ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำไมต้องการนับวันแรกของรอบเดือนและภาพรวมความผิดปกติ

การนับรอบเดือนให้ถูกต้อง โดยเฉพาะการระบุว่าประจำเดือนมาวันแรกนับยังไง ถือเป็นพื้นฐานสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลสุขภาพทางนรีเวช ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนครอบครัว การคำนวณวันตกไข่ หรือการวินิจฉัยความผิดปกติของรอบประจำเดือน เช่น ภาวะประจำเดือนมามากผิดปกติ (Menorrhagia) หรืออาการปวดประจำเดือนอย่างรุนแรง (Dysmenorrhea) รอบเดือนปกติของเพศหญิงมักจะอยู่ในช่วงยี่สิบเอ็ดถึงสามสิบห้าวัน และมีระยะเวลาการมีประจำเดือนสามถึงเจ็ดวัน หากมีการนับวันที่ผิดพลาด อาจส่งผลต่อการวินิจฉัยโรคและการใช้ยาฮอร์โมนหรือยาบรรเทาอาการปวดได้อย่างแม่นยำ

วิธีการนับวันแรกของประจำเดือนที่ถูกต้องตามหลักการแพทย์

หลายคนมักสับสนว่าควรนับวันที่เลือดออกกะปริดกะปรอยเป็นวันแรกหรือไม่ หลักการทางการแพทย์ที่สากลยอมรับมีดังนี้

  • วันแรกของประจำเดือน (Cycle Day 1): คือวันที่เลือดประจำเดือนไหลออกมาในปริมาณที่เป็นปกติ ไม่ใช่เพียงแค่รอยเปื้อนจางๆ หรือเลือดกะปริดกะปรอย (Spotting) ที่เกิดขึ้นก่อนหน้าหนึ่งถึงสองวัน
  • การนับรอบเดือน: ให้นับวันที่เลือดประจำเดือนมาวันแรกเป็นวันที่หนึ่งของรอบเดือนนั้นๆ และนับต่อไปเรื่อยๆ จนถึงวันก่อนที่จะมีประจำเดือนรอบถัดมาเริ่มต้นขึ้น
  • การบันทึกประวัติ: แนะนำให้ใช้แอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนหรือการจดบันทึกปฏิทิน เพื่อติดตามความสม่ำเสมอของรอบเดือน ปริมาณเลือด และอาการร่วม เช่น อาการปวดท้องน้อย อารมณ์แปรปรวน หรืออาการคัดตึงเต้านม

กลุ่มยาที่ใช้ในการรักษาอาการปวดประจำเดือนและรอบเดือนผิดปกติ

เมื่อเกิดอาการปวดประจำเดือนหรือความผิดปกติของรอบเดือน การใช้ยาถือเป็นแนวทางบรรเทาอาการที่มีประสิทธิภาพ แต่ต้องอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร โดยกลุ่มยาหลักๆ มีดังนี้

ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (Nonsteroidal Anti-inflammatory Drugs - NSAIDs)

ถือเป็นยาหลักในการรักษาอาการปวดประจำเดือน เนื่องจากออกฤทธิ์ยับยั้งการสร้างสารพสตาแกลนดิน (Prostaglandins) ซึ่งเป็นตัวการทำให้มดลูกบีบตัวและเกิดอาการปวด ตัวยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) นาพรอกเซน (Naproxen) และเมีนามิกแอซิด (Mefenamic Acid)

ยาพาราเซตามอล (Paracetamol)

ใช้สำหรับผู้ที่มีอาการปวดระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีข้อห้ามในการใช้ยาในกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ผู้ที่มีโรคแผลในกระเพาะอาหารหรือโรคไตเรื้อรัง

ยาเม็ดคุมกำเนิดฮอร์โมนรวม (Combined Hormonal Contraceptives)

แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ในผู้ที่มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรงจากโรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ หรือผู้ที่มีรอบเดือนมาไม่ปกติ เพื่อช่วยปรับฮอร์โมนและลดความหนาของเยื่อบุโพรงมดลูก ทำให้ปริมาณเลือดและอาการปวดลดลง

คำแนะนำจากคุณหมอ: การใช้ยากลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์จะได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มรับประทานตั้งแต่เริ่มมีอาการปวด หรือทานทันทีในวันแรกที่ประจำเดือนมา เพื่อยับยั้งการหลั่งสารพรอสตาแกลนดินก่อนที่อาการปวดจะรุนแรงขึ้น

ขนาดยาและวิธีใช้อย่างปลอดภัย

การใช้ยาบรรเทาอาการปวดประจำเดือนจำเป็นต้องคำนึงถึงขนาดยาที่เหมาะสมเพื่อความปลอดภัยและป้องกันผลข้างเคียง

  • ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen): ขนาดยาสำหรับผู้ใหญ่คือ สองร้อยถึงสี่ร้อยมิลลิกรัม รับประทานทุกๆ หกถึงแปดชั่วโมงเมื่อมีอาการ โดยไม่ควรรับประทานเกินหนึ่งพันสองร้อยมิลลิกรัมต่อวัน และต้องรับประทานหลังอาหารทันทีเพื่อป้องกันการระคายเคืองกระเพาะอาหาร
  • เมฟีนามิกแอซิด (Mefenamic Acid): ขนาดยาเริ่มต้นคือ ห้าร้อยมิลลิกรัม ตามด้วยสองร้อยห้าสิบมิลลิกรัมทุกๆ หกชั่วโมงเมื่อมีอาการ ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกินหนึ่งสัปดาห์
  • พาราเซตามอล (Paracetamol): ขนาดยาตามน้ำหนักตัว หรือประมาณสิบถึงสิบห้ากิโลกรัมต่อมิลลิกรัม สำหรับผู้ใหญ่ใช้ขนาดห้าร้อยมิลลิกรัม ทุกสี่ถึงหกชั่วโมงเมื่อมีอาการ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ยา

การใช้ยาบรรเทาอาการปวดประจำเดือนอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ โดยเฉพาะเมื่อใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน

  • ระบบทางเดินอาหาร: อาการคลื่นไส้ อาหารไม่ย่อย ปวดท้อง แสบร้อนกลางอก หรือในรายที่ใช้ยาในกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์นานๆ อาจเสี่ยงต่อภาวะเลือดออกในทางเดินอาหารหรือแผลในกระเพาะอาหาร
  • ระบบประสาทส่วนกลาง: อาการเวียนศีรษะ ปวดศีรษะ หรือรู้สึกง่วงนอนในบางราย
  • การทำงานของไต: การใช้ยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบติดต่อกันเป็นเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อการทำงานของไต โดยเฉพาะในผู้ที่มีภาวะโรคไตอยู่เดิม

ยาอันตรายและข้อควรระวังสำคัญที่ห้ามทำเด็ดขาด

ข้อควรระวังทางการแพทย์: ห้ามซื้อยาฮอร์โมนหรือยาปรับฮอร์โมนมารับประทานเองโดยไม่มีการวินิจฉัยจากแพทย์ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนในร่างกาย เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตัน หรือทำให้ภาวะโรคที่เป็นอยู่มีความรุนแรงขึ้น นอกจากนี้ ห้ามใช้ยาแอสไพรินในวัยรุ่นหรือเด็กหญิงที่มีอายุน้อยกว่าสิบแปดปีเพื่อแก้ปวดประจำเดือน เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อการเกิดกลุ่มอาการรายส์ซินโดรม (Reye's Syndrome) ซึ่งเป็นภาวะอันตรายถึงชีวิต

สัญญาณเตือนอันตรายที่ต้องพบแพทย์ทันที

หากมีอาการผิดปกติร่วมกับรอบประจำเดือน ควรรีบไปพบแพทย์สูตินรีเวชเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยโดยละเอียด

  • มีอาการปวดประจำเดือนรุนแรงมากจนไม่สามารถทำกิจกรรมประจำวันได้ และไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวดทั่วไป
  • ประจำเดือนมามากผิดต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุกหนึ่งถึงสองชั่วโมงติดต่อกันหลายชั่วโมง หรือมีลิ่มเลือดปะปนขนาดใหญ่เท่าเหรียญสิบ
  • ประจำเดือนขาดหายไปนานกว่าสามเดือนโดยไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือมีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน
  • มีไข้ตกขาวมีกลิ่นเหม็นผิดปกติ หรือมีอาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง

การดูแลตนเองร่วมกับการใช้ยาเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

นอกจากการใช้ยาแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถช่วยลดความรุนแรงของอาการปวดประจำเดือนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  • การประคบร้อนบริเวณท้องน้อยด้วยกระเป๋าน้ำร้อน ช่วยให้กล้ามเนื้อหมดลูกคลายตัวและลดอาการเกร็ง
  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น การเดินเบาๆ หรือโยคะ ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตและหลั่งสารเอ็นorphin
  • การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ลดการบริโภคอาหารรสเค็มจัดหรือคาเฟอีนในช่วงก่อนมีประจำเดือน เพื่อลดอาการบวมน้ำและความเครียดของกล้ามเนื้อ
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down