ค้นหาข้อมูลอัจฉริยะ

พิมพ์บริการ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ หรือบทความความรู้ที่คุณต้องการค้นหา

3D Bear Typing Mascot
กำลังคิด... น้องขอพิมพ์ก่อนนะ

ทำความเข้าใจอาการปวดท้องน้อยช่วงกลางรอบเดือนและกลไกการตกไข่

อาการปวดท้องน้อยในช่วงกลางรอบเดือน หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า มิตเทลชมแซ (Mittelschmerz) ซึ่งมาจากภาษาเยอรมันที่แปลว่าการปวดกลางรอบเดือน เป็นอาการปวดที่เกิดขึ้นบริเวณท้องน้อยข้างใดข้างหนึ่ง โดยมักจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รังไข่ปล่อยไข่ออกมา อาการนี้ถือเป็นกระบวนการทางสรีรวิทยาตามธรรมชาติของเพศหญิงที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ โดยทั่วไปมักเกิดขึ้นประมาณวันที่สิบสี่ของรอบเดือนที่มีความยาวรอบเดือนปกติสามสิบวัน แต่ก็อาจมีความแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับความยาวของรอบเดือนและระยะเวลาการตกไข่ที่แท้จริง

ในรอบเดือนปกติ รังไข่ข้างใดข้างหนึ่งจะทำหน้าที่เจริญเติบโตของฟองไข่ภายในถุงน้ำรังไข่ (Follicle) เมื่อไข่สุกเต็มที่ ผนังถุงน้ำจะเกิดการขยายตัวและแตกออกเพื่อปล่อยเซลล์ไข่อออกมาสู่ท่อนำไข่ กระบวนการฉีกขาดของเนื้อเยื่อรังไข่นี้เองที่อาจทำให้มีเลือดหรือของเหลวไหลออกมาสะสมบริเวณช่องท้องส่วนล่าง ซึ่งของเหลวและเลือดดังกล่าวจะไปกระตุ้นเส้นประสาทรอบเยื่อบุช่องท้อง ทำให้เกิดอาการเจ็บแปลบหรือปวดหน่วงบริเวณท้องน้อยข้างที่เกิดการตกไข่ในรอบเดือนนั้น สถิติทางการแพทย์ระบุว่าผู้หญิงประมาณร้อยละยี่สิบถึงยี่สิบห้าเคยมีประสบการณ์การปวดท้องจากภาวะนี้

ลักษณะอาการและระยะเวลาของอาการปวดไข่ตก

อาการปวดท้องน้อยจากการตกไข่มักมีลักษณะเฉพาะตัวที่ช่วยให้ผู้หญิงสามารถสังเกตและแยกแยะออกจากอาการปวดท้องโรคอื่นๆ ได้ โดยอาการเด่นชัดประกอบด้วย

  • อาการปวดจะเกิดขึ้นที่บริเวณท้องน้อยข้างขวาหรือข้างซ้ายสลับกันไปในแต่ละเดือน ขึ้นอยู่กับว่าเดือนนั้นรังไข่ข้างใดทำหน้าที่ตกไข่
  • ความรู้สึกปวดอาจมีตั้งแต่ปวดหน่วงๆ เบาๆ ไปจนถึงปวดแปลบอย่างกะทันหัน คล้ายกับมีอะไรมาจิ้มบริเวณอุ้งเชิงกราน
  • ระยะเวลาในการปวดมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และอาจกินเวลาตั้งแต่ไม่กี่นาทีไปจนถึงสองสามชั่วโมง หรือในบางรายอาจรู้สึกปวดหน่วงต่อเนื่องยาวนานถึงยี่สิบสี่ถึงสี่สิบแปดชั่วโมง
  • อาการร่วมอื่นๆ ที่อาจพบได้ร่วมด้วย ได้แก่ มีเลือดออกกะปริบกะปรอยทางช่องคลอดปริมาณเล็กน้อย เกิดจากการลดลงชั่วคราวของฮอร์โมนเอสโตรเจน และการมีตกขาวใสที่มีลักษณะเหนียวหนืดคล้ายไข่ขาวดิบ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายพร้อมสำหรับการปฏิสนธิมากที่สุด
คำแนะนำจากคุณหมอ: การจดบันทึกรอบเดือนและอาการปวดอย่างสม่ำเสมอผ่านทางแอปพลิเคชันหรือสมุดบันทึก จะช่วยให้คุณผู้หญิงเข้าใจรูปแบบวงจรการทำงานของร่างกายตนเอง และช่วยแยกระหว่างอาการปวดไข่ตกปกติกับอาการผิดปกติจากโรคทางนรีเวชอื่นๆ ได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

สัญญาณอันตรายและอาการเตือนที่ต้องพบแพทย์ทันที

แม้ว่าอาการปวดท้องน้อยช่วงกลางรอบเดือนจะเป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่อันตราย แต่หากมีอาการผิดปกติอื่นๆ ร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคทางนรีเวชหรือภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์เฉพาะทางด้านสูตินรีเวชโดยด่วน

  • มีไข้สูงหนาวสั่นร่วมกับอาการปวดท้องน้อย ซึ่งอาจบ่งบอกถึงการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
  • อาการปวดท้องรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันตามปกติได้
  • อาการปวดท้องร่วมกับคลื่นไส้ อาเจียน เวียนหัว หรือมีอาการหน้ามืดคล้ายจะเป็นลม
  • มีเลือดออกทางช่องคลอดปริมาณมากผิดปกติ หรือมีเลือดออกนอกช่วงเวลากลางรอบเดือนอย่างต่อเนื่อง
  • อาการปวดร้าวลามไปที่บริเวณสะดือหรือย้ายตำแหน่งอย่างชัดเจน ซึ่งอาจเป็นอาการของไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน
ข้อควรระวังทางการแพทย์: อาการปวดท้องน้อยข้างขวาสามารถทับซ้อนกับโรคไส้ติ่งอักเสบได้ หากมีอาการปวดท้องขวาล่างรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ กดเจ็บแล้วปล่อยแล้วเจ็บมากขึ้น (Rebound Tenderness) คลื่นไส้ อาเจียน และมีไข้ต่ำๆ ควรรีบไปโรงพยาบาลทันทีเพื่อรับการตรวจอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ ห้ามปล่อยทิ้งไว้เด็ดขาด

วิธีตรวจวินิจฉัยและการแยกโรค

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการปวดท้องน้อย แพทย์จะทำการซักประวัติอย่างละเอียดเกี่ยวกับลักษณะของอาการปวด วันที่ประจำเดือนมาครั้งล่าสุด ความสม่ำเสมอของรอบเดือน และประวัติสุขภาพทางนรีเวช จากนั้นจะมีการตรวจร่างกายทั่วไปและการตรวจภายในเพื่อประเมินความเจ็บปวดบริเวณรังไข่และมดลูก

ในกรณีที่แพทย์ต้องการแยกโรคที่อาจมีความรุนแรงออกไป เช่น ภาวะถุงน้ำรังไข่แตก (Ovarian Cyst Rupture) โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) โรคอุ้งเชิงกรานอักเสบ (Pelvic Inflammatory Disease) หรือการตั้งครรภ์นอกมดลูก (Ectopic Pregnancy) แพทย์อาจพิจารณาใช้วิธีการตรวจทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม ได้แก่ การทำอัลตราซาวนด์ช่องท้องส่วนล่างหรืออัลตราซาวนด์ทางช่องคลอด (Ultrasound) เพื่อดูขนาดและความผิดปกติของรังไข่และมดลูก รวมถึงการตรวจระดับฮอร์โมนและการตรวจปัสสาวะเพื่อยืนยันการตั้งครรภ์

วิธีดูแลรักษาและการบรรเทาอาการปวดไข่ตกอย่างถูกวิธี

สำหรับอาการปวดท้องน้อยจากไข่ตกตามธรรมชาติซึ่งไม่อันตราย การดูแลรักษาจะเป็นการบรรเทาอาการตามความรุนแรงเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข

  • การใช้ความร้อนประคบ บริเวณท้องน้อยด้วยกระเป๋าน้ำร้อนหรือแผ่นประคบร้อน จะช่วยให้กล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานคลายตัวและช่วยลดการหดเกร็งของหลอดเลือด ทำให้รู้สึกสบายตัวขึ้น
  • การรับประทานยาแก้ปวดกลุ่มต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) หรือนาพรอกเซน (Naproxen) ในขนาดที่เหมาะสมตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อช่วยลดอาการปวดและลดการอักเสบจากกระบวนการตกไข่
  • การพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการยกของหนักหรือการออกกำลังกายอย่างหักโหมในช่วงที่มีอาการปวด
  • การดื่มน้ำอุ่นให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ย่อยง่าย

ในผู้หญิงที่มีอาการปวดไข่ตกค่อนข้างรุนแรงทุกเดือนและสร้างความกระทบต่อการใช้ชีวิต แพทย์อาจพิจารณาให้รับประทานยาคุมกำเนิดชนิดฮอร์โมนรวม ซึ่งยาดังกล่าวมีกลไกในการยับยั้งกระบวนการตกไข่ ทำให้รังไข่ได้พักการทำงานและช่วยลดอาการปวดจากภาวะนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การป้องกันและการดูแลสุขภาพเพื่อลดอาการปวดในระยะยาว

แม้ว่าการตกไข่จะเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่ไม่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ แต่การดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงจะช่วยให้ระบบฮอร์โมนทำงานได้อย่างสมดุลและลดความรุนแรงของอาการปวดได้

  • การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอแต่พอดี เช่น โยคะ พิลาทิส หรือการเดินจ็อกกิ้งเบาๆ จะช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตในอุ้งเชิงกรานและลดการปวดเกร็ง
  • การรับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบถ้วน เน้นผักผลไม้สด ธัญพืชไม่ขัดสี และกรดไขมันโอเมก้าสามที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบในร่างกาย
  • การจัดการความเครียดอย่างเหมาะสม เนื่องจากความเครียดทางจิตใจสามารถส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมนในสมองที่ควบคุมการทำงานของรังไข่ให้ทำงานผิดปกติได้
  • การตรวจสุขภาพประจำปีและตรวจภายในกับสูตินรีแพทย์เป็นประจำทุกปี เพื่อคัดกรองโรคทางนรีเวชที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที
พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู กุมารแพทย์เฉพาะทาง คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง
กุมารแพทย์เฉพาะทางโรคเด็ก จุฬาฯ

คลินิกหมอสุภารัตน์ ห้วยยอด ตรัง

ตรวจรักษาโรคทั่วไปในเด็กและผู้ใหญ่ ฉีดวัคซีน ตรวจสุขภาพ และคลินิกแล็ปเจาะเลือด เอกซเรย์ดิจิตอล ใส่ใจดูแลอบอุ่นเสมือนคนในครอบครัว ยินดีดูแลครอบครัวใน 14 จังหวัดภาคใต้: จังหวัดตรัง (อำเภอห้วยยอด, อำเภอเมืองตรัง, อำเภอกันตัง, อำเภอย่านตาขาว, อำเภอปะเหลียน, อำเภอสิเกา, อำเภอวังวิเศษ, อำเภอนาโยง, อำเภอรัษฎา, อำเภอหาดสำราญ ครบทุกตำบล), นครศรีธรรมราช (ทุ่งสง, บางขัน, ทุ่งใหญ่, ชะอวด, ร่อนพิบูลย์), พัทลุง (ควนขนุน, ป่าพะยอม, เขาชัยสน), กระบี่ (คลองท่อม, ลำทับ, เหนือคลอง), สุราษฎร์ธานี, สงขลา (หาดใหญ่), สตูล, พังงา, ภูเก็ต, ชุมพร, ระนอง, ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส บริการคลินิกเด็ก หมอเด็ก ฉีดวัคซีน คลินิกแล็ป เจาะเลือด ตรวจสุขภาพ เอกซเรย์ดิจิตอล คลินิกใกล้ฉัน

47 ถ.ชลชนูปถัมภ์ ห้วยยอด ตรัง (ใกล้สถานีรถไฟ) เปิดบริการทุกวัน (จ.-อา.)

ปรึกษาแพทย์และถาม-ตอบ

ตอบคำถามทางการแพทย์โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู (กุมารแพทย์เฉพาะทาง)

ส่งคำถามปรึกษาแพทย์ เบอร์/LINE เป็นความลับ

* คำปรึกษาเบื้องต้น หากฉุกเฉินควรพบแพทย์ทันที

คลินิกหมอสุภารัตน์

แพทย์คลินิกเฉพาะทางด้านเวชกรรมกุมารเวชศาสตร์ โดย พญ. สุภารัตน์ พ่อหนู

@dr.suparat • ตอบกลับเร็วมาก
แชร์บทความ

สำรวจบทความอื่นที่น่าสนใจ

ค้นหาความรู้สุขภาพ หรือเลือกดูหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

3D Bear Mascot Peeking 3D Bear Mascot Pointing Down