ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ภัยเงียบใกล้ตัวเมื่อโดนแตนต่อยในปากหรือคอ

อุบัติเหตุจากการถูกแมลงมีพิษต่อย โดยเฉพาะแมลงในกลุ่มต่อ แตน หรือผึ้ง นับเป็นเหตุการณ์ฉุกเฉินทางการแพทย์ที่ประมาทไม่ได้เลยทีเดียว ยิ่งหากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นบริเวณภายในช่องปาก ลำคอ หรือรอบริมฝีปาก ความรุนแรงของอาการจะไม่จำกัดอยู่เพียงแค่ความเจ็บปวดหรือรอยบวมแดงเฉพาะที่เหมือนกับการถูกต่อยที่แขนหรือขา แต่เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นทางผ่านของระบบทางเดินหายใจและทางเดินอาหาร การเกิดปฏิกิริยาอักเสบ บวมโต หรืออาการแพ้อย่างรุนแรง จึงอาจส่งผลให้ทางเดินหายใจตีบตันและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้อย่างรวดเร็ว บทความนี้จึงมุ่งเน้นให้ความรู้ความเข้าใจอย่างละเอียดถึงกลไกการเกิดอาการ สัญญาณเตือนภัยที่อันตราย และแนวทางการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลสามารถรับมือกับสถานการณ์วิกฤตได้อย่างทันท่วงที

สาเหตุและกลไกการเกิดอาการพิษจากเหล็กในของแตน

เมื่อแตนต่อย เหยื่อจะได้รับพิษ (Venom) ซึ่งเป็นสารเคมีซับซ้อนที่ประกอบด้วยโปรตีน เปปไทด์ และเอนไซม์หลายชนิด เข้าสู่เนื้อเยื่อโดยตรงผ่านทางเหล็กใน พิษเหล่านี้จะออกฤทธิ์ทำลายเซลล์เนื้อเยื่อโดยรอบ ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อน บวมแดง และกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งสารฮิสตามีน (Histamine) และสารสื่ออักเสบอื่นๆ ออกมา ซึ่งสารเหล่านี้ทำให้หลอดเลือดขยายตัวและการซึมผ่านของผนังหลอดเลือดเพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดอาการบวมน้ำ (Edema) อย่างรวดเร็ว

ในกรณีที่ถูกต่อยบริเวณช่องปากและลำคอ ความอันตรายจะทวีคูณเนื่องจากเนื้อเยื่อบริเวณลิ้น ต่อมทอนซิล เพดานปาก และหลอดลมมีความบางและมีเส้นเลือดฝอยมาเลี้ยงจำนวนมาก เมื่อเกิดการบวมจากการอักเสบหรือจากปฏิกิริยาภูมิแพ้เฉียบพลัน เนื้อเยื่อเหล่านี้จะขยายตัวจนไปปิดกั้นทางเดินหายใจ ทำให้ผู้ป่วยหายใจไม่ออก ขาดออกซิเจน และอาจเสียชีวิตได้ภายในระยะเวลาอันสั้นหากไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

อาการแสดงสำคัญและระดับความรุนแรง

อาการหลังถูกแตนต่อยในปากหรือคอสามารถแบ่งออกได้เป็นความรุนแรงระดับต่างๆ ดังนี้

  • อาการเฉพาะที่: ปวดแสบปวดร้อนทันที ณ ตำแหน่งที่โดนต่อย มีอาการบวม แดง และร้อนบริเวณเนื้อเยื่อในปาก ลิ้น หรือลำคอ
  • อาการลุกลาม: อาการบวมลามไปยังบริเวณรอบข้าง เช่น ลิ้นบวมโตจนพูดไม่ชัด กลืนน้ำลายหรืออาหารไม่ได้ หายใจมีเสียงหวีดหรือเสียงครืดคราดในลำคอ
  • อาการทั่ว หรือภาวะภูมิแพ้รุนแรง (Anaphylaxis): เกิดผื่นลมพิษกระจายทั่วตัว หน้าตาบวม ปากบวม ตาบวม แน่นหน้าอก เวียนศีรษะ หน้ามืด ความดันโลหิตต่ำลงอย่างรวดเร็ว และหมดสติ
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการแพ้รุนแรง (Anaphylaxis) อาจไม่ได้เกิดขึ้นทันทีในวินาทีแรก แต่อาจแสดงอาการภายในสิบถึงสามสิบนาทีหลังถูกต่อย ผู้ป่วยที่ถูกต่อยในช่องปากจึงต้องได้รับการสังเกตอาการอย่างใกล้ชิดในสถานพยาบาลแม้จะรู้สึกว่าอาการยังไม่รุนแรงในตอนแรกก็ตาม

สัญญาณเตือนภัยอันตรายที่ต้องนำส่งโรงพยาบาลทันที

หากพบอาการเหล่านี้ร่วมด้วย ถือเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ระดับวิกฤต ห้ามรอสังเกตอาการที่บ้านเด็ดขาด ต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดหรือโทรแจ้งหน่วยแพทย์ฉุกเฉินทันที

  • มีอาการหายใจลำบาก หายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงดังผิดปกติ
  • ริมฝีปาก ลิ้น หรือผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ (Cyanosis) จากภาวะขาดออกซิเจน
  • กลืนน้ำลายไม่ได้ มีน้ำลายไหลย้อยเพราะไม่สามารถกลืนลงคอได้
  • เสียงเปลี่ยนไป เช่น เสียงแหบแห้งลงอย่างกะทันหัน หรือพูดไม่ออก
  • มีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด คล้ายจะเป็นลม หรือหมดสติ

วิธีดูแลรักษาที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการรักษาในโรงพยาบาลมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยชีวิตผู้ป่วย

การปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่บ้าน (เฉพาะกรณีที่ไม่มีอาการหายใจลำบาก)

หากมองเห็นเหล็กในคาอยู่ ให้รีบเขี่ยออกด้วยวัตถุที่มีขอบเรียบและแข็ง เช่น บัตรพลาสติก ขูดออกด้านข้าง ห้ามใช้นิ้วมือหรือแหนบหยิบตรงๆ เพราะอาจทำให้ถุงพิษที่ติดอยู่แตกและปล่อยพิษเข้าสู่ร่างกายมากขึ้น จากนั้นให้ประคบเย็นบริเวณด้านนอกลำคอหรือแก้มเพื่อช่วยลดอาการบวมและการดูดซึมของพิษ ให้ผู้ป่วยอมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ เพื่อช่วยลดการบวมในช่องปาก และรีบเดินทางไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการ

การรักษาทางการแพทย์

เมื่อถึงมือแพทย์ แพทย์จะประเมินทางเดินหายใจเป็นอันดับแรก หากพบว่ามีภาวะทางเดินหายใจอุดตัน แพทย์จะดำเนินการเปิดทางเดินหายใจทันที เช่น การใส่ท่อช่วยหายใจ หรือในรายที่รุนแรงมากอาจต้องเจาะคอ การรักษาด้วยยาประกอบด้วยการฉีดยาอะดรีนาลีน (Adrenaline หรือ Epinephrine) ในรายที่มีอาการแพ้รุนแรง การให้ยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines) และยาลดการอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์ (Corticosteroids) เพื่อลดอาการบวมของเนื้อเยื่อในทางเดินหายใจ รวมถึงการให้น้ำเกลือและเฝ้าระวังสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด

คำแนะนำจากคุณหมอ: ห้ามใช้วิธีพื้นบ้าน เช่น การทายาป้าย พอกสมุนไพร หรือใช้วัตถุมีคมกรีดบริเวณที่ถูกต่อยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อน และไม่ได้ช่วยลดพิษของแมลงแต่อย่างใด

ข้อควรระวังสำคัญและสิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาด

ในระหว่างที่รอการนำส่งโรงพยาบาลหรือระหว่างการดูแลรักษา มีข้อควรปฏิบัติที่ต้องเคร่งครัด:

  • ห้ามให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำใดๆ ทางปาก หากมีอาการบวมในลำคอ เพราะอาจสำลักและปิดกั้นทางเดินหายใจมากขึ้น
  • ห้ามทำการนวด ขยี้ หรือเกาบริเวณแผลที่ถูกต่อย เพราะจะทำให้พิษแพร่กระจายเร็วขึ้น
  • ห้ามซื้อยาปฏิชีวนะหรือยาพ่นคอมาใช้เองโดยไม่มีคำสั่งจากแพทย์

การป้องกันและการปฏิบัติตัวเพื่อความปลอดภัยในระยะยาว

การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ควรสวมหน้ากากอนามัยหรือระมัดระวังเป็นพิเศษเมื่อรับประทานอาหารกลางแจ้งหรือดื่มน้ำหวานจากแก้วเปิดโล่ง เพราะแตนอาจบินเข้าไปตอมและถูกกลืนเข้าปากโดยไม่รู้ตัว หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้รังของแมลง และสำหรับผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง ควรพกยาฉีดอะดรีนาลีนพกพา (Epinephrine Auto-injector) ติดตัวไว้เสมอตามคำแนะนำของแพทย์ภูมิแพ้

พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down