อันตรายเร่งด่วนเมื่อโดนแตนต่อยในปากหรือคอ
การถูกแตนต่อยบริเวณช่องปาก ลำคอ หรือกล่องเสียง ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่มีความรุนแรงสูงมาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีเนื้อเยื่ออ่อนที่สามารถบวมขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ทางเดินหายใจอุดตันและเกิดภาวะหายใจไม่ออกจนถึงแก่ชีวิตได้ทันที พิษจากเหล็กในของแตนประกอบด้วยสารเคมีหลายชนิดที่กระตุ้นการอักเสบอย่างรุนแรงและการแพ้เฉียบพลัน (Anaphylaxis) การประเมินสถานการณ์และการปฐมพยาบาลอย่างถูกต้องตามหลักการแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการช่วยชีวิตผู้ป่วย
ความแตกต่างของความรุนแรงเทียบกับการถูกต่อยส่วนอื่น
การถูกต่อยที่แขนหรือขาอาจทำให้เกิดอาการปวด บวมแดง และคันเฉพาะที่ ซึ่งสามารถรักษาได้ตามอาการทั่วไป แต่หากเป็นบริเวณปาก ลำคอ หรือลิ้น ความเสี่ยงจะพุ่งสูงขึ้นทันทีเนื่องจากอาการบวมจะไปกีดขวางทางเดินหายใจส่วนบน ผู้ป่วยอาจมีเสียงหายใจผิดปกติ น้ำลายไหล กลืนลำบาก และขาดออกซิเจนอย่างเฉียบพลัน กลุ่มเสี่ยงที่มีอาการรุนแรงได้ง่าย ได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
กลไกการออกฤทธิ์ของพิษแตนและอาการแสดง
พิษของแตนประกอบด้วยเปปไทด์และเอนไซม์ที่ทำลายเซลล์เนื้อเยื่อ กระตุ้นการหลั่งฮีสตามีน (Histamine) ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและเกิดการรั่วของพลาสมาเข้าสู่เนื้อเยื่อโดยรอบ ส่งผลให้เกิดอาการบวมแดงอย่างรวดเร็ว อาการเริ่มต้นมักมีอาการปวดแสบปวดร้อนทันที ณ ตำแหน่งที่ถูกต่อย ตามด้วยอาการบวมของริมฝีปาก ลิ้น หรือผนังคอ หากพิษเข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงหรือผู้ป่วยมีภาวะภูมิแพ้ จะทำให้เกิดอาการทั่วร่างกาย
อาการแสดงในระยะต่างๆ
อาการเริ่มแรก (0 ถึง 15 นาทีแรก) จะมีอาการปวดแปลบ แสบร้อน บวมแดงบริเวณที่โดนต่อยอย่างรวดเร็ว อาการเด่นชัด (15 นาทีถึง 2 ชั่วโมง) เริ่มมีอาการบวมลามไปที่คอ กลืนลำบาก เสียงแหบ หายใจมีเสียงหวีดหรือเสียงครืดคราด อาการระยะรุนแรงหรือภาวะแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) จะมีความดันโลหิตต่ำ ชีพจรเบาและเร็ว เวียนศีรษะ หน้ามืดหมดสติ และอาจหยุดหายใจหากไม่ได้รับความช่วยเหลือทันที
สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที
- หายใจลำบาก หายใจหอบเหนื่อย หรือมีเสียงดังผิดปกติขณะหายใจ
- อาการบวมลามอย่างรวดเร็วที่ลิ้น เพดานปาก หรือลำคอ
- เสียงแหบ เสียงเปลี่ยน หรือพูดไม่เป็นคำ
- รู้สึกแน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม
- มีผื่นลมพิษกระจายทั่วตัว หน้าบวม ตาบวม หรือริมฝีปากบวมเจ่อ
วิธีดูแลรักษาเบื้องต้นและการปฐมพยาบาล
ในระหว่างรอความช่วยเหลือทางการแพทย์ หากมองเห็นเหล็กในคาอยู่ ให้ใช้วัตถุขอบเรียบ เช่น บัตรพลาสติก ขูดออกเบาๆ ห้ามใช้มือบีบหรือใช้แหนบดึงบริเวณถุงพิษเด็ดขาด เพราะจะทำให้พิษถูกบีบเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น การประคบเย็นด้วยน้ำแข็งห่อผ้าสะอาดบริเวณภายนอกลำคอหรือแก้มสามารถช่วยลดการกระจายตัวของพิษและลดอาการบวมได้เบื้องต้น ห้ามอมน้ำแข็งหรือประคบน้ำแข็งโดยตรงภายในช่องปากหากมีความเสี่ยงเรื่องทางเดินหายใจบวม
กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาและการใช้ยาอย่างปลอดภัย
การใช้ยาในการรักษาอาการถูกแตนต่อยในปากหรือคอต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากผู้ป่วยมีความเสี่ยงเรื่องทางเดินหายใจอุดตัน โดยกลุ่มยาหลักประกอบด้วยยาแก้แพ้ (Antihistamines) เพื่อลดอาการบวมและปฏิกิริยาภูมิแพ้ ยาสเตียรอยด์ชนิดฉีดหรือรับประทานเพื่อลดการอักเสบและการบวมของทางเดินหายใจอย่างรวดเร็ว และในกรณีที่มีอาการแพ้รุนแรง แพทย์จะใช้ยาอะดรีนาลีน (Epinephrine) ฉีดเข้ากล้ามเนื้อเพื่อช่วยชีวิตทันที
ขนาดยาและการบริหารยาตามหลักการแพทย์
การให้ยาในภาวะฉุกเฉินนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินและให้ยาในสถานพยาบาล สำหรับยาแก้แพ้กลุ่มรับประทาน เช่น เซทิริซีน (Cetirizine) หรือคลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine) จะใช้ตามน้ำหนักตัวและอายุของผู้ป่วย ยาสเตียรอยด์จะถูกบริหารโดยบุคลากรทางการแพทย์เพื่อออกฤทธิ์ลดบวมในหลอดลมอย่างเร่งด่วน ห้ามผู้ป่วยซื้อยามากินเองในปริมาณที่มากเกินขนาดเพราะอาจกดการหายใจหรือส่งผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย
ผลข้างเคียงของยาและข้อควรระวัง
การใช้ยาแก้แพ้รุ่นเก่าอาจทำให้มีอาการง่วงซึม มึนงง ปากแห้ง ซึ่งอาจรบกวนการประเมินระดับความรู้สึกตัวของผู้ป่วยได้ การใช้ยาสเตียรอยด์ในขนาดสูงแม้จะเป็นช่วงสั้นๆ อาจทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นและเกิดความดันโลหิตสูงชั่วคราว ผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเช่นเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงจึงต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบทันที
ยาอันตรายที่ห้ามใช้เองเด็ดขาด
ห้ามใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเซด (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือแอสไพริน (Aspirin) ในช่วงแรกของการเกิดอาการ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงในการระคายเคืองกระเพาะอาหารและส่งผลต่อระบบการแข็งตัวของเลือด นอกจากนี้ห้ามใช้ยาปฏิชีวนะ (Antibiotics) ชนิดรับประทานเองโดยไม่มีข้อบ่งชี้จากการติดเชื้อแบคทีเรีย เพราะไม่มีผลในการรักษาพิษแมลงและอาจทำให้เกิดอาการแพ้ยาซ้ำซ้อนได้
วิธีป้องกันการถูกแตนต่อยซ้ำ
หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้รังแตนหรือแหล่งที่อยู่อาศัยของแมลงมีพิษ ระมัดระวังในการรับประทานอาหารกลางแจ้งหรือผลไม้ที่มีรสหวานจัดเพราะมักดึงดูดแตนและแมลงวัน สวมใส่เสื้อผ้าสีอ่อนและหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอมกลิ่นดอกไม้แรงๆ เมื่อต้องทำกิจกรรมกลางแจ้ง หากพบเห็นรังแตนควรให้ผู้เชี่ยวชาญมาทำการกำจัดอย่างปลอดภัย ห้ามทำลายรังด้วยตนเอง