดลม: ยาเหล่านี้ไม่มีฤทธิ์ลดการบวมของทางเดินหายใจและอาจทำให้เสียเวลาทองในการรักษา
  • ห้ามใช้วิธีพื้นบ้าน เช่น การพอกยาสสมุนไพรในปาก: เพราะอาจทำให้แผลติดเชื้อซ้ำซ้อนและกระตุ้นให้เกิดการอักเสบรุนแรงมากขึ้น

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากมีอาการดังต่อไปนี้ ถือเป็นภาวะวิกฤตที่ต้องไปโรงพยาบาลโดยด่วนที่สุด:

  • หายใจมีเสียงดัง หายใจลำบาก หรือรู้สึกเหมือนมีอะไรมาติดอยู่ในคอ
  • ลิ้นบวม ริมฝีปากบวมหนาขึ้นเรื่อยๆ
  • เสียงแหบ หรือพูดไม่เป็นคำ
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด ใจสั่นมาก หรือหมดสติ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: ผู้ป่วยที่โดนต่อยในปากและคอทุกคนควรได้รับการสังเกตอาการในโรงพยาบาลอย่างน้อยสี่ถึงหกชั่วโมง แม้จะดูเหมือนอาการน้อยในตอนแรก เนื่องจากอาการบวมอาจเกิดขึ้นล่าช้าได้

วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นระหว่างนำส่งโรงพยาบาล

ในขณะที่กำลังพาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาล สามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ดังนี้:

  • ให้ผู้ป่วยอมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ เพื่อช่วยลดการไหลเวียนเลือดและลดอาการบวมบริเวณที่โดนต่อย
  • ให้ผู้ป่วยอยู่ในท่านั่งที่หายใจสะดวกที่สุด ห้ามให้นอนราบเด็ดขาดเพราะจะทำให้ทางเดินหายใจปิดกั้นเร็วขึ้น
  • ห้ามพยายามใช้นิ้วล้วงเข้าไปในคอเพื่อเขี่ยเหล็กในออกหากมองไม่เห็นชัดเจน เพราะอาจทำให้เนื้อเยื่อบวมมากขึ้น
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down